“เหมา” สร้างเมืองพรรคประชาชนส่ง เหมา-ธีรวุฒิ แก้วฟอง แก้มือ ท้าชิงตำแหน่งนายกเล็กเชียงใหม่

อยอดจากความสำเร็จในเวที อบจ.ลำพูน พรรคประชาชนเดินหน้าสู่สมรภูมินายกเล็ก ขับเคลื่อนแคมเปญ “เทศบาลเพื่อประชาชน” ส่งผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรี 16 เทศบาลนคร จาก 14 จังหวัดทั่วประเทศ ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล-นายกเทศมนตรี วันที่ 11 พฤษภาคม 2568 นี้ ปักหมุดเชียงใหม่ หนึ่งในสมรภูมิสำคัญของภาคเหนือ ส่ง “เหมา” ธีรวุฒิ แก้วฟอง นักธุรกิจและอดีตข้าราชการนักประสานสิบทิศลงชิงชัย

สำหรับประวัติของ เหมา-ธีรวุฒิ แก้วฟอง (48 ปี) หรือที่หลายคนคุ้นหูในชื่อ “พี่เหมา” จากการเป็น “นักประสานมือทอง” ผู้คร่ำหวอดในวงการราชการ มากว่า 20 ปี และโลดแล่นอยู่ในวงการธุรกิจและกิจกรรมเพื่อสังคมมากว่า 10 ปี จบการศึกษาปริญญาตรีคณะรัฐศาสตร์ (การเมืองการปกครอง) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (สิงห์ขาว 32) และปริญญาโทสาขาและมหาวิทยาลัยเดียวกัน เหมา-ธีรวุฒิ เริ่มต้นทำงานที่สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ กระทรวงมหาดไทย เมื่อปี 2544 ทั้งยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์คราฟท์เบียร์แบรนด์แรกของภาคเหนือ My Beer Friend (2560) และดำรงตำแหน่งอนุกรรมาธิการ ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร (2564) โดยในศึกเลือกตั้ง อบจ.เชียงใหม่ ได้รับมอบหมายจาก “พันธุ์อาจ ชัยรัตน์” ให้ดูแลสมรภูมิเลือกตั้งในเขตอำเภอเมืองเชียงใหม่ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงของพรรคประชาชน (2568)

ความที่มีประสบการณ์แบบคลุกวงในทั้งในฐานะข้าราชการและนักธุรกิจ ไม่เพียงเหมาจะเข้าใจกลไกการบริหารงานระดับท้องถิ่น และช่ำชองในการประสานงานร่วมระหว่างภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน หากยังทำให้เขาตระหนักถึงข้อจำกัดและความท้าทายของระบบราชการที่ผ่านมา จึงตัดสินใจนำประสบการณ์ที่มีมาตั้งกลุ่ม “เชียงใหม่กว่า” ร่วมกับคณะก้าวหน้า เมื่อปี 2564 เพื่อร่วมขับเคลื่อนข้อเสนอจากภาคประชาชนสู่รัฐ และหาวิธีการทำงานร่วมกันเพื่อการพัฒนาเมือง และลงสมัครท้าชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เมื่อปี 2564 แต่เนื่องจากเป็นการลงชิงชัยครั้งแรก เขาพบกับความพ่ายแพ้ ได้เพียงลำดับที่ 3 ไม่มีโอกาสได้เข้าไปบริหาร “เทศบาลเจดีย์ขาว”

ในการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ปี 2568 นี้ เหมากลับมาอีกครั้งในเสื้อสีส้มของ “พรรคประชาชน” เขาหมายมั่นนำประสบการณ์ของเขามาช่วยพัฒนาเมือง ภายใต้แคมเปญ “รับ ‘เหมา’ สร้างเมือง” โดยตั้งใจทำให้เมืองเชียงใหม่ “อยู่ม่วน” ผ่านการสร้างเมืองให้เป็นเมืองสิ่งแวดล้อมดี พร้อมรับมือกับฝุ่น pm2.5 เมืองจัดการขยะ เมืองจัดการน้ำ และเมืองที่ปลอดภัย

ขณะเดียวกัน เชียงใหม่ ต้อง “กิ๋นดี” ขึ้น โดยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ดันธุรกิจใหม่ ส่งเสริมผู้ประกอบการ ปรับปรุงและสร้างพื้นที่สาธารณะที่ตอบโจทย์ทุกกลุ่มคน และที่ขาดไม่ได้คือการแก้ไขปัญหาถนน ทางเท้า และตรอกซอกซอย รวมทั้งจัดทำระบบขนส่งมวลชนของเมือง ให้เป็นเมืองที่คล่องตัว

สุดท้ายคือ เชียงใหม่ต้องอยู่อย่าง “มีสุข” เป็นเมืองสุขภาพดี ดูแลเด็กและผู้สูงอายุ ส่งเสริมการศึกษาที่หลากหลายตอบโจทย์เมือง และได้รับสวัสดิการต่างๆ ที่ครอบคลุม ตามอำนาจหน้าที่ของเทศบาล ทั้งนี้ จะสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมทุกระดับ ที่ทำให้เมืองเชียงใหม่ “อยู่ม่วน-กิ๋นดี-มีสุข” และ เป็นของประชาชนชาวเทศบาลนครเชียงใหม่ทุกคนอย่างแท้จริง

 

 

นายอัศนี บูรณุปกรณ์ อดีตนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กลุ่มเพื่อไทยนำทีมกราบไหวัสัการะองค์พระครูบาเจ้าศรีวิชัย ณ เชิงดอยสุเทพ

หน่อย” นายอัศนี บูรณุปกรณ์ อดีตนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กลุ่มเพื่อไทย ผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ หมายเลข 3 พร้อมผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ เบอร์ 7 – 12 ทั้ง 4 แขวง ได้ถือฤกษ์เอาชัย เวลา 09.00 น. ได้เดินทางไปกราบไหวัสัการะองค์พระครูบาเจ้าศรีวิชัย ณ เชิงดอยสุเทพ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากเมื่อวานนี้ได้ลงสมัครเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งถือเป็นวันแรกที่จะได้เริ่มการออกหาเสียง หลังกราบไหว้ขอพรได้แยกย้ายกันลงพื้นที่ทันที

“หน่อย” นายอัศนี บูรณุปกรณ์ กล่าวว่า ยืนยันถึงความพร้อมที่จะอาสาเข้ามารับใช้พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่นครเชียงใหม่ในนามของ “พรรคเพื่อไทย”  เพื่อสานงานต่อและก่องานเพิ่ม” พัฒนานครเชียงใหม่ในทุกมิติ  “เชียงใหม่ ใหม่กว่าเดิม” เพื่อพี่น้องประชาชนนครเชียงใหม่ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นพร้อมพัฒนาเมืองยังต่อเนื่อง การพัฒนาท้องถิ่นในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น “เศรษฐกิจ การศึกษา การบริการสาธารณะ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม” โดยจะยึดหลักการเปิดกว้างและโปร่งใสในการบริหารจัดการ พร้อมเร่งดำเนินการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ ให้เป็นเมืองที่สมบูรณ์และยั่งยืน เพราะเชียงใหม่ไม่ได้เป็นแค่เมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเท่านั้น ยังเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก และเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยโอกาสในการพัฒนาและเติบโต “เราจะไม่หยุดนิ่งในการสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับเชียงใหม่” มุ่งมั่นที่จะทำให้เชียงใหม่เป็นเมืองที่มีความทันสมัย ควบคู่กับการรักษาความเป็นธรรมชาติและวัฒนธรรมที่งดงาม เพื่อให้ “เชียงใหม่ใหม่เสมอ” ในทุกยุคทุกสมัย

ผมมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะขออาสาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการรับใช้พี่น้องประชาชนต่อ  โดยการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ในนาม “พรรคเพื่อไทย” ซึ่งตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ผมได้ทำงานพัฒนาเมืองเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเล็งเห็นผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่เป็นหลักตลอดมา ผมเชื่อมั่นว่าการประสานงานกับทางอบจ.เชียงใหม่และส่งเสริมจากรัฐบาล ในนาม “พรรคเพื่อไทย” เพื่อส่งเสริมผลักดันและแก้ไขในปัญหาต่างๆ จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง

ทั้งนี้พร้อมกลับมาทำงาน ผมขออาสารับใช้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเชียงใหม่อีกครั้ง ผมจะทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างสุดความสามารถ เพื่อผลักดันนโยบายต่างๆ ที่ผมตั้งใจไว้ให้เป็นรูปธรรม เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และเพื่อสร้างอนาคตให้ดียิ่งขึ้น  ตามวิสัยทัศน์ของผมที่ว่า  “เชียงใหม่ใหม่เสมอ” เพราะเมืองเชียงใหม่ไม่เคยหยุดนิ่ง วันนี้เราพร้อมแล้วที่จะพัฒนาเชียงใหม่ อย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม นายอัศนี กล่าว

ขอเชิญชวนพี่น้องชาวจังหวัดเชียงใหม่ทุกท่านสนับสนุนการร่วมกันสร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่าให้กับจังหวัดเชียงใหม่ของเรา ด้วยการเลือก “พรรคเพื่อไทย” ในเขตการเลือกตั้งทั้ง 4 เขตยกทีม พร้อมขอให้พี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลนครชาวเชียงใหม่ ร่วมกันแสดงพลังออกมาใช้สิทธิ์ ในการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่และสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ ในวันอาทิตย์ ที่ 11 พฤษภาคม 2568 นี้.

นายนพดล สุยะ ผอ.กกต.เชียงใหม่ สรุปจำนวนวันแรกของการเปิดรับสมัครเทศบาล จำนวน 121 แห่ง รายงานการรับสมัครวันที่ 31 มีนาคม 2568 ผู้สมัคร นายกเทศมนตรี จำนวน 219 ราย และผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาล จำนวน 3178 ราย รวม 3397 ราย

สมัคร นายกฯทน.เชียงใหม่ “หยก” ได้เบอร์ 1 ตามด้วย “เหมา”เบอร์ 2 อัศนี ได้เบอร์3 มีกองเชียร์มาให้กำลังใจแน่น

เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 31 มี.ค.2568 ที่สนามบาสเกตุบอล ภายในสนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นางนุสรา ยันตรโกวิท ปลัดเทศบาลนครเชียงใหม่ ประธานการเลือกตั้งประจำเทศบาลนครเชียงใหม่ เปิดรับสมัครนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่และ สมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ ท่ามกลางบรรยายกาศของทุกพรรคที่เข้ามาเชียร์จำนวนมาก โดยมีผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทย มีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่พรรคเพื่อไทยและนายพิชัย เลิศพงศ์อดิสร นายก อบจ.เชียงใหม่พรรคเพื่อไทย เดินทางมาให้กำลังใจนายอัศนี บูรณุปกรณ์ อดีตนายกเทศบาลนครเชียงใหม่ พร้อมสมาชิก ที่ส่งลงในนามพรรคเพื่อไทย พร้อมทั้งกลุ่มคนเสื้อแดงกลุ่มใหญ่


โดยมีผู้เข้าชิงนายกจำนวน 5 คน เปิดให้จับลำดับก่อนที่จะจับเบอร์หมายเลข ลำดับ 1 นายธีรวุธ แก้วฟอง พรรคประชาชน (ปชน.) ลำดับ 2 นายการย์วิชญ์ วงษ์ทอง พรรคก้าวอิสระ, ลำดับ 3 นางสาวปนันรัตน์ วิริยะกุลศานต์ พรรคเพื่อเชียงใหม่, ลำดับ 4 นายอัศนี บูรณุปกรณ์ อดีตนายกฯ ทน.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 5 ว่าที่ ร.อ.จอห์นนพดล วิศินสุนทร ผู้สมัครอิสระ

ปัญหาเกิดในช่วงเวลา 09.04 นายอัศนี หรือ “หน่อย” อดีตนายกฯ ทน.เชียงใหม่ เป็นผู้จับอันดับ 3 แต่เกิดเหตุไข่ที่จับหมายเลขที่เหลือ เกิดแตก 1 ใบ จึงขอให้นายนพดล สุยะ กกต.เชียงใหม่ รวมกับ จนท.กกต.ที่มาสังเกตุการณ์ให้วินิจฉัย ใช้เวลานาน 20 นาที โดยวินิจฉัยให้จับตามลำดับต่อไป
แต่นายอัศนี ก็ขอประท้วงอีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตาม กกต.เชียงใหม่ และ กกต.ประจำหน่วยเลือกตั้งที่สนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่ ให้ผู้สมัครทุกคลลงชื่อในเอกสารตามวินิจฉัย และให้จับฉลากเบอร์ที่เหลือต่อไป คือเบอร์ 3 และเบอร์ 5 จนเสร็จสิ้น

สำหรับผลการจับเบอร์หมายเลขที่ได้ เบอร์ 1 นางสาวปนันรัตน์ หรือ “หยก” วิริยะกุลศานต์ พรรคเพื่อเชียงใหม่, เบอร์ 2 นายธีรวุฒิ “เหมา” แก้วฟอง พรรคประชาชน, เบอร์ 3 นายอัศนี “หน่อย” บูรณุปกรณ์ พรรคเพื่อไทย, เบอร์ 4 นายการณ์วิชญ์ “อาจารย์ด้วง” วงษ์ทอง พรรคก้าวอิสระ และสุดท้าย เบอร์ 5 ว่าที่ ร.อ.จอร์นนพดล วศินสุทร ผู้สมัครอิสระ.//


โดยการเลือกตั้งนายกเทศบาลนครเชียงใหม่ และสมาชิกเทศบาลนครเชียงใหม่ จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 11 พ.ค.2568นี้//

“มาดามหยก” กชพร เวโรจน์ หัวหน้าพรรคก้าวอิสระ นำทีมก้าวอิสระ เปิดตัว “การย์วิชญ์ วงษ์ทอง” ชิงนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่พร้อม ผู้สมัคร สท.ครบ4 เขต

เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 30 มี.ค. 68 บริเวณประตูท่าแพ “มาดามหยก” กชพร เวโรจน์ หัวหน้าพรรคก้าวอิสระ ประธานชมรม Change Together เปลี่ยนไปด้วยกัน ประกาศความพร้อมส่งผู้สมัครเข้าชิงนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เพื่อขับเคลื่อนและส่งเสริมสนับสนุนความหลากหลายทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้ทีมก้าวอิสระหรือ Indy Team โดยคัดเลือกตัวแทนจากความหลากหลายกลุ่มอาชีพ เพศ อายุ เข้าร่วมชิงนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่และสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ครบทั้งสี่แขวง พร้อมผลักดันนโยบายหลัก 6 ด้าน ของสีรุ้งสามประสานคือ วัยรุ่นคิดสร้างสรรค์ วัยทองเปี่ยม ประสบการณ์ วัยทำงานเชี่ยวชาญอาชีพ โดยมี ดร.วุฒิพงศ์ ถายะพิงค์ (อาจารย์แดง) เป็นที่ปรึกษาใหญ่ของพรรค


.
สำหรับตัวแทนของทีมก้าวอิสระได้ส่งผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ นายการย์วิชญ์ วงษ์ทอง รองประธานมูลนิธิเอ็มพลัส อดีตเลขาธิการสมาคมเสริมสวยแห่งประเทศไทย ภาคเหนือ อดีตอุปนายกสมาคมไทยล้านนาสปา อีกทั้งเคยดำรงตำแหน่งองค์กรภาครัฐและเอกชนอีก
มากมาย จบการศึกษาบริหารธุรกิจบัณฑิต คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถือเป็นบุคคลที่มี อุดมการณ์และมีประสบการณ์หลากหลายวิชาชีพ เพื่อจะพัฒนาท้องถิ่นสู่ความยั่งยืน อีกทั้งมีความ ตั้งใจที่จะนำความรู้มาใช้ในการพัฒนาเมืองเชียงใหม่เป็นเมืองแห่งความสุขอย่างแท้จริง


. พร้อมกันนี้ยังเปิดตัวผู้สมัคร สท.ที่ทรงคุณวุฒิ และมีความรู้ความสามารถลงลงครบทั้ง 4แขวงซึ่งการเปิดตัวในครั้งนี้ถือเป็นก้าวที่สำคัญของ Indy Team หรือทีมก้าวอิสระ เพื่อนครเชียงใหม่และพร้อมจะทำงานร่วมกับทุกฝ่ายทุกองค์กรเพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนชาวนคร
เชียงใหม่ โดยมีจุดยืนที่ชัดเจน เราจะต้องก้าวเดินอย่างอิสระ ทั้งความคิด เปิดโอกาสให้คนทุกกลุ่มทุกเพศ ทุกอาชีพได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่และพร้อมเดินหน้ารับใช้พี่น้องชาวนครเชียงใหม่


มาดามหยก กชพร เวโรจน์ หัวหน้าพรรคก้าวอิสระได้เปิดว่าการส่งผู้สมัครลงทั้งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่และ ส.ท. ก็เนื่องมามาจาก อยากจะสร้างสีสันเชียงใหม่โมเดล โดยจะเริ่มจากเชียงใหม่เป็นจังหวัดแรก โดยพรรคก้าวอิสระเพื่อคนเชียงใหม่ โดยคนคนเชียงใหม่ ที่จะทำงานยให้คนเชียงใหม่จริงๆ ดดยจะมีตนอยู่เบื้องหลังโดยตลอด ตนต้องการดูด้านการเมืองศาสนา ประเพณีวัฒนธรรม โดยตนจะนำพลังเงียบออกมาในครั้งนี้ จึงอยากให้ทุกคนออกมาเลือกตั้งในครั้งนี้เพื่อร่วมกันพัฒนาบ้านเมืองเชียงใหม่ให้เจริญรุกหน้าต่อไป

 

เปิดตัว “หยก ปนันรัตน์” กลุ่มเพื่อเชียงใหม่ ชิงนายกฯ ทน.เชียงใหม่ เป็นนายกของทุกสีทุกวัย พร้อมผู้สมัคร สท.ครบทุกแขวง

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 29 มี.ค.68 ที่ห้องประชุมโรงแรมเซ็นทารา รีเวอร์ไซด์ เชียงใหม่ นางสาวปนันรัตน์ หรือ “หยก” วิริยะกุลศานต์ ผู้นำ “กลุ่มเพื่อเชียงใหม่” เป็นประธานในงานแถลงข่าวเปิดตัว ”ทีมหยก ปนันรัตน์“ ซึ่งเป็นทีมผู้สมัครในการเลือกตั้งในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ “หยก” เปิดตัวชิงนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ พร้อมผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ (สท.)ครบทุก 4 แขวง มีผู้สนับสนุนจากหลากหลายกลุ่มเข้าร่วมร่วมให้กำลังใจอย่างคับคั่ง แสดงวิศัยทัศน์บนเวทีในการเปิดตัว
ครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและแนวทางของกลุ่ม เพื่อเชียงใหม่ ที่มุ่งพัฒนาเมืองเชียงใหม่ให้เป็น “เมืองแห่งความสุข นครของทุกชีวิต” ภายใต้แนวคิด “นายกของทุกสี พร้อมทำงานได้กับทุกคน” โดยไม่สังกัดพรรคการเมืองใด ขอร่วมมือกันในการทำงานเพื่อชาวเชียงใหม่

นโยบายสำคัญของ หยก ปนันรัตน์ และกลุ่มเพื่อเชียงใหม่ในครั้งนี้คือการผลักดันเชียงใหม่ให้เป็นมรดกโลก สร้างเมืองที่มีเศรษฐกิจเด่นและเสริมสร้างความมั่นคงให้พี่น้องชาวนครเชียงใหม่ พร้อมทั้งมุ่งพัฒนาเชียงใหม่ให้ติดอันดับ 1 ใน 5 เมืองที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยือน นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่เกิดจากการทุกฝ่าย เพื่อให้เชียงใหม่เป็นเมืองที่ทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสและความสุขได้อย่างเท่าเทียม

หยก ปนันรัตน์ วิริยะกุลศานต์ กล่าวว่า ตนลงพื้นที่พบชาวบ้านมานาน 2 ปี พัฒนาท้องถิ่นทำงานร่วมกับพี่น้องชาวบ้านในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ในทุกระดับ โดยเฉพาะการลงพื้นที่ได้แก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในชุมชน พร้อมทั้งกำลังศึกษาปริญญาเอกในสาขาวิชาศาสตร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นที่ยั่งยืนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ตั้งใจที่จะนำความรู้มาใช้ในการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ให้ยั่งยืนและเหมาะสมกับทุกคน

 

การเปิดตัวในครั้งนี้ถือเป็นการก้าวสำคัญของกลุ่ม เพื่อเชียงใหม่ ที่พร้อมจะทำงานร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของพี่น้องชาวนครเชียงใหม่ โดยมีจุดยืนที่ชัดเจนว่า “การเมืองท้องถิ่นต้องแก้ด้วยนายกฯจากทุกคน ไม่ใช่จากพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง” พร้อมเดินหน้ารับใช้พี่น้องชาวนครเชียงใหม่

กลุ่มเพื่อเชียงใหม่เป็นกลุ่มการเมืองใหม่เนื่องจากผู้สมัครเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีประสบการณ์และเข้าใจปัญหาของพี่น้องชาวนครเชียงใหม่อย่างลึกซึ้ง
หากเทียบกับกลุ่มการเมืองอิสระและพรรคการเมืองอื่นที่มีผู้สมัคร สท. ย้ายค่าย ย้ายขั้วกันอย่างเห็นได้ชัด กลุ่มเพื่อเชียงใหม่จึงถือเป็นตัวเลือกที่สดใหม่และเต็มไปด้วยความมุ่งมันในการพัฒนานครเชียงใหม่อย่างแท้จริง

“หยก” ปนันรัตน์ กล่าวให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ว่า คุณภาพชีวิตของชาวเชียงใหม่ถือว่าสำคัญมาก ต้องการสื่อสารให้ทุกคนอย่างจริงใจ มีปัญหาหรือมีโครงการใดๆหากทำได้หรือไม่ได้อย่างไร ต้องสื่อสารอย่างจริงใจกับประชาชน และมั่นใจว่าประชาชนจะไว้วางใจ เพราะลงพื้นที่ช่วงเวลานาน 2 ปี ลงพบปะชาวบ้านครบทุก 100 ชุมชนในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่แล้ว

ต่อข้อถาม การจะได้คะแนนเสียง ผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ”หยก“ กล่าวว่า “มีการปรับกลยุทธแนวทางการทำงาน “หยกเป็นหลัก แล้วเน้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการออกแบบร่วมกัน ทำงานกับทุกพรรค ทุกสี ไม่ต้องการยึดโยงกับพรรคการเมืองใด พรรคการเมืองหนึ่ง อยากให้มุ่งมั่นในการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนมากกว่า”

“กลุ่มเพื่อเชียงใหม่ ทำงานกับทุกคนในกลุ่มเพื่อเชียงใหม่ มานาน 2 ปีแล้วนั้น ทุกคนมีความสามารถ มีเอกลักษณ์ในตัวเอง มีเอกลักษณ์ในการทำงานที่เป็นแบบของตัวเอง เราเข้ากันได้ดี ก็ขอให้พี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่สนับสนุนผู้สมัคร สท.ทุกคน ทุกแขวงด้วย”

หยก ปนันรัตน์ กล่าวอีกว่า พื้นที่เชียงใหม่เป็นพื้นที่ของความหลากหลาย หากเกิดปัญหาในเชียงใหม่ต้องกระชับ รวดเร็ว ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด การที่เราเป็นกลุ่มการเมืองที่เป็นอิสระ จะสามารถทำอะไรได้รวดเร็วไม่ต้องไปยึดโยงกับส่วนกลาง”
“กลุ่มเพื่อเชียงใหม่ ต้องการให้ จ.เชียงใหม่เป็นเมืองมรดกโลก เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้เติบโตยิ่งๆขึ้นไป เพราะรายได้หลักของเชียงใหม่มาจากการท่องเที่ยวมากถึง 70% จึงขอฝากกลุ่มเพื่อเชียงใหม่ให้ชาวเชียงใหม่ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ได้พิจารณาเลือกเข้าไปทำหน้าที่บริหารในเทศบาลนครเชียงใหม่ด้วย” หยก ปนันรัตน์ วิริยะกุลศานต์ ผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าว.//

เจิญแอ่วงาน “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ ประจำปี 2568” หรืองานสงกรานต์เชียงใหม่

มื่อวันที่ 23 มีนาคม 2568 นายอัศนี บูรณปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ แถลงความพร้อมในการจัดงาน “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ ประจำปี 2568” หรืองานสงกรานต์เชียงใหม่ โดยมี นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุรชัย ศุภยศอมร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ผู้แทนสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดเชียงใหม่ หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดเทศบาลนครเชียงใหม่ ประชาชน และนักท่องเที่ยว เข้าร่วมงานแถลงข่าว ณ ลานด้านหน้าหอพื้นถิ่นล้านนา (ตรงข้ามพระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์)

นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ได้กล่าว ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ร่วมสืบสาน “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ ประจำปี 2568” ภายใต้แนวคิด “เสิร์ฟความม่วน สาดความมันส์ สีสันปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่” ระหว่างวันที่ 7- 16 เมษายน 2568 เพื่อส่งเสริมประเพณีท้องถิ่นอันดีงามและเปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญที่คงอยู่คู่นครเชียงใหม่ มากกว่า 729 ปี และเป็นหนึ่งในเทศกาลระดับโลกที่เป็น Soft Power ดึงดูดนักท่องเที่ยวมาสู่นครเชียงใหม่ และ ประเทศไทย เป็นจำนวนมหาศาลในแต่ละปี

โดยเทศบาลนครเชียงใหม่มีเป้าหมายในการจัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น เพื่อธำรงไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมล้านนา ตลอดจนเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวจะได้พบกับกิจกรรมที่เป็นไฮไลท์ อาทิ ขบวนแห่พระพุทธสิหิงค์ และพระพุทธรูปสำคัญ การแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนา พร้อมทั้งสนุกสนานไปกับการเล่นน้ำสงกรานต์ และยังมีกิจกรรมอุโมงค์น้ำพร้อมการแสดงดนตรีบนถนนท่าแพ ซึ่งในปีที่แล้วได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี ตลอดกิจกรรมทางวัฒนธรรมอื่น ๆ อีกมากมาย

 

 

โดยในปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาเยือนจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ขอความร่วมมือให้นักท่องเที่ยวเล่นน้ำสงกรานต์อย่างปลอดภัยและมีวัฒนธรรม และขอเชิญชวนชาวเชียงใหม่ร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี เพื่อสร้างความประทับใจ ในเทศกาล “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ ประจำปี 2568” ที่กำลังจะมาถึงนี้///

ตรวจคุณภาพน้ำคูเมืองเชียงใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมการจัดงานประเพณีสงกรานต์ หรือป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ ประจำปี 2568 บริเวณคูเมือง

นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจคุณภาพน้ำคูเมืองเชียงใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมการจัดงานประเพณีสงกรานต์ (ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่) ประจำปี 2568 บริเวณคูเมือง หน้าโรงเรียนเทศบาลดอกเงิน


เทศบาลนครเชียงใหม่ได้ดำเนินการขุดลอกตะกอนดินในคูเมือง เพื่อรองรับการผันน้ำจากคลองชลประทานเข้าสู่คูเมืองเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2568 และได้ดำเนินการตรวจสอบคุณภาพน้ำ และปรับปรุงคุณภาพน้ำโดยอาศัยหลักการทางธรรมชาติ พร้อมทั้งดำเนินการตรวจติดตามคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นการรับน้ำเข้าคูเมือง ถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ หลังจากการผันน้ำจากคลองชลประทานผ่านชุมชนและถนนห้วยแก้วเข้าสู่คูเมืองเชียงใหม่ เป็นระยะเวลา 3 สัปดาห์ โดยพารามิเตอร์ที่ทำการตรวจวัดในวันนี้ มีดังนี้:
• ค่าออกซิเจนละลายน้ำ (DO) มีค่าอยู่ที่ 5.61 มก./ล. ตามเกณฑ์มาตรฐานน้ำผิวดินประเภทที่ 3 ซึ่งระบุค่าออกซิเจนละลายน้ำ ต้องมีค่าไม่น้อยกว่า 4.00 มก./ล.
• ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) มีค่าอยู่ที่ 7.60 มีค่าอยู่ในช่วงค่ากลาง เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานน้ำผิวดิน ซึ่งระบุว่าความเป็นกรด-ด่าง ต้องมีค่าอยู่ระหว่าง 5.0 – 9.0
• ค่าความโปร่งแสง วัดได้ที่ระดับ 50 ซม.


การตรวจวัดนี้เป็นการติดตามคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าในช่วเทศกาลสงกรานต์ คูเมืองเชียงใหม่จะมีน้ำที่สะอาดและปลอดภัยสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยในต้นเดือนเมษายน 2568 นี้เทศบาลฯ จะได้รับการจัดสรรน้ำเพิ่มเติมจากทางชลประทาน ซึ่งจะทำให้น้ำในคูเมืองมีคุณภาพดียิ่งขึ้น และเทศบาลนครเชียงใหม่จะดำเนินการปรับปรุงคุณภาพน้ำให้มีค่าเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานน้ำผิวดินประเภท 2 กำหนดค่า ออกซิเจนละลายน้ำ (DO) มีค่าไม่น้อยกว่า 6.00 มก./ล. และความเป็นกรด-ด่าง มีค่าระหว่าง 6.0 – 8.0

 

ทั้งนี้ ควรเล่นน้ำสงกรานต์ด้วยความระมัดระวัง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว เทศบาลนครเชียงใหม่จะดำเนินการตรวจสอบติดตามแนวโน้มของค่าปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อให้ได้คุณภาพน้ำที่ดี ทั้งนี้ ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ ขอขอบคุณโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แตง สำนักงานชลประทานที่ 1 เชียงใหม่ กรมชลประทาน สำหรับการสนับสนุนในการบริหารจัดการน้ำในครั้งนี้//

เปิดตัว อัศนี บูรณุปกรณ์ ลงป้องกันแชมป์นายกเทศบาลนครเชียงใหม่ในนามพรรคเพื่อไทย

นายอัศนี บูรณุปกรณ์ ผู้สมัครเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ในนามพรรคเพื่อไทยวันที่ 19 มีนาคม 2568 เวลา 14.00 น. ณ โรงแรมสมายล์ ล้านนา จังหวัดเชียงใหม่ นายอัศนี บูรณุปกรณ์ ได้จัดการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยประกาศตัวเป็นผู้สมัครเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ในนามของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นการเริ่มต้นของการเดินหน้าสู่การพัฒนานครเชียงใหม่อย่างยั่งยืน โดยมีนาย พิชัย เลิศพงศ์อดิศรตัวแทนพรรคเพื่อไทยมาร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย


นายอัศนี บูรณุปกรณ์ กล่าวว่า “การลงสมัครครั้งนี้เนื่องจากความตั้งใจที่จะทำงานเพื่อประชาชนของ นครเชียงใหม่ โดยเฉพาะการพัฒนาเมืองและการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของชาวเชียงใหม่ให้ดียิ่งขึ้นและต่อเนื่องพร้อมขอเชิญชวนให้ทุกคนร่วมมือกันพัฒนานครเชียงใหม่เพื่ออนาคตที่สดใสของเมืองเรา”ทั้งนี้นายอัศนีได้เน้นย้ำถึงการพัฒนาท้องถิ่นในหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจ การศึกษา การบริการสาธารณะ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยจะยึดหลักการเปิดกว้างและโปร่งใสในการบริหารจัดการงานแถลงข่าวครั้งนี้ยังมีการแสดงวิสัยทัศน์และแนวทางการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ให้เป็นเมืองที่สมบูรณ์และยั่งยืน เพราะเชียงใหม่ไม่ได้เป็นแค่เมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเท่านั้น ยังเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก และเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยโอกาสในการพัฒนาและเติบโต เราจะไม่หยุดนิ่งในการสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับเชียงใหม่ เรามุ่งมั่นที่จะทำให้เชียงใหม่เป็นเมืองที่มีความทันสมัย ควบคู่กับการรักษาความเป็นธรรมชาติและวัฒนธรรมที่งดงาม เพื่อให้“เชียงใหม่ใหม่เสมอ” ในทุกยุคทุกสมัย


นายอัศนี บูรณุปกรณ์ เปิดเผยว่า ขอถือโอกาสอันดีนี้ แถลงต่อหน้าทุกท่านว่า ผมมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะขออาสาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการรับใช้พี่น้องประชาชนต่อ โดยการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ในนามพรรคเพื่อไทย

 

ซึ่งตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ผมได้ทำงานพัฒนาเมืองเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเล็งเห็นผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่เป็นหลักตลอดมา ผมเชื่อมั่นว่าการประสานงานและส่งเสริมจากรัฐบาล จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง

ผมพร้อมกลับมาทำงาน หากได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเชียงใหม่อีกครั้ง ผมจะทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างสุดความสามารถ เพื่อผลักดันนโยบายต่างๆที่ผมตั้งใจไว้ให้เป็นรูปธรรม เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และเพื่อสร้างอนาคตให้ดียิ่งขึ้น ตามวิสัยทัศน์ของผมที่ว่า เชียงใหม่ใหม่เสมอ เพราะเมืองเชียงใหม่ไม่เคยหยุดนิ่ง วันนี้เราพร้อมแล้ว พร้อมพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม

ผมขอขอบคุณพรรคเพื่อไทยที่ให้โอกาสผม และขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกท่านที่ให้การสนับสนุนและให้กำลังใจผมนายอัศนี บูรณุปกรณ์ มาโดยตลอด ซึ่งผมและทีมงานพร้อมพัฒนานครเชียงใหม่ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
“ผมขอเชิญชวนพี่น้องชาวจังหวัดเชียงใหม่ทุกท่านสนับสนุนการ ร่วมกันสร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่าให้กับจังหวัดเชียงใหม่ของเรา ด้วยการเลือกพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้”

ซึ่งในวันนี้นายพิชัย เลิศพงษ์อดิศร ในนามสมาชิกพรรคเพื่อไทยได้เดินทางเข้ามาให้กำลังใจ พร้อมสนับสนุนนายอัสนี บุรณุปกรณ์ ลงชิงนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ในสมัยต่อไป.

มาดามหยกพร้อมชาวเชียงใหม่ สุดปลื้ม ผลงานทัพนักกีฬาคนพิการเชียงใหม่ คว้าเหรียญ “อัญมณีเกมส์”ที่จันทบุรีam เชียงใหม่

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ เรือนแพ 2 ตำบล สันผีเสื้อ อำเภอเมืองเชียงใหม่ คุณกชพร เวโรจน์ (มาดามหยก) ประธานโครงการ “เปลี่ยน.. ไปด้วยกัน” (Change Together) ผู้สนับสนุนความเท่าเทียม สิทธิมนุษยชน และความหลากหลายทางเพศ พร้อมด้วย พร้อมด้วย INDY Team เชียงใหม่
พลตรี ดร.พนม ศรีเผือด / คุณชัยศิลป์ รินแก้ว / ดร.จีรพัตร์ ธาตุตระกูลวงค์ Indy Team คุณสุพจน์ ดวงอยู่สาร / คุณนิพนธ์ ศิริเจริญ / คุณธนาทิตย์ หงษ์ทอง / คุณกิตติวินท์ แก้วคำมา ร่วมแสดงความชื่นชมยินดีกับ ทัพนักกีฬาคนพิการจังหวัดเชียงใหม่ ที่สร้างชื่อเสียงด้วยการคว้าเหรียญรางวัลจากการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 39 “อัญมณีเกมส์” ที่จังหวัดจันทบุรี

โดยทัพนักกีฬาคนพิการเชียงใหม่ สามารถคว้าเหรียญรางวัลมาครองได้หลายเหรียญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกีฬาเทเบิ้ลเทนนิส สามารถกวาดเหรียญทองมาได้ทั้งประเภทหญิงเดี่ยวและหญิงคู่ นอกจากนี้ยังมีเหรียญเงินและเหรียญทองแดงจากประเภทอื่นๆ อาทิ

นางสาวญาณิศา จันทร์เปียง: เหรียญทอง (เทเบิ้ลเทนนิส หญิงเดี่ยว), เหรียญทอง (เทเบิ้ลเทนนิส หญิงคู่)
นางสาวอุไรวรรณ บุญยัง: เหรียญทอง (เทเบิ้ลเทนนิส หญิงคู่)
นายเพชรายุทธ มูลเฟย: เหรียญเงิน (เทเบิ้ลเทนนิส ชายเดี่ยว TT 6)
นางสาวปฐมวดี อินต๊ะนน: เหรียญเงิน (เทเบิ้ลเทนนิส หญิงเดี่ยว TT 3)
นายชัยธวัช แสงลาว: เหรียญทองแดง (เทเบิ้ลเทนนิส ชายเดี่ยว TT 9)

คุณกชพร เวโรจน์ (มาดามหยก) ประธานโครงการ “เปลี่ยน.. ไปด้วยกัน” กล่าวว่า นักกีฬาเหล่านี้เป็นผู้เสียสละ มีความพยายาม เป็นแบบอย่างที่ดี เราควรให้เกียรติคนในทุกๆอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอาย ผู้พิการหรือเด็กและสตรี รวมถึงกลุ่ม LGBTQ+ เรามีการต่อยอดอยู่ตลอดเวลา เราตั้งใจจะส่งเสริมเด็กและเยาวชนให้เล่นกีฬามากกว่าที่จะไปเกี่ยวข้องเรื่องยาเสพติดหรือเที่ยวเตร่หรือเล่นเกมส์ เรื่องกีฬาเป็นสิ่งที่จะทำให้เด็กมีวินัยและเป็นผู้ใหญ่และบุคลากรที่ดีของประเทศชาติต่อไป

“รู้สึกภูมิใจและชื่นชมในความสามารถและความมุ่งมั่นของนักกีฬาคนพิการทุกท่าน ที่ได้ทุ่มเทฝึกซ้อมและสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดเชียงใหม่และได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับพวกเราทุกคน อีกทั้งเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่า ความพิการไม่ใช่ข้อจำกัดในการก้าวไปสู่ความสำเร็จ”

โดยโครงการ “เปลี่ยน.. ไปด้วยกัน” Changen Together จะยังคงให้การสนับสนุนและส่งเสริมให้นักกีฬาคนพิการไทยได้มีโอกาสแสดงศักยภาพและพัฒนาตนเองต่อไป

TRANSFORM THAILAND – STEP FOR CHANGE
พลิกโฉมประเทศไทย ก้าวสู่การเปลี่ยนแปลง

 

 

นักเรียนมงฟอร์ตสุดยอดเยี่ยม..คว้า “รางวัลเหรียญทอง Cold Medal” จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) National Research Council of Thailand สมกับความภาคภูมิใจ

ขอแสดงความชื่นชมยินดีกับ นางสาวชมจันทร์เจ้า ช่างหล่อ หรือน้องจันทร์เจ้าขา นักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/5,นางสาว สุกฤตยาหรือ น้องต้นตาล จงวิริยานุรักษ์ ม.5/7 , นาย รณกร หรือน้องเก้า ปูแดง เลขที่23 ม.5/5ทั้งหมดเป็นนักเรียน โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีคุณครูวราภรณ์ สืบสุยะ ครูที่ปรึกษาโครงงานทางวิทยาศาสตร์ ที่ร่วมกันทำงานจนประสบความสำเร็จอันยอดเยี่ยมในการคว้า “รางวัลเหรียญทอง Cold Medal” จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) National Research Council of Thailand สมกับความภาคภูมิใจกับผลงานการนำเสนอ ด้วยโครงงานวิทยาศาสตร์สุดสร้างสรรค์ โครงงานทางวิทยาศาสตร์ “Eco-Friendly Pet Collars Made from Organic Cotton and Betel” การทดลองผลการใช้สมุนไพรไทย เข้าสู่กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ผลิตสารที่สามารถนำไปบำบัดดูแลช่วยเหลือการเจ็บป่วยของสัตว์เลี้ยง

โดยการนำผลิตผลที่ได้ผ่านกระบวนการทดสอบนำไปทำปลอกคอสัตว์เลี้ยงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทำจากผ้าฝ้ายออร์แกนิกและใบพลู นำเสนอผลงานที่ศูนย์ประชุมไบเธค บางนา กรุงเทพฯ ในช่วงระหว่างวันที่ 3-6 กุมภาพันธ์ 2568

ความมุ่งมั่นตั้งใจในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยเสริมสุขภาพสัตว์เลี้ยง ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการนำสมุนไพรไทยมาประยุกต์ใช้ในเชิงวิทยาศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขอชื่นชมในความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ และความพยายามอันไม่หยุดยั้ง

ขอให้เส้นทางการวิจัยและการสร้างสรรค์นวัตกรรมของน้องจันทร์เจ้าขา เติบโตและก้าวไกลยิ่งขึ้น นำความรู้และผลงานไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์แก่สังคมและสิ่งแวดล้อม ขอให้ประสบความสำเร็จในทุกก้าวของชีวิต และเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักวิจัยรุ่นใหม่ต่อไป

ขอแสดงความยินดีอีกครั้งกับความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจนี้