ททท.ลำปาง พาเที่ยวชมเขื่อนกิ่วลม ชมผืนน้ำที่ใส ความสวยงามของธรรมชาติ โดยร่วมกับวิสาหกิจชุมชนแพกิ่วลม นำโดยนางอัมพร ฤทธิ์ดีเป็งโต และคณะนำพาชมความงามในจุดต่างๆ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วง Green Season กระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว 
เขื่อนกิ่วลม เป็นเขื่อนในการดูแลของกรมชลประทาน ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองลำปางขึ้นไปทางทิศเหนือตามถนนพหลโยธิน ประมาณ 38 กิโลเมตรเศษ แยกซ้ายกิโลเมตรที่ 623 เข้า ไปอีก 14 กิโลเมตร ปิดกั้น แม่น้ำวัง ซึ่งเป็นแควที่มีขนาดเล็กและสั้นที่สุดของแม่น้ำเจ้าพระยา อยู่ในท้องที่จังหวัดลำปางเพียงจังหวัดเดียวเกือบตลอดสาย และไหลลงสู่แม่น้ำปิงในเขตจังหวัดตาก แม่น้ำวังมีพื้นที่ลุ่มน้ำแคบ ประกอบกับมีฝนน้อยกว่าลุ่มน้ำอื่น ๆ ในภาคนี้ แม่น้ำจึงเล็ก แต่น้ำขึ้นและลงในเวลาอันรวดเร็ว กับมีระยะเวลาขาดแคลนน้ำค่อนข้างมาก การทำนาจึงขึ้นอยู่กับฝนเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเป็นอันมาก และข้าวที่ปลูกได้ก็น้อยจนไม่พอบริโภคในจังหวัด เพื่อเป็นการแก้ไขความเดือดร้อนเกี่ยวกับเรื่องน้ำเพื่อการเพาะปลูกของราษฎรในขั้นแรกนั้น กรมชลประทานได้พิจารณาสร้างโครงการชลประทานแม่วังซึ่งเป็นโครงการประเภททดและส่งน้ำแบบเหมืองฝายขึ้นเป็นโครงการแรกเมื่อ พ.ศ. 2478 ต่อมา เมื่อความต้องการน้ำเพื่อการเพาะปลูกเพิ่มขึ้น กรมชลประทานจึงสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำกิ่วลมที่ตำบลบ้านแลง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง เพื่อเก็บกักน้ำบนแม่น้ำวัง และสามารถส่งให้ราษฎรทำการเพาะปลูกได้ตลอดปี เขื่อนกิ่วลมเป็นเขื่อนเก็กน้ำแห่งแรกในภาคเหนือ และเริ่มเก็บน้ำได้ในปี 2515

นางอัมพร ฤทธิ์ดีเป็งโต ประธานวิสาหกิจชุมชนแพกิ่วลม-สำเภาทอง เปิดเผยว่า เขื่อนกิ่วลมตั้งอยู่ หมู่ที่ 9 บ้านหาดเชี่ยว ต.บ้านแลง อ.เมือง จ.ลำปาง และในเขื่อนแห่งนี้ มีแพทั้งหมด 34 ลำ โดยการล่องแพจะเริ่มที่บริเวณหน้าเขื่อนกิ่วลม ไปจนถึงทะเลสาบสำเภาทอง ระยะทางรวมประมาณ 20 กิโลเมตร และในระหว่างทางก็จะได้ชมทัศนียภาพอันสวยงามของ 4 แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ ถ้ำเหล็กไหล ถ้ำสมบัติ สะพานลิง และเกาะวังแก้ว ในช่วงนี้เป็นช่วง Green Season จึงมีบรรยากาศที่สวยงามมากยิ่งขึ้น เต็มไปด้วยความเขียวชะอุ่มของต้นไม้นานาพันธุ์ และความสวยงามตามภูมิทัศน์ขณะที่กำลังล่องแพ และยังได้เห็นถึงวิถีชีวิตของชาวบ้านในชุมชนด้วย


สำหรับการท่องเที่ยวในเขื่อนกิ่วลม สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี และการบริหารการจัดการแพในการท่องเที่ยวนั้น ทางวิสาหกิจชุมชนยังได้ยึดถือวิสัยทัศน์ว่า “แหล่งน้ำอุดม เขื่อนกิ่วลมน่าเที่ยว เกษตรกรรมเขียวยั่งยืน เป็นสังคมเรียนรู้เอื้ออาทร ประชากรมีส่วนร่วม การพัฒนาแบบบูรณาการ” ดังนั้น หากแพไหนที่มีนักท่องเที่ยวเต็ม ก็จะมีการกระจายนักท่องเที่ยวไปยังแพอื่นๆ เมื่อนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาล่องแพ และต้องการสถานที่พักผ่อนด้วย ทางแพก็มีสถานที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว ทั้งการพักผ่อนบนแพ และอีกจุดหนึ่งคือที่ เกาะวังแก้ว
ปัจจุบันก็มีลูกค้าที่เข้ามาหลากหลาย ทั้งการมาพักผ่อนส่วนตัว หรือทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน กับครอบครัว หรือมาแบบหมู่คณะ และการพักบนแพนั้น นักท่องเที่ยวสามารถที่จะนำอาหารมาทานบนแพได้ แต่หากต้องการแม่ครัว ทางแพก็จะประสานไปทางวิสาหกิจชุมชน คือประธานสตรีชุมชนภายในหมู่บ้านมาทำอาหารให้ เช่น ปลาที่ได้จากเขื่อน, เห็ดที่ชาวบ้านหามาได้ ผัก ตะไคร้ ใบมะกรูดที่ชาวบ้านหามาเอง บ่งบอกถึงวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวบ้านแบบเศรษฐกิจพอเพียง และหากนักท่องเที่ยวที่สนใจ หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ก็สามารถติดต่อมายังวิสาหกิจกรรมชาวแพเขื่อนกิ่วลมได้ ที่เบอร์โทร 091-8566718


ผอ.ททท.ลำปาง นายวิสูตร บัวชุม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลำปาง นำสื่อร่วมกิจกรรม กินปู ดูนา พาฟิน เพื่อต้องการสร้างภาพจำของพื้นที่ อ.แจ้ห่ม ที่มีสินค้าขึ้นชื่อ คือ น้ำ ปู หรือ น้ำปู๋ เป็นอาหารที่เกิดจากภูมิปัญญาของชาวบ้านในภาคเหนือ น้ำปูนั้นเป็นอาหารที่เกิดจากการถนอมอาหารเพื่อเก็บไว้กินเป็นเวลาแรมปี นอกจากที่ชาวบ้านจะทำไว้กินเองเเล้ว ยังนำไปจำหน่ายเป็นรายได้เสริมอีกด้วย น้ำปูที่มีชื่อเสียง ได้แก่ น้ำปูที่ทำที่อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง และน้ำปูที่ทำที่จังหวัดพะเยา





วันที่ 31 สิงหาคม 2563 นายณัฐวุฒิ ทาอินต๊ะ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานเชียงใหม่เป็นประธานการฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟอาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ประจำปี 2563 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อให้พนักงาน ลูกจ้าง สายการบิน ผู้ประกอบการ ส่วนราชการและผู้ปฏิบัติงานในอาคารผู้โดยสาร ทบทวนการปฏิบัติเมื่อเกิดอัคคีภัย อาทิ การแจ้งเหตุ การใช้เส้นทางหนีไฟ การใช้อุปกรณ์ดับเพลิงเพื่อระงับเหตุเพลิงไหม้ขั้นต้น และการช่วยเหลือทางการแพทย์ ซึ่งนอกจากจะเป็นการปฏิบัติตามกฎกระทรวง เรื่อง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย ว่าด้วยเรื่องให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างทุกคนฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟพร้อมกันอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งแล้ว ยังเป็นการช่วยลดความรุนแรงและความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินหากเกิดอัคคีภัยหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินอื่นๆ อีกด้วย


วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2563 บริษัท เชียงใหม่วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด หรือ CSE ร่วมกิจกรรมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 88 พรรษา โดยมี คุณรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เป็นประธานในพิธี ณ ป่าชุมชนบ้านต้นผึ้ง หมู่ที่ 7 ตำบลแม่โป่ง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่
นายไพรัช โตวิวัฒน์ กรรมการอำนวยการ บริษัท เชียงใหม่วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด เปิดเผยหลังจากร่วมกิจกรรมว่า ในหลายปีที่ผ่านมา CSE ขับเคลื่อนองค์กรโดยบูรณาการองค์ความรู้จากความเขี่ยวขาญ ของภาคเอกชน ภาควิชาการ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่น ๆ โดยมีแนวคิดที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมและมุ่งหวังให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะปัญหาเรื่องหมอกควันและทรัพยากรป่าไม้ถูกทำลาย การเผาพื้นที่ป่าที่ส่งผลให้เกิดหมอกควัน ถือเป็นปัญหาที่จังหวัดเชียงใหม่รวมถึงในหลาย ๆ จังหวัดภาคเหนือตอนบนประสบมาอย่างยาวนาน ซึ่ง CSE ได้จัดร่วมมือกับหลายภาคส่วนในการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยจัดกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ เพื่อปลุกจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม สร้างความมั่นคงทางอาหาร และเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้กิจกรรมลงพื้นที่เพื่อทำความรู้จักชุมชนที่ดูแลป่าและร่วมปลูกต้นไม้ในป่าชุมชนบ้านต้นผึ้ง ตำบลแม่โป่ง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เป็นกิจกรรมใน โครงการ “คุณดูแลป่า เราดูแลคุณ” ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ร่วมกับ “เครือข่ายเพื่อความยั่งยืนแห่งประเทศไทย (TRBN)” จัดขึ้น จึงถือเป็นโอกาสดีที่ CSE ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการทำกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งมีจุดมุ่งหมายร่วมกันในการสร้างความเข้มแข็งของประชาชนในท้องถิ่นให้อนุรักษ์ป่าโดยเริ่มจากชุมชนของตนเอง และเป็นการส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วม รับผิดชอบต่อสังคม และรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน นายไพรัช กล่าวทิ้งท้าย
น.ส พนิดา เขื่อนจินดา น้องดินสอสี นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คว้ามงกฎ จากเวทีการประกวด “PROUD OF CHIANGMAI มิสแกรนด์ เชียงใหม่ 2020”
สะพายประจำตำแหน่ง มิสแกรนด์เชียงใหม่ 2020 รางวัลเงินสด 100,000 บาท และรางวัลอื่นๆ อีกมากมายมูลค่า กว่า7แสนบาท และในปีนี้ สาวงามรุ่นพี่มิสแกรนด์เชียงใหม่ และเจนนี่ นฤมล คำพันธ์ มิสแกรนด์เชียงใหม่ 2019 ซึ่งได้รับตำแหน่ง รองชนะเลิศอันดับ1 จากเวทีมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2019 ได้มาร่วมงานเพื่อต้อนรับสาวงามคนใหม่เข้าสู่ครอบครัวมิสแกรนด์เชียงใหม่ และในวันนี้เจนนี่ ได้อำลาตำแหน่งหลังจากที่ได้ปฏิบัติหน้าที่มาตลอดหนึ่งปี และได้ส่งมอบหน้าที่มิสแกรนด์เชียงใหม่ ให้กับ หมายเลข 5 ดินสอสี น.ส พนิดา เขื่อนจินดา นักศึกษาจากคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อทำหน้าที่ มิสแกรนด์เชียงใหม่ 2020 ในการเป็นตัวแทนประกวด มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2020 ในปีนี้ บนเวทีการประกวด มีการโชว์ชุดพิเศษที่เล่าถึงเรื่องของความเชื่อของล้านนา ซึ่งสร้างสรรค์โดยทีมงานแสนหลวง และปีนี้ผู้จัดได้เชิญ ดารานักแสดงอย่าง นุก สุทธิดา โก้ ธีรศักดิ์ นักแสดงวัยรุ่นชื่อดังจากซีรีส์ เพราะเราคู่กัน กาย – ศิวกร เลิศชูโชติ , กันต์ – กรวิศ บุญศรี และนก KPN นักร้อง DIVA เสียงทรงพลังที่มาสร้างสรรค์เสียงเพลงในการใช้ประกอบการเดินรอบชุดว่ายน้ำและชุดราตรีให้เป็นวันอันสุดแสนพิเศษอีกด้วย
“ซันสวีท” เอาใจคนรักสุขภาพ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “ธัญพืชรวม” พร้อมทาน ตรา KCผสานคุณประโยชน์ของธัญพืชทั้ง 5 ชนิด ได้แก่ ข้าวโพดหวาน ข้าวบาร์เลย์ ถั่วแดง ลูกเดือย งาขาว และงาดำ ที่ผ่านการคัดสรรคุณภาพ เกิดรสสัมผัสที่หลากหลายเข้ากันอย่างลงตัวเคี้ยวเพลิน ทานง่าย อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ให้พลังงาน ใยอาหารสูง และไขมันต่ำ จะทานเล่นก็ได้หรือจะทานเป็นอาหารควบคุมน้ำหนัก ก็ดี ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ สะดวก อิ่มอร่อย ได้ในถ้วยเดียว

รัฐบาลญี่ปุ่นได้ให้การสนับสนุนโครงการก่อสร้างอาคารเรียนโรงเรียนบ้านห้วยหญ้าไซ อาเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย พิธีส่งมอบอาคารเรียนภายใต้ “โครงการก่อสร้างอาคารเรียนโรงเรียนบ้านห้วยหญ้าไซ อาเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย” ซึ่งสนับสนุนโดยรัฐบาลญี่ปุ่นผ่านโครงการความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจแบบให้เปล่าเพื่อพื้นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ (หรือโครงการคุซะโนะเนะ) ได้ถูกจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2563 โดยมี นายฮิโรชิ มัทสึโมะโตะ กงสุลใหญ่ญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่ เป็นผู้มอบ และ และนายสงคราม มังคะละ ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านห้วยหญ้าไซ เป็นผู้รับมอบ



นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) EA และ“กลุ่มช่วยกัน” กล่าวว่า กลุ่มยังคงดำเนินโครงการ เพื่อช่วยเหลือให้ประเทศไทยผ่านพ้น สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 อย่างเป็นระบบ และการใช้แอปพลิเคชั่น“หมอชนะ”ที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยในการเปิดเมืองเฝ้าระวังความเสี่ยงในการรับเชื้อและแพร่เชื้อของบุคคลโดยไม่ต้องกังวลเรื่องของ Data Privacy เป็นเครื่องมือในการติดตามผู้ใช้งานแบบไม่ระบุตัวตนและไม่ล่วงล้ำข้อมูลส่วนตัว มีจุดเด่นในการใช้ระบบ Bluetooth ทำงานร่วมกับ GPS ทำให้สามารถติดตามได้ว่าผู้ใช้งานได้เคยเดินทางไปยังสถานที่ที่มีความเสี่ยง และ/หรือใกล้ชิดผู้ป่วยหรือผู้ที่มีความเสี่ยงสูงในระยะรัศมี 5 เมตร จึงทำให้สามารถคัดแยกผู้เสี่ยงติดเชื้อได้ในวงแคบอย่างมีประสิทธิภาพ




