กลุ่ม Chiang Mai Pride จับมือร่วมกับ Asset World Corporation (AWC) และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดงาน “Chiang Mai Colourful Pride Month 2024” เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ และเชื่อมโยงการท่องเที่ยว

กลุ่ม Chiang Mai Pride จับมือร่วมกับ Asset World Corporation (AWC) และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดงาน “Chiang Mai Colourful Pride Month 2024” เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ และเชื่อมโยงการท่องเที่ยว สู่หมุดหมายหลักของงาน Pride Month สำหรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศ ในระดับสากล

Chiang Mai ร่วมเฉลิมฉลองพร้อมกับ Pride Month ทั่วโลก สำหรับการรวมตัวของ LGBTQ+ ที่มีความหลากหลาย และร่วมกันช่วยส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ ให้ได้รับการยอมรับในสังคมปัจจุบัน อีกทั้งเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวให้ชาวไทยและต่างชาติ ในระดับสากลของมาใช้บริการภายในจังหวัดมากยิ่งขึ้น และยังนำไปสู่การเป็นหมุดหมายหลักของงาน Pride Month ในปีต่อ ๆ ไป โดยในการจัดงานครั้งนี้กำหนดให้มีพิธีเปิดงาน “Chiang Mai Colourful Pride Month 2024” ในวันที่ 26 พฤษภาคม 2567 พร้อมกันนี้ยังได้จัดให้มีกิจกรรมสร้างสีสันให้แห่งเมืองเชียงใหม่ที่จะได้กลับมาคึกคักกันสุดเหวี่ยงตลอดเดือน มิถุนายน 2567 อีกด้วย

สำหรับงาน “Chiang Mai Colourful Pride Month 2024” ที่จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม 2567 และตลอดเดือน มิถุนายน 2567 ได้มีการเตรียมกิจกรรมสร้างสีสันมากมาย อาทิ ขบวนพาเหรด Chiang Mai Pride, การจัดคอนเสิร์ต, การเนรมิตสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองเชียงใหม่ เช่น ขั๋วเหล็ก ประตูท่าแพและแยกรินคำ ให้เต็มไปด้วยสีสัน Pride, การเต้น Random Dance ณ ข่วงประตูท่าแพ, การจัดแข่งขัน Colourful Contest ชิงเงินรางวัลมูลค่ากว่า 15,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล

โดยเมื่อ17 พฤษภาคม 2567ณ ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ เชียงใหม่ ได้มีการจัดให้มีการแถลงข่าวการจัดงาน “Chiang Mai Colourful Pride Month 2024”โดยมีว่าที่ร้อยเอก สันติพงศ์ บุลยเลิส ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่  ,นายเก่ง ชัยวารินทร์ รองผู้อำนวยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่, นายภวฤทธิ์ กาญจนเกตุ รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่, นายศิริศักดิ์ ไชยเทศ ประธานคณะทำงาน Chiang Mai Pride 2024 และ นายพิสันต์ สุวรรณธาดา General manager the pantip lifestyle hub Chiangmai และผู้แทนจาก Asset World Corporation (AWC) ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้

 

โดย ว่าที่ร้อยเอก สันติพงศ์ บุลยเลิส ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า “จังหวัดเชียงใหม่ นครแห่งชีวิต และความมั่งคั่ง ที่เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์ที่ชวนให้หลงรัก จังหวัดเชียงใหม่ มีธรรมชาติที่งดงาม มีศิลปะวัฒนธรรมที่หลากหลาย มีประเพณีอันดีงามที่สะท้อนวิถีชีวิต เชียงใหม่ ในแต่ละปีมีผู้คนมากมายเดินทางมาเยือน การท่องเที่ยวในปัจจุบันได้มีการเปิดกว้างมากขึ้นได้ตอบสนองความต้องการของกลุ่มคนทุกเพศทุกวัย ทุกรุ่น โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเท่าเทียม

ในช่วงเดือนมิถุนายน ของทุกปีในระดับนานาชาติ ยกให้เป็นเดือนแห่งความหลากหลายทางเพศ : LGBTQ+ Pride Month สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายของผู้คน แหล่งท่องเที่ยว และวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ จึงเป็นเป้าหมายการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งเชียงใหม่พร้อมจะโอบรับทุกคนจากทั่วโลกที่มีความหลายหลาก ด้วยความอบอุ่นด้วยไมตรีจิต ด้วยรอยยิ้มที่เชื่อว่าทุกคนที่เดินทางมาเชียงใหม่ จะมีความสุขได้อย่างหลากหลาย

เสน่ห์ของเชียงใหม่อีกประการ คือในแต่ละช่วงของการเดินทางมาสัมผัสจะมีความแตกต่างกันออกไป ในช่วงฤดูฝน สภาพอากาศเชียงใหม่ได้กลับมาสดใสมากขึ้น พร้อมที่จะให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสธรรมชาติสวยงามมองไปทางไหนก็สบายตา สบายใจ ไร้หมอกควันเต็มไปด้วยภูเขา ต้นไม้ ในช่วงที่เรียกว่า “Green Season” ท้ายนี้ผมขอย้ำว่า เชียงใหม่ คือ นครแห่งชีวิต และความมั่งคั่ง ที่เต็มไปด้วยสีสันและความสุขที่หลากหลาย และพร้อมที่จะต้อนรับผู้คนที่หลากหลาย เช่นกันครับ”

ด้าน นายเก่ง ชัยวารินทร์ รองผู้อำนวยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ กล่าวว่า “สำหรับกิจกรรม Chiang Mai Colourful Pride Month 2024 ในปีนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ร่วมบูรณาการกับพันธมิตรทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นเทศบาลนครเชียงใหม่, กลุ่ม Chiang Mai Pride และ Asset World Corporation (AWC) เพื่อสร้างสีสันให้กับงานตั้งแต่วันที่ 26 พ.ค. 2567 ไปจนตลอดเดือนมิถุนายน 2567 ด้วยการเพิ่มสีสันให้กิจกรรมภายในงานมากมาย อาทิ การเพิ่มขบวน Pride Parade ให้มีความยิ่งใหญ่มากขึ้น และการเชิญศิลปินชื่อดังมาร่วมแสดง บนเวทีกิจกรรม, การจัด Installation Arts เพื่อสร้าง Landmark จุดถ่ายรูปเช็คอินให้แก่นักท่องเที่ยว อาทิ บริเวณประตูท่าแพ สะพานขั๋วเหล็ก และแยกรินคำ, กิจกรรมนิทรรศการศิลปะประกวดภาพถ่าย และกิจกรรม Random Dance เปิดพื้นที่ให้ผู้มีความชื่นชอบในการเต้นได้มาแสดงออก

นอกจากกิจกรรมข้างต้นแล้ว ททท. ยังได้ร่วมมือกับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว และพันธมิตรต่างๆในจังหวัดเชียงใหม่ อาทิ สายการบิน, กอล์ฟ, สปา, ร้านอาหาร, ที่พัก/ โรงแรม, รถเช่าและรถขนส่งสาธารณะ จัดทำแคมเปญส่วนลดพิเศษ เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมเฉลิมฉลอง Pride month ตลอดทั้งเดือนมิถุนายน 2567 โดยคาดว่าจะส่งผลให้เกิดมูลค่าเศรษฐกิจ ด้านการท่องเที่ยวตลอดทั้งเดือนมิถุนายน มากกว่า 7,500 ล้านบาทและเกิดการเดินทางของนักท่องเที่ยว 790,000 คน/ครั้ง และ ททท. จะผลักดันให้งาน Chiang Mai pride festival เป็นกิจกรรมหลักของเดือนมิถุนายนในปฏิทินท่องเที่ยว 12 เดือน 12 เทศกาลของจังหวัดเชียงใหม่และเกิดการจัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อให้เป็นหมุดหมายปลายทางหลักของนักท่องเที่ยว Top LGBTQ+Friendly Destination ต่อไป ทั้งนี้ สามารถติดตามโปรโมชั่นต่างๆในเดือน Pride month ได้ที่ Facebook Page Chiangmai Colourful Pride Month 2024, ททท. สำนักงานเชียงใหม่ และเพจพันธมิตรอื่น ๆ ”


ทางด้าน นายภวฤทธิ์ กาญจนเกตุ รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ในนามของนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าวว่า “ สำหรับปีนี้ เทศบาลนครเชียงใหม่ได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ จัดงานนี้ขึ้นในระหว่างวันที่ 1-2 มิถุนายน 2567 บนพื้นที่จากถนนช้างคลาน ย่านไนท์บาร์ซาร์ ถึงข่วงประตูท่าแพ ซึ่งจะได้รับ การตกแต่งให้เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งสีสันของเดือนแห่งความภาคภูมิใจหรือเดือน Pride และขบวนพาเหรดที่ผสมผสานวัฒนธรรมล้านนาและวัฒนธรรมร่วมสมัยภายใต้แนวคิด We are all Human ซึ่งเน้นย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของคุณค่าแห่งมนุษย์ทุกคน ไม่ว่าพวกเราทั้งหลายจะเป็นเพศไหนก็ตาม


นอกจากสีสันและบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองแล้ว เพื่อให้ผู้คนทั่วไปได้รับรู้ถึงความสำคัญและความหมายของงาน Chiang Mai Colourful Pride Month 2024 นี้ จึงได้ประกอบด้วยนิทรรศการเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับ LGBTQ อาทิ กฎหมายสมรสเท่าเทียม ความหมายของเพศสภาพ ความเท่าเทียมของมนุษย์ทุกคนอีกด้วย
ด้วยเล็งเห็นถึงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการแสดงคุณค่าของมนุษย์ทุกคน เทศบาลนครเชียงใหม่จึงได้ให้การสนับสนุนในการจัดงานด้วยความยินดียิ่ง และผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดงาน Chiang Mai Colourful Pride Month 2024 ในครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ สอดคล้องตามเจตนารมณ์ของการจัดงานที่ว่า ไม่ว่าเราทั้งหลายจะเป็นเพศใด ทุกคนก็ล้วนมีความเท่าเทียมกัน หรือ We are all Human ”

ทางด้าน นายศิริศักดิ์ ไชยเทศ ประธานคณะทำงาน Chiang Mai Pride 2024 กล่าวว่า “ เนื่องด้วยเดือนมิถุนายนของทุกปี ทั่วโลกต่างร่วมกันเฉลิมฉลอง รวมทั้งรำลึกการต่อสู้ของคนที่มีความหลากหลายทางเพศ และสืบทอดเจตนารมณ์ที่ต้องการให้ผู้มีความหลากหลายทางเพศได้รับการปกป้อง คุ้มครองให้ปลอดภัยจากความรุนแรง ยกระดับคุณภาพชีวิต และสะท้อนถึงประวัติศาสตร์ของการต่อสู้ด้านสิทธิมนุษยชนของคนที่มีความหลากหลายทางเพศ หรือที่เรียกว่าเทศกาลแห่งความภาคภูมิใจ PRIDE MONTH


ซึ่งคณะทำงาน Chiang Mai Pride 2024 ประกอบด้วยนักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชน องค์กรภาคประชาสังคม จากหลากหลายประเด็นอาทิ สิทธิความหลากหลายทางเพศ, สิทธิพนักงานบริการ, สิทธิด้านสุขภาพ, สิทธิด้านแรงงาน, สิทธิคนพิการ, สิทธิผู้อยู่ร่วมกับเชื้อ HIV, สิทธิเยาวชน, สิทธิผู้หญิง, สิทธิชาติพันธ์, สิทธิผู้ใช้ยา, นักกิจกรรมประชาธิปไตย ฯลฯ โดยธีมปีนี้คือ “Chiang Mai Pride 2024 : Beyond Gender : Pride United : Celebrating Diversity, Embracing Unity” “ เชียงใหม่เป็น จังหวัดเปิดเทศกาลเฉลิมฉลองเดือน ไพรด์ จัดหวัดแรกของประเทศไทย”ในวันอาทิตย์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 เวลา 13.00 น. – 24.00 น. ณ พุทธสถานเชียงใหม่ ไนท์บาซาร์เชียงใหม่ และ ลานอเนกประสงค์ ข่วงประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่

โดยกิจกรรมจะประกอบด้วยการเดินขบวน Pride Parade ดนตรี การแสดงศักยภาพของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ การประกวด Chiang Mai Pride Ambassador 2024 และการแสดงบันเทิงหลากหลายรูปแบบและไฮไลท์ สำคัญคือ การแสดงจุดยืนเพื่อให้รัฐไทยออกกฎหมายที่สนับสนุนสิทธิมนุษยชนให้เป็นจริง อาทิ


● สมรสเท่าเทียม ผ่าน พิธิสมรสของคู่รักความหลากหลายทางเพศ เพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยมีกฎหมาย สมรมเท่าเทียม สำหรับทุกคน
● Sex work Is Work เพื่อยกเลิก พรบ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีปี 2539 และส่งเสริมให้รัฐไทยออกกฏหมาย พรบ.มาตรฐานคุ้มครองพนักงานบริการทางเพศ ผ่านกิจกรรมของพนักงานบริการเอง
● กฎหมายรับรองอัตลักษณ์ทางเพศ ผ่านถ้อยแถลงของเยาวชนคนข้ามเพศ
● รัฐไทยต้องออกฎหมาย พรบ.ขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล ผ่านถ้อยแถลงของตัวแทนชุมชน
● พบกับSpeech จากชุมชนทุกประเด็น
● การประกาศเจตนารมณ์ เรื่องการต่อต้าน Rain Bow washing ทุกรูปแบบ

ซึ่ง นายพิสันต์ สุวรรณธาดา General Manager The Pantip Lifestyle Hub กล่าวว่า “ในนามของ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทยที่มุ่งเน้นตอบสนองไลฟ์สไตล์ แบบครบวงจร รวมพลังเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกซน อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร และ Chiangmai Pride รวมถึงกลุ่มธุรกิจของโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเครื่อ AWC กว่า 15 แห่ง ร่วมต้อนรับเทศกาล Pride Month จัดแคมเปญ ‘AWC Let’s Pride’ สร้างปรากฎการ์ณแห่งความเท่าเทียม สนับสนุนความหลากหลาย ทางเพศครั้งยิ่งใหญ่ทั่วกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่างเชียงใหม่ พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทย ก้าวสู่จุดหมายปลายทางการเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความเท่าเทียม และเป็นจุดหมายปลายทางยั่งยืนระดับโลก ทั้งด้านไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยว

AWC Let’s Pride’ คือ แคมเปญของความภาคภูมิใจ ความเท่าเทียมของความหลากหลาย และการยอมรับตนเอง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการรวมพลังสนับสนุนการเปิดกว้างของสังคมร่วมสมัย และความเสมอภาคอย่างสมบูรณ์แบบเพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นเมืองแห่งความเท่าเทียมที่มีบทบาทบนเวที่โลกโดย AWC Let’s Pride’ ร้างสรรค์ภายใต้ 3 กิจกรรมฮไลท์ ‘Pride Experience, Pride Talk และ Pride Cheerfu!’

AWC Let’s Pride’ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ AWC ในการดำเนินงานด้านความยั่งยืนภายใต้กรอบ
การดำเนินงาน ‘3BETTERs’ ในด้าน ‘BETTER PEOPLE’ เพื่อผู้คนที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วยการพัฒนา ทรัพยากรบุคคล สนับสนุนสิทธิมนุษยชน และส่งเสริมให้เกิดความเท่าเทียมทางเพศในการทำงานและ การแสดงความคิดเห็น โดยมุ่งเน้นเรื่องการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมและสร้างโอกาสที่เสมอภาค ”

ทั้งนี้ สามารถติดตามโปรโมชั่นต่างๆในเดือน Pride month ได้ที่ Facebook Page Chiangmai Colourful Pride Month 2024, ททท. สำนักงานเชียงใหม่ และเพจพันธมิตรอื่น ๆ

แสนสิริชี้อสังหาฯ เชียงใหม่ขยายตัว ส่งโครงการใหม่รับดีมานด์ไฮไลท์ “เศรษฐสิริ รวมโชค” และ “อณาสิริ พายัพ” เฟส 3 ดันมูลค่าพอร์ตเชียงใหม่รวม 16,500 ล้านบาท พิสูจน์ความเชื่อมั่นจริง

• แสนสิริ คาดอสังหาฯ เชียงใหม่ขยายตัวจากศักยภาพทำเล ขึ้นแท่นเมืองน่าอยู่ระดับ International จากการมีโรงเรียนนานาชาติมากเป็นอันดับ 2 ในไทยรองจากกรุงเทพฯ รั้งอันดับ 2 เมืองน่าอยู่ ติดอันดับ Top5 Best places for Expats และเมืองยอดนิยมของชาวต่างชาติวัยเกษียณ พร้อมแนวโน้มการเติบโตจากแผนเมกะโปรเจ็กต์ ทั้งสนามบินเชียงใหม่ 2 รองรับนักท่องเที่ยว 20 ล้านคนต่อปี และโครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ – เชียงใหม่

• เดินหน้าตามโรดแมป Strategic Location ขยายโครงการอสังหาฯ ตามหัวเมืองใหญ่และเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในเชียงใหม่ รองรับการขยายตัวจากลูกค้าคนไทยและชาวต่างชาติที่มีดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
• ย้ำ “เชียงใหม่ต้องแสนสิริ” ลุยพัฒนาต่อเนื่อง 4 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 5,600 ล้านบาท ตอกย้ำความสำเร็จและความเชื่อมั่นในแบรนด์แสนสิริที่กลุ่มลูกค้าเชียงใหม่ให้ความไว้วางใจในคุณภาพโครงการ ดีไซน์ที่โดดเด่น พร้อมฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัย ตลอดจนบริการดูแลหลังการขาย

• ล่าสุดเผยโฉม “เศรษฐสิริ รวมโชค” บ้านเดี่ยวระดับลักซ์ชัวรี่ วิวดอยสุเทพ ชูนวัตกรรมบ้านปลอดฝุ่น สู้ PM 2.5 และนวัตกรรมบ้านสีเขียวเพื่อการอยู่อาศัย ระดับราคา 20 – 35 ล้านบาท* กระแสสุดฮอต กวาดยอดจองทะลัก พร้อมเตรียมเปิดขายเฟสใหม่ต่อทันที จ่อคิวพรีเซลล์ 25 – 26 พ.ค.นี้

• ขณะที่ “อณาสิริ พายัพ” บ้านเดี่ยวและบ้านแฝดในโครงการเดียว ภายใต้แนวคิด “Feel Just Right ความพอดีที่ลงตัว” ตรงใจไลฟ์สไตล์กลุ่มลูกค้าชาวเชียงใหม่ ตอบรับล้น Sold out! ปิดการขาย 2 เฟสรวด รวม 50 ยูนิต เตรียมเปิดการขายต่อเนื่องในเฟสที่ 3 เดือน มิ.ย. นี้
• เผยจ่อคิวขายคอนโดใหม่จากแสนสิริ ทำเลใจกลางเมือง เพียง 200 ม.จาก เซ็นทรัล เชียงใหม่ สไตล์รีสอร์ทส่วนกลางครบทั้งสระว่ายน้ำขนาดโอลิมปิค 55 ม.และ Pet Yard พร้อมโอนคอนโดตึกสูงแห่งแรกจากแสนสิริในเชียงใหม่ “เดอะ เบส ไฮท์ เชียงใหม่” หนุนรายได้โตแข็งแกร่ง และดันยอดขายตลาดต่างจังหวัดตามเป้า 10,000 ล้านบาท

นายอาณัติ กิตติกุลเมธี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานพัฒนาโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงศักยภาพของจังหวัดเชียงใหม่ว่า ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2567 ที่ผ่านมา ภาพรวมเศรษฐกิจมีสัญญาณบวกที่เข้ามาสร้างบรรยากาศให้เชียงใหม่มีความคึกคัก ทั้งการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะเชียงใหม่ยังนับเป็นจุดหมายปลายทางที่
ชาวเกาหลี ไต้หวัน ฮ่องกง ชาวจีน และยุโรป เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและมีแนวโน้มการพักอาศัยระยะยาวเพิ่มมากขึ้น โดยมียอดจองโรงแรมเพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นปีและยังคงสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลถึงดีมานด์การซื้อที่อยู่อาศัยที่มีแนวโน้มขยายตัวสูงขึ้น จากศักยภาพของเชียงใหม่ ที่นับเป็นเมืองน่าอยู่ระดับ International จากการมีโรงเรียนนานาชาติมากเป็นอันดับ 2 ในไทยรองจากกรุงเทพฯ รวมทั้งยังติดอันดับโผระดับอินเตอร์หลายรายการ อาทิ อันดับ 2 เมืองน่าอยู่ จาก Conde’ Nast Traveler ติด Top5 เมืองสำหรับ Expat จาก International living และเมืองยอดนิยมของชาวต่างชาติวัยเกษียณ และติดอันดับเมืองท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลก จาก Travel & Leisure ประกอบกับแนวโน้มการเติบโตของเชียงใหม่ จากแผนเมกะโปรเจ็กต์ ทั้งสนามบินเชียงใหม่2 รองรับนักท่องเที่ยว 20 ล้านคนต่อปี และโครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ – เชียงใหม่ รวมถึงจำนวนประชากรเชียงใหม่ที่เติบโตขึ้นต่อเนื่องในปี 2564 – 2566 และการเพิ่มขึ้นของจำนวนของชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในระดับ High Skill สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกับแผนธุรกิจที่สำคัญของแสนสิริในปี 2567 เดินหน้าเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหัวเมืองใหญ่และเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพเติบโตสูงและมีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ชัดเจน ผ่านกลยุทธ์ Strategic Location โดยในปีนี้แสนสิริมีแผนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ตอบรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าในเชียงใหม่รวม 4 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 5,600 ล้านบาท ประกอบด้วยแนวราบ 2 โครงการและคอนโดมิเนียม 2 โครงการ ครอบคลุมตอบรับเกือบทุกความต้องการ

“แสนสิริ นับเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ ผ่านการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยทั้งคอนโดมิเนียมและบ้านเดี่ยว จนถึงล่าสุดรวม 15 โครงการ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนสะสมรวม 16,500 ล้านบาท สามารถพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการของกลุ่มลูกค้าครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ และเป็นที่รู้จักในฐานะผู้นำอสังหาฯ รายใหญ่ที่กลุ่มลูกค้าในเชียงใหม่ให้ความเชื่อมั่นและไว้วางใจในแบรนด์แสนสิริ คุณภาพโครงการ ดีไซน์ที่โดดเด่น พร้อมฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัย ตลอดจนบริการดูแลหลังการขายกับทุกกลุ่มลูกค้า”นายอาณัติ กล่าว

รุกตลาดแนวราบ เปิด “เศรษฐสิริ รวมโชค” บ้านเดี่ยวระดับลักซ์ชัวรี่ วิวดอยสุเทพ ชูนวัตกรรมบ้านปลอดฝุ่น สู้ PM 2.5
ล่าสุด แสนสิริเปิดตัวบ้านเดี่ยวระดับลักซ์ชัวรี แบรนด์ เศรษฐสิริ ต่อยอดความสำเร็จจากการปิดการขายโครงการเศรษฐสิริ สันทราย ด้วยโครงการบ้านเดี่ยวใหม่ล่าสุด “เศรษฐสิริ รวมโชค” วิวดอยสุเทพ สไตล์ Modern Classic ที่เรียบง่ายแต่ยังคงมีความโดดเด่นและความร่วมสมัยในทุกรายละเอียด เป็น Timeless Design ที่จะอยู่เหนือกาลเวลาไปตลอดกาล โดดเด่นครบครันทุกฟังก์ชัน รวมถึงนวัตกรรมบ้านปลอดฝุ่น สู้ PM 2.5 และนวัตกรรมบ้านสีเขียวเพื่อการอยู่อาศัย ทั้งการติดตั้ง Solar Panel ให้กับบ้านทุกหลัง และ EV Charger รองรับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงยกระดับการอยู่อาศัยให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ด้วยเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัย LIV-24 จากแสนสิริ ศักยภาพที่ตั้งอยู่ในทำเล “รวมโชค” ถือว่าเป็นย่านเศรษฐกิจศูนย์กลางเมืองแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ที่มีการเติบโตอย่างมาก มีการขยายตัวของศูนย์การค้าชื่อดังและพื้นที่ทางการค้า รวมถึงใกล้แหล่งสถานศึกษา ใกล้สถานพยาบาล และยังสามารถเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ได้อย่างสะดวก

โครงการเศรษฐสิริ รวมโชค มีพื้นที่ขนาด 29 ไร่ จำนวนทั้งหมด 84 ยูนิต รูปแบบบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ราคาเริ่มต้น 20 – 35 ล้านบาท* มีแบบบ้านให้เลือกถึง 4 แบบ ขนาดพื้นที่ใช้สอยเริ่มตั้งแต่ 251-407 ตารางเมตร โดยแบบบ้านขนาดใหญ่ที่สุด คือ GRANDEUR โดดเด่นด้วยฟังก์ชัน Double Volume Living โถงต้อนรับสูงกว่า 6.4 เมตร ลงตัวด้วย 5 ห้องนอน สิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการครบรองรับทุกไลฟ์สไตล์ของทุกคนในครอบครัว เช่น คลับเฮาส์, สระว่ายน้ำระบบเกลือเชื่อมพื้นที่สวน, สระว่ายน้ำสำหรับเด็ก, ฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์ต่างๆ, สวนส่วนกลาง, Co-Working Space รวมถึง Sansiri Backyard แปลงผักสวนครัว และอื่นๆ

“เศรษฐสิริ รวมโชค มีกระแสตอบรับที่ดีมากจากลูกค้า โดยเปิดชมครั้งแรกปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ปรากฎว่าเพียง 2 วัน มีลูกค้าตบเท้าเข้าชมโครงการมากกว่า 200 ราย และยังทยอยเข้าชมโครงการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด สร้างกระแสกวาดยอดจองเฟสแรกหมดก่อนเปิดการขายอย่างเป็นทางการ เตรียมเปิดขายเฟสใหม่ต่อทันที ในวันที่ 25 – 26 พฤษภาคมนี้” นายอาณัติ กล่าว

ส่งแบรนด์ “อณาสิริ” เปิดตัวครั้งแรกในเชียงใหม่ ยอดตอบรับล้นนายอาณัติ กล่าวต่อว่า ขณะที่โครงการอณาสิริ พายัพ ประสบความสำเร็จ ปิดการขาย 2 เฟสรวด รวม 50 ยูนิต หลังเปิดพรีเซลล์ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จากการมีโปรดักส์ที่ครอบคลุมทั้งบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด ภายใต้แนวคิด “Feel Just Right ความพอดีที่ลงตัว” ตรงใจไลฟ์สไตล์กลุ่มลูกค้าชาวเชียงใหม่ รวมถึงราคาที่เหมาะกับกลุ่มลูกค้าที่กำลังมองหาบ้านหลังแรกที่มีความคุ้มค่าในการครอบครอง ทั้งแบรนด์ ราคา ฟังก์ชันต่างๆ รวมไปถึงพื้นที่ส่วนกลางที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้อยู่อาศัยและเตรียมพร้อมเปิดการขายต่อเนื่องในเฟสที่ 3 ในเดือนมิถุนายนนี้

อณาสิริ พายัพ เป็นโครงการที่มีทั้งบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดในโครงการเดียว รูปแบบ Modern Barn house บ้านดีไซน์ใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากโรงนาในประเทศตะวันตก เรียบง่ายแต่อบอุ่น และคำนึงถึงการใช้ชีวิตที่พอดีและสมดุลในทุกด้าน ทั้งการพักผ่อน การทำงาน พร้อมดีไซน์ที่สวยงามและฟังก์ชันที่ใช้ได้จริง ประกอบด้วยบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด จำนวน 101 ยูนิต มี 3 แบบบ้านให้เลือก ได้แก่ GLEN บ้านแฝด 145 ตารางเมตร 4 ห้องนอน DALE บ้านเดี่ยว 156 ตารางเมตร 4 ห้องนอน และ LARK บ้านเดี่ยว 235 ตารางเมตร 4 ห้องนอน พร้อมลงตัวกับส่วนกลางที่ครบครัน อาทิ คลับเฮาส์ขนาดใหญ่ ส่วนกลางร่มรื่น ฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์ครบ สระว่ายน้ำระบบเกลือ สนามเด็กเล่น แสนสิริ แบคยาร์ด และ LIV-24 เทคโนโลยีรักษาความปลอดภัย ยกระดับความปลอดภัยมั่นใจ 24 ชั่วโมง ทำเลโครงการอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ ใกล้ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ และเซ็นทรัล เชียงใหม่ เพียง 15 นาทีถึงนิมมานฯ และสนามบินเชียงใหม่ ราคา 8 – 13 ล้านบาท

โอน “เดอะ เบส ไฮท์ เชียงใหม่” หนุนรายได้โตแข็งแกร่ง จ่อคิวเปิดขายคอนโดใหม่จากแสนสิริ ทำเลใจกลางเชียงใหม่
แสนสิริยังพร้อมรองรับการเติบโตของตลาดคอนโดมิเนียมในเชียงใหม่ รองรับดีมานด์ครอบคลุมเช่นกัน โดยเตรียมเปิดการขายคอนโดใหม่จากแสนสิริ ทำเลใจกลางเมือง เพียง 200 เมตร จาก เซ็นทรัล เชียงใหม่ ดีไซน์สไตล์รีสอร์ทส่วนกลางครบครันทั้งสระว่ายน้ำขนาดโอลิมปิค 55 เมตร และ Pet Yard พร้อมจุดเด่นสเปซห้องกว้างเหมือนอยู่บ้าน ขนาด 1 ห้องนอน ราคาเริ่ม 2.99 ล้านบาท และ 2 ห้องนอน เริ่ม 5.59 ล้านบาท* พร้อมชมห้องตัวอย่างแล้ววันนี้ และรับส่วนลดสูงสุด 400,000 บาท* ที่สำนักงานขายในซอยดีคอนโด รวมถึงการโอน “เดอะ เบส ไฮท์ เชียงใหม่” คอนโดตึกสูงแห่งแรกจากแสนสิริที่เชียงใหม่ เพียง 3 นาทีจากเซ็นทรัล พร้อมจุดเด่นเห็นวิวดอยสุเทพและดอยสะเก็ดจากห้องพัก และส่วนกลางครับครันที่อัพเกรดฟังก์ชันกรองฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมด ตอกย้ำความสำเร็จด้วยยอดขายโครงการแล้วกว่า 70% และพร้อมเปิดชมตึกจริงแล้ววันนี้ พร้อมรับส่วนลดพิเศษสูงสุด 150,000 บาท และฟรีเครื่องใช้ไฟฟ้า* เริ่ม 2.69 ล้านบาท*

“แสนสิริ เชื่อมั่นว่า กลุ่มลูกค้าเชียงใหม่จะให้การตอบรับอย่างดีต่อเนื่องในทุกโครงการ ซึ่งจะส่งผลให้แสนสิริสามารถสร้างยอดขายจากตลาดต่างจังหวัดได้ตามเป้าหมาย 10,000 ล้านบาท ตามที่วางไว้ในปีนี้” นายอาณัติ กล่าวสรุป

ผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์เชียงใหม่ย้อนไป 33 ปี”เชียงใหม่ 2534″ โดยพล.ต.ต.อนุ เนินหาด38

ผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์เชียงใหม่ย้อนไป 33 ปี”เชียงใหม่ 2534″ โดยพล.ต.ต.อนุ เนินหาด38

พล.ต.ต.อนุ เนินหาด38 นำเสนอผลงานเล่มใหม่สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์เชียงใหม่ย้อนไป 33 ปีครับ “เชียงใหม่ 2534”
ต้นปีมีเหตุการณ์ ดร.ไพรัตน์ เดชะรินทร์ ภริยาและนักสังคมสงเคราะห์ของเชียงใหม่รวม 12 คนเสียชีวิตจากเครื่องบินเลาดาแอร์ระเบิดและตกที่เขตจังหวัดสุพรรณบุรี โครงการเมืองใหม่(เมืองแฝด)ของ ดร.ไพรัตน์ ต้องสะดุดลงเมื่อผู้ว่าฯคนใหม่ไม่มีใครไม่สานต่อ

ปี2534มีการสร้างห้างสรรพสินค้ากาดสวนแก้วและมีปัญหาความขัดแย้งเรื่องโรงภาพยนตร์ส่งผลให้มีการจ้างมือปืนจากเพชรบุรีมายิงนายเพิ่มพล เชยอรุณที่รับผิดชอบด้านโรงภาพยนตร์เสียชีวิต มีการจับมือปืนได้ 2 คนโยงไปถึงกำนันดังนครปฐมซึ่งครองธุรกิจโรงภาพยนตร์ในเชียงใหม่ขณะนั้น แต่พยานหลักฐานไปไม่ถึง

โรงภาพยนต์ขนาดเล็กที่เรียกว่ามินิเธียเตอร์ก็เริ่มในปี2534 รวมทั้งเทคโนโลยี่ที่ทันสมัยคือเพจโฟน โดยหนังสือของ พล.ต.ค.อนุ เนิดหาด มีวางจำหน่ายที่สุริวงศ์บุ๊คเซนเตอร์ เชียงใหม่ครับ มีบริการส่งทางไปรษณีย์ โทร.0626032276

“สระเกล้าดำหัวแม่เลี้ยงวรรณี ลิทองกุล” ที่บ้านสวนริมลำพูนท่ามกลางบรรยากาศงดงามสุดประทับใจยิ่ง

ช่วงค่ำวันที่ 22 เม.ย.67 ที่บ้านสวนริมลำพูน แม่เลี้ยงวรรณี ลิทองกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท วีพีเอ็น คอลเล็คชั่นส์ จำกัด เปิดบ้านสวนริมลำพูน ให้กัลยาณมิตรสระเกล้าดำหัว สืบสานประเพณีสงกรานต์ ประเพณีอันงดงามที่ได้อนุรักษ์กันมา

โดยบรรยากาศที่บ้านสวนลำพูน จ.ลำพูน เต็มไปด้วยผู้ที่ให้ความเคารพนับถือต่อแม่เลี้ยงวรรณี ลิทองกุล มาร่วมงานจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปกครอง ตำรวจ พ่อค้าประชาชนและพนักงานของบริษัท รวมทั้งสื่อมวลชนที่เดินทางมาร่วมงานเป็นประจำทุกปี


สำหรับบรรยากาศภายในสถานที่จัดงานบริเวณลานสนามหญ้าหน้าบ้าน มีการออกร้านกาดหมั้ว ในบรรยกาศกาศล้านนาโดยผู้ที่เข้ามาร่วมงาน แต่งกายด้วยชุดพื้นเมือง เพื่อรักษาฮีตฮอยประเพณี โดยก่อนพิธีสระเกล้าดำหัว แม่เลี้ยงวรรณี ลิทองกุล ในชุดไทยล้านนาสวยงาม ได้ออกมาทักทายผู้มาร่วมงานมีทั้งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ฝ่ายปกครองทั้งอดีตและปัจจุบันที่ให้ความเคารพนับถือแม่เลี้ยงวรรณี มาร่วมงาน พร้อมกันนี้ชุมชนต่างๆในหลายพื้นที่แต่กายในชุดล้านนา มาร่วมพิธีมีการแสดงฟ้อนล้านนา พร้อมทั้งการแสดงของศิลปินล้านนาสาวสวย อ้อม รัตนัง มาร่วมร้องเพลงและนำฟ้อนอย่างงดงาม

 

จากนั้นแม่เลี้ยงวรรณี ลิทองกุล ได้นำสรงน้ำพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของบ้าน พร้อมเริ่มพิธีสระเกล้าดำหัว บรรยากาศเป็นไปอย่างงดงามสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่มาร่วมงานพิธี และท้ายสุดแม่เลี้ยง วรรณี ได้กล่าวให้ศิลให้พร ผุ้ที่มาร่วมงานบรรยากาศเต็มไปด้วยความชื่นมื่นสุดประทับใจยิ่ง

 

บสย. พร้อมค้ำ SMEs อาชีพอิสระ “บสย.- ออมสิน Re-Nano” ฟรีค่าธรรมเนียม 2 ปี สูงสุด 200,000 บาทต่อราย

นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า บสย.และธนาคารออมสิน เปิดโครงการค้ำประกันสินเชื่อ “บสย.-ออมสิน Re-Nano” พร้อมเดินหน้าตามนโยบายรัฐบาล สนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs อาชีพอิสระที่เข้าโครงการรีไฟแนนซ์ ธนาคารออมสิน Re-Nano โดย บสย. เป็นผู้ค้ำประกันสินเชื่อ รองรับผู้ประกอบการ SMEs อาชีพอิสระที่เข้าร่วมโครงการสินเชื่อออมสินรีไฟแนนซ์ เพื่อสังคม ช่วยลดภาระลูกหนี้สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ (Nano Finance) ที่กู้เพื่อการลงทุนในการประกอบอาชีพ

โครงการค้ำประกันสินเชื่อ “บสย.–ออมสิน Re-Nano” จะช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการ SMEs อาชีพอิสระที่ได้รับสินเชื่อสูงสุด 15% (ภายใต้เงื่อนไขที่ธนาคารออมสินกำหนด) เพิ่มสภาพคล่องการดำเนินกิจการ ด้วยเงื่อนไขที่ผ่อนปรน จาก บสย. ยกเว้นค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อ 2 ปี ระยะเวลาค้ำประกันนาน 10 ปี วงเงินค้ำประกันสินเชื่อเริ่มต้นตั้งแต่ 10,000 บาท และสูงสุด 200,000 บาทต่อราย เริ่ม 23 เมษายน 2567 ถึง 31 กรกฏาคม 2567

ผู้ประกอบการอาชีพอิสระ สามารถยื่นกู้ได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือติดตามข้อมูลโครงการค้ำประกันสินเชื่อ “บสย.-ออมสิน Re-Nano” ได้ที่ LINE OA @tcgfirst และ บสย. Call Center 02-890-9999

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ จัดพิธีจุมน้ำทิพย์ศักดิ์สิทธิ์และพิธีสวดเจริญพุทธมนต์น้ำทิพย์พุทธาภิเษก ก่อนแจกจ่ายนำไปแจกจ่ายในเนื่องเทศกาล “ปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ ประจำปี 2567”

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2567 ณ วัดพระธาตุดอย สุเทพราชวรวิหารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่จัดทำพิธี “จุมน้ำทิพย์ศักดิ์สิทธิ์และ พิธีสวดเจริญพุทธมนต์น้ำทิพย์พุทธาภิเษก” ตามพิธีกรรมล้านนาโบราณ ก่อนบรรจุเป็น “น้ำทิพย์ปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่” เนื่องในประเพณีสงกรานต์และร่วมฉลอง 728 ปีเมืองเชียงใหม่ โดยมีกำหนดแจกจ่ายฟรี ในวันที่ 12-16 เม.ย. 67 ใน 6 จุด ทั่วเมืองเชียงใหม่ ได้แก่ ศูนย์การค้า เซ็นทรัลเชียงใหม่, ศูนย์การค้า เซ็นทรัลเชียงใหม่ แอร์พอร์ต, วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร, วัดบุพพาราม, วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร, วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวิหาร จำนวน 10,728 ขวด


ในกิจกรรม “น้ำทิพย์ปีใหม่เมืองเจียงใหม่” ปีนี้ ททท.ร่วมส่งเสริมและยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนบ้านเหมืองกุงผู้เริ่มต้นในการรื้อฟื้นวัฒนธรรมการใช้หม้อดอกที่สูญหายให้กลับคืนมามีบทบาทและความสำคัญในเทศกาลสงกรานต์อีกครั้งโดยชุมชนบ้านเหมืองกุงได้เป็นผู้ออกแบบรังสรรค์หม้อดอกด้วยลวดลายพญานาค 9 ลาย จำนวน18 ใบ ในการประกอบพิธีอัญเชิญน้ำทิพย์ศักดิ์สิทธิ์ทั้ง ๙ แหล่ง นำมาประกอบพิธีจุมน้ำทิพย์ศักดิ์สิทธิ์เมื่อเวลา 09.09 น.ที่ผ่านมาตาจารีตประเพณีล้านนาโบราณและพิธีสวดเจริญพุทธมนต์น้ำทิพย์พุทธาภิเษกเในเวลา 19.09 น. ณ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร


นอกจากนี้ ในวันที่ 12 เมษายน 2567 จะมีขบวนแห่อัญเชิญน้ำทิพย์นมัสการพระพุทธสิหิงค์ เพื่อเป็น สิริมงคลเนื่องในเทศกาล “ปี๋ใหม่เมืองเชียงใหม่ มหาสงกรานต์ล้านนา” วันที่ 13 เมษายน 2567 พิธีอัญเชิญ “พระพุทธสิหิงค์” พระสำคัญคู่บ้านคู่เมืองเมืองเชียงใหม่ ขึ้นรถบุศบก ณ วิหารลายคำ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร อำเภอเมืองเชียงใหม่ และพิธีอัญเชิญน้ำทิพย์ เบิกฤกษ์ ปะพรม “พุทธสิหิงค์” และวันที่ 16 เมษายน 2567 ขบวนแห่ “สระเกล้าดำหัวป้อเมืองเชียงใหม่” ประเพณีรดน้ำดำหัวผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่


สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมฯ สามารถสอบถามข้อมูลการจัดกิจกรรมน้ำทิพย์ปี๋ใหม่เมืองเชียงใหม่ ได้ที่ ททท. สำนักงานเชียงใหม่ โทร. 0 5324 8604 หรือเฟชบุ๊ค : ททท. สำนักงานเชียงใหม่

​แม่ทัพ บสย. เชื่อมั่นพลังทีมคนรุ่นใหม่ นำองค์กรพิชิตเป้าหมาย “SMEs Digital Gateway”

​แม่ทัพ บสย. ประกาศความพร้อม 2024 พิชิตเป้าหมาย “SMEs Digital Gateway” ตามแผน Transform ขับเคลื่อนองค์กรด้วย Digital Technology สำเร็จตามเป้า ในงานประชุมพนักงานทุกระดับครั้งที่ 1/2567 (The 1 st Townhall Meeting 2024 ) มั่นใจพลังทีมคนรุ่นใหม่ ร่วมต่อยอดความสำเร็จ กองหน้า กองกลาง กองหลัง ยกระดับองค์กรสู่ศูนย์กลางเชื่อมโยงเงินทุนและโอกาส ช่วย SMEs แข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืน


นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ประกาศความพร้อมองค์กร พิชิตเป้าหมาย “SMEs Digital Gateway” และการยกระดับองค์กรที่พร้อมขับเคลื่อนด้วย Digital Technology ในการจัดประชุมพนักงานทุกระดับครั้งที่ 1 ประจำปี 2567 (The 1st Town Hall Meeting 2024) ภายใต้แนวคิด “TCG Carnival” มหาสงกรานต์ ต่อยอดความสำเร็จผลดำเนินงาน 2566 จากพลังความร่วมมือ ทุ่มเท และการบูรณาการทำงานหนักเพื่อผู้ประกอบการ SMEs สู่องค์กรดิจิทัลเต็มรูปแบบขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี เพิ่มสมรรถนะองค์กรเสริมแกร่งแบบเชิงรุกด้วยพลังคนรุ่นใหม่


สำหรับผลดำเนินงาน บสย. ปีที่ผ่านมาได้สร้างสถิติใหม่ด้านการช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อของ บสย. หรือ SMEs Penetration Rate เกินจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ จาก 24.58 % เป็น 25.64% (เทียบกับจำนวน SMEs ทั้งประเทศ กว่า 3.3 ล้านราย ) ช่วย SMEs ได้สินเชื่อใหม่ 99,298 ราย และมียอด SMEs สะสมรวม 817,144 ราย อนุมัติวงเงินค้ำรวม 114,025 ล้านบาท เติบโต 120% ผ่านโครงการรัฐมีสัดส่วน 45% ตามด้วยโครงการ พ.ร.ก.สินเชื่อฟื้นฟู สัดส่วน 38% และโครงการที่ บสย. ดำเนินการเอง 17% โดยผลิตภัณฑ์ค้ำประกันที่ได้รับความนิยมสูงสุดของโครงการ PGS 10 คือค้ำประกันกลุ่ม Smart Biz คิดเป็นสัดส่วนกว่า 60% หรือราว 30,000 ล้านบาท


ผลสำเร็จดังกล่าวมาจากความร่วมมือร่วมใจจากทุกส่วนงาน ทีมงาน คือพลังส่งต่อความสำเร็จ ทำให้เป้าหมายองค์กรสู่การเป็น “SMEs Digital Gateway” ประสบผลสำเร็จ ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี นับตั้งแต่การประกาศยุทธศาสตร์องค์กรในปี 2565 ต้อบขอขอบคุณ พลังทีมงานและเพื่อนพนักงงานที่เต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่ที่มีพลัง และผู้บริหารทุกฝ่ายงานที่ร่วมกันก้าวข้ามความท้าทาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินภารกิจตามนโยบายรัฐบาลเรื่องการแก้หนี้ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและช่วยผู้ประกอบการ SMEs หลุดพ้นจากการเป็นหนี้นอกระบบ

ด้วยผลสำเร็จจากการดำเนินงานโครงการ “บสย. พร้อมช่วย” ช่วยลูกหนี้อย่างยั่งยืน ประสบผลสำเร็จดีเยี่ยม ภายใต้มาตรการ หนี้ลด หมดเร็ว ปลดหนี้ ช่วยลูกหนี้เข้ามาตรการประนอมหนี้ คิดเป็นมูลหนี้ในการปรับโครงสร้างหนี้กว่า 4,700 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังได้ช่วยลูกหนี้ บสย. ให้สามารถกลับมาเป็นลูกหนี้ปกติ


นายสิทธิกร เชื่อมั่นว่าพลังคนรุ่นใหม่จะเข้ามาช่วยต่อยอดความสำเร็จ ตามยุทธศาสตร์องค์กร 2567 ภายใต้แผนและกลยุทธ์ บสย. กองหน้า กองกลาง กองหลัง ได้แก่ 1.เสริมแกร่งบทบาทและการพัฒนา บสย. F.A. Center สู่การเป็น Credit Mediator ภายในปี 2568-2569 2.การช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงสินเชื่อผ่านกลไกค้ำประกัน ลดต้นทุนธุรกิจ 3.การช่วยลูกหนี้แก้หนี้อย่างยั่งยืน 4.การขับเคลื่อนองค์กรด้วยดิจิทัลเทคโนโลยี ต่อเนื่องอย่างเข้มแข็ง ภายใต้ SMEs Digital Gateway เชื่อม Platform ค้ำประกันสินเชื่อกับ Eco System ด้วยบริการใหม่จาก Line OA และนำ Data มาใช้ในการพัฒนา New Business Model


ปี 2567 ยังมีโจทย์ใหม่ที่ท้าทาย โดยผลดำเนินงาน บสย. 2 เดือนแรกของปี 2567 (ม.ค.-ก.พ.) มียอดอนุมัติค้ำประกัน 10,000 ล้านบาท จาก พ.ร.ก.สินเชื่อฟื้นฟู ระยะ 2 ช่วย SMEs กว่า 22,822 ราย ส่วนความท้าทายใหม่ในปีนี้มีแน่นอน ทั้งด้านแนวทางการพัฒนายกระดับองค์กรด้วยดิจิทัล เทคโนโลยี ในเฟส 2และ 3 และการศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการร่วมทุนจัดตั้งบริษัทร่วมทุน เพื่อดำเนินการบริหารหนี้ ตามนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งจะมีความชัดเจนขึ้นในช่วงปลายปี

บิ๊กซี ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ จัดแคมเปญ“ฉลองมหาสงกรานต์ เติมความสุขที่บิ๊กซี”ขนทัพสินค้าคลายร้อนกว่า 2,000 รายการ จัดโปรโมชั่นสุดคุ้ม ลดสูงสุด 50 %

เมื่อวันที่ 5 เมษายน.ที่บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า สาขาเชียงใหม่ 2ถนนเชียงใหม่-ลำปาง ตำบลหนองป่าครั่ง อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ทางบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี ต้อนรับปีใหม่ไทย ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ จัดงาน “ฉลองมหาสงกรานต์ เติมความสุขที่บิ๊กซี” ยกทัพสินค้าอุปโภคบริโภคมากกว่า 2,000 รายการ จัดโปรโมชั่นสุดคุ้มให้กับลูกค้า ลดสูงสุด 50 % ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม – 17 เมษายน 2567 ที่บิ๊กซี ทุกสาขาทั่วประเทศ และพบกับกิจกรรมพิเศษในวันเปิดแคมเปญ ชมการแสดงศิลปะวัฒนธรรมไทยล้านนา

โดยมีนายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เดินทางมาเป็นประธานงาน มี นายวิชัย สมบุญโสด ผู้จัดการสาขาเชียงใหม่ 2พร้อมพนักงานให้การต้อนรับ โดยในการจัดงาน“ฉลองมหาสงกรานต์ เติมความสุขที่บิ๊กซี”มีการสรงน้ำพระพุทธรูป รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ และงานแสดงทางวัฒนธรรมล้านนา


โดยการจัดงาน“ฉลองมหาสงกรานต์ เติมความสุขที่บิ๊กซี”จัดขึ้นมาในแต่ละสาขา ทางนายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เทศกาลสงกรานต์ถือเป็นหนึ่งใน Soft Power ไทยซึ่งทางรัฐบาลให้ความสำคัญในการต่อยอดเพื่อผลักดันไปสู่งานเทศกาลระดับโลก บิ๊กซี จึงร่วมสืบสานประเพณีไทยพร้อมส่งความสุขให้ประชาชนเตรียมฉลองเทศกาลสงกรานต์ซึ่งคาดว่าสงกรานต์ปีนี้จะคึกคักมากกว่าปีก่อนในแง่การจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองและการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน เนื่องจากในช่วงเทศกาลสงกรานต์ผู้บริโภคจะนิยมทำกับข้าวทานเอง หรือเตรียมจัดปาร์ตี้สังสรรค์ทานกันที่บ้านกับครอบครัวหรือเพื่อน ตามมาด้วยการเล่นสาดน้ำสงกรานต์ จึงเป็นที่มาของการนำเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า จัดแคมเปญ “ฉลองมหาสงกรานต์ เติมความสุขที่บิ๊กซี” รวบรวมสินค้ากว่า 2,000 รายการ มาจำหน่ายให้กับลูกค้าในราคาพิเศษ ลดสูงสุด 50 % ครอบคลุมทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้ในบ้าน เซตของกินสำหรับสายปิ้งย่าง-ชาบู เสื้อผ้าคอลเลกชั่นสงกรานต์จากแบรนด์เบสิโค


ชุดเซตสงกรานต์ (ดินสอพอง น้ำอบ แป้งร่ำ) ชุดสังฆทาน ชุดผ้าไตรจีวร รวมถึงบิ๊กซียังได้รวบรวมอุปกรณ์ในการเล่นน้ำต่างๆ อาทิ สระน้ำเป่าลม ปืนฉีดน้ำ ถังน้ำ และอื่นๆ อีกมากมายมาให้ลูกค้าได้เลือกซื้อ ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม – 17 เมษายน 2567 ที่บิ๊กซี ทุกสาขาทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์”
พิเศษ !!! พบกับโปรโมชั่นคลายร้อน ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์นี้ ดังนี้
• โปรโมชั่นส่วนลดจัดเต็มจากหลากหลายพันธมิตรคู่ค้า เช่น รับฟรีสินค้าพิเศษหลากหลายรายการ
ฟรีคูปองส่วนลด และรางวัลใหญ่พิเศษ (สำหรับผู้ที่มียอดซื้อสะสมสูงสุด)
• สุขไปกันใหญ่ ดับเบิ้ลคุ้ม กดรับคูปองส่วนลดมูลค่ารวม 430 บาท ได้ในแอป Big C Plus เท่านั้น
• Biggy Hunt Challenge นักชอปมือโปรตามล่าหาสมบัติ เล่มเกมได้ง่ายๆที่ Line Official Big C TH ลุ้นรับคูปองและรางวัลมูลค่ารวม กว่า 10 ล้านบาท
• ลุ้นรับมอเตอร์ไซค์ EV ลาย Limited Edition จาก EST COLA แจกหนักทั่วไทยจำนวน 20 คัน มูลค่ารวมกว่า 9 แสนบาท เฉพาะที่ศูนย์อาหารบิ๊กซีเท่านั้น
• Songkran Hot Burn พิเศษสุดสำหรับสมาชิกบิ๊กพอยต์
­ แลกคะแนน 1 พอยต์ รับสูงสุด 5 บาท สำหรับแลกรับคูปองส่วนลด 100 บาท
­ แลกพอยต์ดับร้อน ใช้พอยต์ 1 พอยต์= 1 บาทแลกรับฟรี สินค้าสำหรับเทศกาลสงกรานต์ หลากหลายรายการ อาทิ น้ำแพ็ค ปืนฉีดน้ำ ไอศกรีม
­ Happy Everyday แอป Big C Plus แจกสินค้าฟรีทุกวัน แลกเพียง 1 พอยต์ รีบฟรีพิเศษ 7 วัน 7 ดีล สิทธิพิเศษจำนวนจำกัดภายใน 11 – 17 เมษายน 2567 เท่านั้น!

สุดพิเศษกับสถานีจุดเติมน้ำที่บิ๊กซีกว่า 100 สาขาทุกหัวเมืองทั่วไทย และพบกับเสียงเพลงจากดีเจที่จะมาสาดความสุขให้กับลูกค้าในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ เฉพาะที่ บิ๊กซี สาขาราชดำริ และ บิ๊กซี เพลสรัชดา และพลาดไม่ได้กับแคมเปญ “สุขทันทีที่เที่ยวไทย สุขไปกับใหญ่ที่บิ๊กซี” เชิญชวนออกเดินทางท่องเที่ยวเมืองรองบนเส้นทางสายศรัทธา กว่า 20 จังหวัด พร้อมเดินทางด้วยกิจกรรมล่า Big Point (บิ๊กพอยท์) แวะบิ๊กซีรับฟรี 20 พอยต์ และบิ๊กซีมินิรับฟรี 10 พอยต์
“สำหรับแคมเปญ “ฉลองมหาสงกรานต์ เติมความสุขที่บิ๊กซี” เพื่อมอบความสุขและส่งมอบสินค้าที่คุณภาพดีในราคาสุดคุ้มให้กับลูกค้าและนักท่องเที่ยวตลอดเทศกาลปีใหม่ไทย และขอเชิญชวนคนไทยร่วมสืบสานประเพณีวันสงกรานต์ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาวไทย ที่ได้รับการประกาศจากองค์การ UNESCO ให้ขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ เพื่อร่วมสร้างให้สงกรานต์เป็นเทศกาลที่จะอยู่ในความทรงจำและสร้างความประทับใจให้กับประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติ” นายอัศวิน กล่าวสรุป


ขอเชิญร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์และชอปสินค้าคลายร้อน ในแคมเปญ “ฉลองมหาสงกรานต์ เติมความสุขที่บิ๊กซี” ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม ถึงวันที่ 17 เมษายน 2567 ที่บิ๊กซีทุกสาขาทั่วประเทศ ชอปที่ บิ๊กซี ทุกสาขาทั่วประเทศ พิเศษสมาชิกบิ๊กพอยต์ ยิ่งสะสมมากยิ่งได้มาก ทุกการใช้จ่าย 25 บาท = 1 คะแนน ใช้คะแนนแลกรับส่วนลดทันทีเช็คโปรโมชั่นดีๆ ทุกวันเพิ่มเติมได้ที่ www.bigc.co.th หรือเฟซบุ๊ก Big C https://www.facebook.com/BigCBigService บิ๊กซีคอลแชทชอป ไลน์หรือโทร มาชอป จัดส่งภายในวัน คลิกแอดไลน์สาขาใกล้บ้าน https://corporate.bigc.co.th/callchatshop

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรม “น้ำทิพย์ปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ ประจำปี 2567”

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรม “น้ำทิพย์ปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ ประจำปี 2567”
ฟื้นประเพณีล้านนาโบราณ เชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรมเสริมสิริมงคลรับสงกรานต์นี้

จากการที่ประเพณีสงกรานต์ในประเทศไทยได้รับการประกาศจากองค์การ UNESCO ให้ขึ้นทะเบียน เป็นรายการในบัญชีตัวแทนมรดก ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Representative List of the Intangible Cultural Heritage of Humanity) เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2566 ททท. จึงเล็งเห็นโอกาสของการต่อยอดประเพณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ ซึ่งเป็น 1 ในกิจกรรมประเพณีหลักที่เป็น Soft Power (F: Festival) จึงได้กำหนดจัดกิจกรรม “น้ำทิพย์ปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ ประจำปี 2567” ขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เพื่อฟื้นฟูพิธีกรรมล้านนาโบราณในการทำน้ำทิพย์ ให้กลับมาเป็นที่รู้จักของคนรุ่นหลัง และเป็นการสร้างการรับรู้ ส่งมอบประสบการณ์อันทรงคุณค่า หาได้ยากและมีความหมายแก่นักท่องเที่ยว ภายใต้แคมเปญ “สุขทันที ที่เที่ยวไทย” เชิญชวนให้ออกเดินทางท่องเที่ยวได้ตลอด 365 วัน มหัศจรรย์เมืองไทยเที่ยวได้ทุกวัน


สำหรับกิจกรรม “น้ำทิพย์ปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ ประจำปี 2567” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-16 เมษายน 2567 ซึ่งได้อัญเชิญน้ำจากแหล่งน้ำสำคัญ 9 แหล่งทั่วเมืองเชียงใหม่ ประกอบด้วย วัดพุทธเอ้น, อ่างกาหลวง (อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์), วัดผาลาด, วัดธาราทิพย์ชัยประดิษฐ์, บ่อน้ำช้างศึกสมเด็จพระนเรศวรมหาราช, ขุนน้ำแม่ปิง(อุทยานแห่งชาติผาแดง อำเภอเชียงดาว), วัดเจดีย์เหลี่ยม, วัดบุพพาราม, วัดดับภัย นำมาประกอบพิธีจุมน้ำทิพย์และพิธีเจริญพุทธมนต์ ในวันพุธที่ 10 เมษายน 2567 ณ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรหิวาร เพื่อความเป็น สิริมงคลต่อผู้ที่ได้รับน้ำทิพย์ โดยนักท่องเที่ยวสามารถรับน้ำทิพย์ปี๋ใหม่เมือง ได้ตั้งแต่วันที่ 12-16 เมษายน 2567 ณ จุดแจกน้ำทิพย์ จำนวน 5 จุด ในตัวเมืองเชียงใหม่ ได้แก่ ศูนย์การค้า เซ็นทรัลเชียงใหม่, ศูนย์การค้า เซ็นทรัลเชียงใหม่ แอร์พอร์ต, วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร, วัดบุพพาราม, วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร, วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวิหาร จำนวน 10,728 ขวด

นอกจากนี้ ในวันที่ 12 เมษายน 2567 จะมีขบวนแห่อัญเชิญน้ำทิพย์นมัสการพระพุทธสิหิงค์ เพื่อเป็น สิริมงคลเนื่องในเทศกาล “ปี๋ใหม่เมืองเชียงใหม่ มหาสงกรานต์ล้านนา” วันที่ 13 เมษายน 2567 พิธีอัญเชิญ “พระพุทธสิหิงค์” พระสำคัญคู่บ้านคู่เมืองเมืองเชียงใหม่ ขึ้นรถบุศบก ณ วิหารลายคำ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร อำเภอเมืองเชียงใหม่ และพิธีอัญเชิญน้ำทิพย์ เบิกฤกษ์ ปะพรม “พุทธสิหิงค์” และวันที่ 16 เมษายน 2567 ขบวนแห่ “สระเกล้าดำหัวป้อเมืองเชียงใหม่” ประเพณีรดน้ำดำหัวผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่


ทั้งนี้ ในเดือนเมษายน 2567 จังหวัดเชียงใหม่ ยังได้มีการจัดกิจกรรม“ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเชียงใหม่ มหาสงกรานต์ล้านนา ประจำปี 2567” ระหว่างวันที่ 1-20 เมษายน 2567 และ ททท. ได้จัดกิจกรรม “สืบฮีต สานฮอย ย้อนรอยปี๋ใหม่เมือง” ในวันที่ 6-8 เมษายน 2567 โดยขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรมชมแสงสียามค่ำคืน พร้อมเพลิดเพลินกับกาดหมั้วครัวฮอม การแสดงดนตรี และวัฒนธรรมล้านนา ณ วัดเจดีย์เหลี่ยม จังหวัดเชียงใหม่
สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมฯ สามารถสอบถามข้อมูลการจัดกิจกรรมน้ำทิพย์ปี๋ใหม่เมืองเชียงใหม่ ได้ที่ ททท. สำนักงานเชียงใหม่ โทร. 0 5324 8604 หรือเฟชบุ๊ค : ททท. สำนักงานเชียงใหม่

แสนสิริเตรียมโอน “เดอะ เบส ไฮท์ เชียงใหม่”คอนโดตึกสูงแห่งแรกจากแสนสิริที่เชียงใหม่

แสนสิริเตรียมโอน “เดอะ เบส ไฮท์ เชียงใหม่”คอนโดตึกสูงแห่งแรกจากแสนสิริที่เชียงใหม่ เพียง 3 นาทีจากเซ็นทรัล
ตอกย้ำความสำเร็จด้วยยอดขายโครงการกว่า 70% พร้อมเปิดชมตึกจริง พ.ค.นี้ แสนสิริปลื้มลูกค้าเชียงใหม่ให้ความเชื่อมั่นและไว้วางใจในแบรนด์แสนสิริ คุณภาพโครงการ ดีไซน์ที่โดดเด่น พร้อมฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัย ตลอดจนการบริการที่ตอกย้ำจุดยืนที่แตกต่างด้วย Never Ending Service ดูแลคุณไม่สิ้นสุดดันยอดขาย เดอะ เบส ไฮท์ เชียงใหม่ ทะลุ 70% ล่าสุดลุยตรวจสอบความพร้อมเตรียมส่งมอบคอนโดตึกสูงแห่งแรกจากแสนสิริที่เชียงใหม่ ชูจุดเด่นเทควิวดอยสุเทพได้จากห้องพัก พร้อมทำเลใจกลางเมือง เพียง 3 นาทีจากเซ็นทรัล เชียงใหม่ ส่วนกลางจัดเต็ม 2,000 ตร.ม. พร้อม Sky Garden ที่มี Rooftop Theatre แห่งแรกในเชียงใหม่ พร้อมผลตอบแทนการลงทุน yield สูงสุดถึง 7%

ชูโปรโมชั่น จอง 5,000 บาท พร้อมรับส่วนลดสูงสุด 150,000 บาท ฟรีเครื่องใช้ไฟฟ้า* ห้องแต่งครบ เริ่มเพียง 2.69 ล้านบาท ตอกย้ำผู้นำอสังหาฯ ที่กลุ่มลูกค้าในเชียงใหม่ให้ความเชื่อมั่นและไว้วางใจ ผ่านการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยทั้งคอนโดมิเนียมและบ้านเดี่ยวรวม 15 โครงการ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนสะสม 14,000 ล้านบาท พร้อมเดินหน้ามุ่งมั่นตามแนวคิดเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนอย่างยั่งยืน

นายองอาจ สุวรรณกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แสนสิริลุยตรวจสอบความพร้อมของคอนโดมิเนียม “เดอะ เบส ไฮท์ เชียงใหม่” ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าเชียงใหม่ ล่าสุดมียอดขายแล้วถึง 70% จากความโดดเด่นในการเป็นคอนโดฯ ตึกสูงแห่งแรกจากแสนสิริที่เชียงใหม่ ความสูง 31 ชั้น พร้อมจุดเด่นเทควิวดอยสุเทพได้จากห้องพัก บนทำเลใจกลางเมือง เพียง 3 นาทีจากเซ็นทรัล เชียงใหม่ พร้อมส่วนกลางจัดเต็มกว่า 2,000 ตารางเมตร ล่าสุดโครงการสร้างเสร็จสมบูรณ์ พร้อมส่งมอบห้องพักอาศัยให้กับลูกค้า โดยเปิดให้ชมตึกจริงได้ในเดือนพฤษภาคมนี้

“เดอะ เบส ไฮท์-เชียงใหม่” ทำเลใจกลางเชียงใหม่ บนถนนแก้วนวรัฐ ห่างจากเซ็นทรัลเชียงใหม่ 3 นาที ล้อมรอบไปด้วยโรงเรียนชื่อดังและสถานที่อำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่, โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่, โรงพยาบาลแมคคอร์มิค, โรงเรียนดาราวิทยาลัย และโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย พร้อมเชื่อมต่อกับถ.ซุปเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่-ลำปาง ง่ายต่อการเดินทางเข้าและออกนอกเมืองรวมถึงสถานที่สำคัญและแหล่งไลฟ์สไตล์ อาทิ 8.7 กม.จากสนามบินเชียงใหม่ และ 6.3 กม.จากนิมมานเหมินทร์ เป็นต้น

โครงการมีพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ จำนวน 630 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 2,150 ล้านบาท โดยจุดเด่นของโครงการคือสามารถเทควิวดอยสุเทพและดอยสะเก็ดได้จากห้องพักขนาดตั้งแต่ 29.25 – 56.50 ตารางเมตร พร้อมส่วนกลางกว่า 2,000 ตารางเมตร ประกอบด้วย Library, Pool, Garden, Gym พร้อม Sky Garden ที่มี Rooftop Theatre แห่งแรกในเชียงใหม่ พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เช่น LIV 24 ระบบความปลอดภัยให้ลูกบ้านอุ่นใจตลอด 24 ชม. และระบบกรองฝุ่นในพื้นที่ส่วนกลาง ในราคาที่คุ้มค่าพร้อมโปรโมชั่น จอง 5,000 บาท พร้อมรับส่วนลดสูงสุด 150,000 บาท ฟรีเครื่องใช้ไฟฟ้า* ห้องแต่งครบ เริ่มเพียง 2.69 ล้านบาท* ตอบโจทย์ทั้งอยู่อาศัยเองและลงทุนด้วยผลตอบ Yield สูงสุดถึง 7% ลงทะเบียนเพื่อรับข้อเสนอพิเศษ*ได้ที่ https://siri.ly/lBuhPg4

แสนสิรินับเป็นผู้นำอสังหาฯ ที่กลุ่มลูกค้าในเชียงใหม่ให้ความเชื่อมั่นและไว้วางใจ ผ่านการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยทั้งคอนโดมิเนียมและบ้านเดี่ยวรวม 15 โครงการ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนสะสม 14,000 ล้านบาท จากความเชื่อมั่นในแบรนด์แสนสิริ การพัฒนาโปรดักส์ที่ตอบโจทย์และตรงใจกับความต้องการของผู้บริโภคในทุกเซกเมนต์ คุณภาพโครงการ ดีไซน์ที่โดดเด่นพร้อมฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัย ตลอดจนการบริการที่ตอกย้ำจุดยืนที่แตกต่างด้วย Never Ending Service ดูแลคุณไม่สิ้นสุด รวมถึงความปลอดภัยด้วย LIV24 หรือเทคโนโลยีดูแลความปลอดภัยอัจฉริยะ เรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้แสนสิริยังเดินหน้ามุ่งมั่นตามแนวคิดเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนเชียงใหม่อย่างยั่งยืน

โดยนำเอกลักษณ์และวัฒนธรรมท้องถิ่นต่างๆ มาผสานในการออกแบบโครงการ รวมถึงมุ่งมั่นร่วมสนับสนุน “กาแฟเทพเสด็จ” สินค้า GI หนึ่งใน Soft Power ของไทย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน สร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้เกษตรกร และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสประสบการณ์กาแฟเทพเสด็จถึงถิ่นต้นกำเนิด ทั้งนี้ จากความเชื่อมั่นและไว้วางใจในแบรนด์แสนสิริจากชาวเชียงใหม่ พิสูจน์จากความสำเร็จในช่วง10 ปีที่ผ่านมา ทำให้คาดว่า โครงการเดอะ เบส ไฮท์ เชียงใหม่ จะนับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับที่ผ่านมา” นายองอาจ กล่าว