เด็กอมก๋อย ชมทะเลบนดอย และสโนว์โดม- 7 องศาฯตื่ตาตื่นใจในสวนสัตว์เชียงใหม่


จากกรณีที่ได้มีสื่อโชเชียลการนำเสนอ เด็กนักเรียนหญิงอายุ 4 ขวบกว่า ชื่อ ดญ. ปิยะพร หลวงแก้ว นักเรียนชั้นอนุบาล 2 ของโรงเรียนบ้านขุนตื่น ต.สบโขง อ.อมก๋อย เชียงใหม่ ที่เกิดมาแม่เสียชีวิต พ่อก็ทิ้งไปมีเมียใหม่และไม่เคยกลับมาดูแลน้องเลย ซ้ำร้ายตอนอายุ 10 เดือน ก็ถูกไฟไหม้ที่มือจนพิการมาจนทุกวันนี้ ต่อมาทางครูของโรงเรียนได้โพสต์ภาพน้อง ปิยะพร ที่มีชีวิตอาภัพ และต้องทนอยู่ในสภาพที่ยากจนอยู่กับยาย

หลังจากมีข่าวออกไปก็มีหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งทหาร,ตำรวจ ข้าราชการ ประชาชน ต่างได้พากันร่วมบริจาคเงิน สิ่งของไปช่วยเหลือน้องปิยะพร กันอย่างมากมาย และมีการเปิดบัญชีให้กับัน้องเขา ที่ ธนาคารออมสิน และได้มีนักธรุกิจชื่อดังของเชียงใหม่ ได้ให้ทุนการศึกษากับน้องปิยะพร ไปตลอดชีวิต เดือนละ 3,000 บาท แบบใครคนใดคนหนึ่ง ต้องตายไปข้างเลยทีเดียว จนเป็นข่าวโด่งดังมาแล้ว

 

ข่าวคืบหน้า เมื่อเวลา 09.50 น วันที่ 25 พย 62 ทางคณะครูของโรงเรียนบ้านขุนตื่น อ.อมก๋อย ที่น้องปิยะพร หลวงแก้ว เด็กวัย 4 ขวบเรียนอยู่ ได้นำนักเรียนของโรงเรียนจำนวน 32 คน และครูอีกจำนวน 9 คน โดยมีน้องปิยะพร ด้วย มีนายประทีป ทิพย์เนตร ผอ.โรงเรียนนำคณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนมาเที่ยวชม สวนสัตว์เชียงใหม่ และเชียงใหม่ซูอควาเรียม ตามคำเชิญของ นายวุฒิชัย ม่วงมัน ผอ.สวนสัตว์เชียงใหม่ และ นายนฤทัต เจริญเศรษฐศิลป์ ประธานกรรมการบริหารเชียงใหม่ซูอควาเรียม ในสวนสัตว์เชียงใหม่

โดยคณะนักเรียนเมื่อมาถึงสวนสัตว์เชียงใหม่ มีเจ้าหน้าที่ของสวนสัตว์และพนักงานของเชียงใหม่ซูอคอเรียม ได้นำน้อง ๆ และครูเข้าเยี่ยมชมสัตว์นานาชนิดในสวนสัตว์ ชมหมีแพนด้า และเข้าโดมหิมะที่มีอุณภูมิ-7 องศาเซลเซียส ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจแก่เด็กเป็นอย่างยิ่ง และมาชมสัตว์น้ำในอุโมง ที่เชียงใหม่ซูอคอเรียม หรือทะเลบนดอย

ซึ่งถือว่าเป็นอุโมงใต้น้ำที่ยาวที่สุดในเอเซียและเป็นการนำสัตว์ทะเล เช่นฉลาม มาอยู่บนดอยเลยก็ว่าได้โดยน้อง ๆ ได้ชมสัตว์น้ำใต้ทะเลอย่างมีความสุข และได้มีการให้นมกับปลาคราฟฟ์ ได้ดูดนม เด็ก ๆ มีความสุขโดยเฉพาะน้องปิยะพร นั้นถือว่ามีความสุขอย่างมากที่ได้ให้อาหารปลาคราฟ ถึงกับปล่อยยิ้มออกมา จากนั้นทางเชียงใหม่ซูอคอเรียมได้แจกของที่ระลึกและพาเด็ก ๆ และคณะครูรรับประทานอาหารกลางวัน และชมสัตว์ในสวนสัตว์เชียงใหม่


นายนฤทัต เจริญเศรษฐศิลป์ ได้เปิดเผยว่า ตนเห็นเด็กนักเรียนจากถิ่นทุรกันดารได้มาชมสัตว์มาชมสัตว์น้ำในอคอเรียม ถือว่าเป็นการเปิดโอกาสให้กับเด็กได้พบได้เห็นได้เรียนรู้ประสบการณ์ที่ได้เจอ ซึ่งนักเรียนจากถิ่่นแดนไกลทุรกันดาร นั้นโอกาสน้อยมากที่จะได้เห็นสิ่งแบบนี้ ตนจึงได้เปิดโอกาสและเชิญไปยังโรงเรียนถิ่นทุรกันดารต่าง ๆ มาเข้าชมเชียงใหม่ซูอควาเรียม ได้ฟรี หากโรงเรียนไหนมีจุดประสงค์จะพานักเรียนมาทัศนะศึกษาที่เชียงใหม่ซูอควาเรียม ก็ยินดี

สำหรับน้องปิยะพร เด็กกำพร้า และพิการ คนนี้ ตนได้มอบทุนการศึกษาให้กับน้องเขา ตลอดชีวิตเลย เดือนละ 3,000 บาท โดยการมอบนั้น กำหนดจนกว่าใครคนใดคนหนึ่งจะตายจากกันไปข้างหนึ่ง เอาอย่างนี้เลย ตนสงสารน้องเขามาก พ่อก็มาทิ้ง แม่ก็เสียชีวิต และต้องมาพิการอีก และจากการสอบถามครู ก็ทราบว่ามีประชาชน ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ต่างพากันยื่นมือเข้าช่วยเหลือน้องปิยะพร คนนี้ และได้เปิดเลขบัญชีให้คนได้ร่วมบริจาคเงินเข้า ธนาคารออมสิน ตอนนี้ทราบจากครูว่า ยอดเงินบริจาคให้กับน้องปิยะพร จำนวนถึง 800,000 กว่าบาทแล้ว //

พรรคประชาชาติขึ้นเหนือจัดเวทีสัมนา “เรื่องการเมืองระบอบประชาธิปไตยกับสังคมพหุวัฒนธรรม” ที่จังหวัดเชียงใหม่

พรรคประชาชาติขึ้นเหนือจัดเวทีสัมนา “เรื่องการเมืองระบอบประชาธิปไตยกับสังคมพหุวัฒนธรรม” ที่จังหวัดเชียงใหม่โดยมีประชาชนและกลุ่มชาติพันธ์ กว่า 300 คนเข้าร่วมงาน

เมื่อเวลา 08.30ป น.ถึง 12.00 น.วันที่ 23 พ.ย.นี้ ประชาชนชาวชียงใหม่ลำพูน และกลุ่มชนชาติพันธุ์ ประมาณ 300 คนเข้าร่วมสัมนา”เรื่องการเมืองระบอบประชาธิปไตยกับสังคมพหุวัฒนธรรม ขึ้นที่โรงแรมวินทรีซิตตี้ ตำบลช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ซึ่งเป็นเวทีระดับภาคเหนือโดยมีวิทยากรฝีปากกล้าหลายคนเข้าร่วมเสวนาและให้ความรู้กับประชาชนทีเข้ามาร่วมงาน โดยมีนายวันมูหะมัดนอร์มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ดร. ยุทธพล อิสระชัย สาขาภาควิชารัฐศาตร์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช ร้อยตำรวจเอก ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ นางสาวลักขณา ปันวิชัย (หรือคำผกา )และนักเขียนและพิธีกร และมีวิทยากรอีกหลายคนมาร่วมเวทีสัมมนาให้ความรู้กับสมาชิกพรรคและผู้มาร่วมงาน

ซึ่งการจัดงานครั้งนี้พรรคประชาชาติ จัดขึ้นเพื่อให้สมาชิกพรรคและประชาชนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยได้มีความรัก ความเข้าใจ ในมนุษยชาติและการอยู่ร่วมกัน พร้อมกันนี้เพื่อเป็นการสร้างความสมานฉันท์พร้อมกับมีการแลกเปลี่ยน แบ่งปันความรู้ ความคิดตลอดจนวัฒนธรรมให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจสังคมและเพื่อให้กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าและมีบทบาทมีสิทธิ์มีเสียงในเรื่องการเสนอความคิดแนวทางในการแก้ไขปัญหาการเมืองเพื่อให้เป็นระบอบประชาธิปไตย เนื่องจากภาคเหนือนั้นมีประชากรหลากหลายชาติพันธุ์ หลากหลายค่านิยม ตลอดจนวัฒนธรรม ซึ่งมีประชากรชาติพันธุ์จำนวนไม่น้อยยังประสบปัญหาในการดำรงชีวิตในสังคมประชาธิปไตย โดยเฉพาะการเข้าไม่ถึงสิทธิ์ประโยชน์ในสวัสดิการสังคมด้านต่างๆ และการขาดการมีส่วนร่วมทางการเมืองเนื่องจากไม่มีสัญชาติไทยและปัญหาอื่นๆอีกมากมายจึงได้ทำให้พรรคประชาชาติเล็งเห็นความสำคัญในเรื่องนี้

นายวันมูหะมัดนอร์มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ เปิดเผยว่า โดยวันนี้เป็นกิจกรรมของพรรคประชาชาติโดยการสนับสนุนกับคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อมาให้มาพบปะกับสมาชิกพรรคการเมืองเพื่อความรู้เกี่ยวกับการเมืองและเศรษฐกิจให้กับประชาชนและสมาชิกเพื่อให้ประชาชนได้มีความรู้ซึ่งถือว่ามีประโยชน์มากโดยเนื่องจากได้ทำทุกภาคแล้วซึ่งพรรคได้มารายงานให้กับสมาชิกและประชาชนทราบว่าตั้งแต่ได้ตั้งพรรคและรับเลือกไปแล้วได้ทำอะไรไปบ้างรวมไปถึงรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนว่าต้องการให้ทางพรรคประชาชาติช่วยยเหลืออะไรบ้าง

นอกจากนี้แล้วหัวหน้าพรรคประชาชาติยังได้กล่าวปฐากถาพูดคุยกับพี่น้องประชาชนและสมาชิกพรรคประชาชาติขณะที่อยู่บนเวทีอีกว่าเขาในนามหัวหน้าพรรคถึงแม้จะเป็นพรรคฝ่ายค้านพรรคเล็กมีสมาชิกเพียง 7 คน แต่เมื่อเสนอปัญหาต่างๆขึ้นไปในสภาหลายฝ่ายก็ยังให้การตอบรับและฟังเสียงซึ่งตั้งแต่พรรคได้รับเลือกและเข้าไปบริหารประเทศจนถึงทุกวันนี้ก็พบว่ามีปัญหาใหญ่ที่ประเทศไทยประสบคือปัญหาประชาธิปไตยและปัญหาเศรษฐกิจที่ต้องเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน

ด้านพ.ต.อ.เอก ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ เปิดเผยว่า กิจกรรมครั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกนำประชาธิปไตยกลับมาสู่บ้านเมืองรวมทั้งมาส่งเสริมประชาธิปไตย ให้กับกลุ่ม 70 ชาติพันธุ์ให้ทุกคนต้องมีสิทธิเท่าเทียมกันทุกวัฒนธรรมต้องมีโอกาสเข้าถึงประชาธิปไตยได้ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพ โดยเฉพาะด้านกฎหมาย ไม่ใช่ง่อยเปลียเสียขา เพื่อให้ประชาชนตระหนัก ในระบอบประชาธิปไตยโดยคาดหวังเมื่อบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยแล้วประชาชนจะอยู่ดีกินดีขึ้น ในส่วน เป็น 1 ใน 7 พรรคการเมือง ฝ่ายค้านหลังนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ถูกศาลไม่ให้ไปอยู่ในสภาไม่ได้เป็นก็ไม่มีผลต่อการเป็นการพรรคฝ่ายค้านเนื่องจากทางฝ่ายค้านก็มียุทธศาสตร์ร่วมอยู่แล้วอาจจะเข้มแข็งกว่าเดิม เพราะคุณธนาธร เนื่องจาก 6 ล้านคนเลือกคุณธนาธรแต่มาถูกออกมาจาก คน 5 คน แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าเราก็จะทำให้กระแสในการที่จะทำให้บ้านเมืองมาสู่ประชาธิปไตยมีความเด่นชัดขึ้นและการทำงานของ 7 พรรคฝ่ายค้านก็ยังเป็นเอกภาพเช่นเดิม

ผู้สื่อข่าวได้ถาม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ กรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พันสภาพการเป็น ส.ส.จะส่งผลกระทบกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างไร พ.ต.อ.ทวี ตอบว่า 7 พรรคฝ่ายค้านเรามีอุดมการณ์ร่วมกันว่าเราจะทำเพื่อประชาชน เราจะะเอาสังคมไปสู่ประชาธิปไตย นายธนาธร เป็นนักต่อสู่เพื่อประชาชน การที่นายธนาธรได้โดนศาลไม่ให้เข้าไปอยู่ในสภาครั้งนี้ก็ไม่มีผลต่อทางพรรคฝ่ายค้านเพราะเรามียุทธศาสตร์ร่วมกันอาจจะทำให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น นายธนาธรก็เป็นตัวแทนคน 6 ล้านคนที่เลือกนายธนาธรเข้ามา การมาถูกตัดสินโดยคน 5 คนที่ไม่ได้มาจากประชาชน อันนี้จะเป็นเสียงสะท้อนไปสู่คนที่ต่อสู้โดยสันติวิธีด้วยประชาธิปไตย

ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุการณ์นายธนาธร เหมือนกับเป็นการเตือนบางอย่างให้กับฝ่ายค้าน พ.ต.อ.ทวี ให้ความเห็นว่าตนเห็นมาโดยตลอดเห็นว่าคนที่ต้องการสืบทอดอำนาจ แม้จะมีรัฐธรรมนูญฉบับนี้ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังต้องมีการแก้ไข เรื่องที่เกิดขึ้นกับนายธนาธร เราต้องให้กำลังใจนายธนาธร ที่สำคัญนายธนาธรเป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายธนาธรจะมีคนแบบคุณธนาธร เกิดขึ้นในประเทศไม่ใช่ธนาธรเดียว แต่ในขณะนี้มี 6 ล้านคนที่เลือกนายธนาธร แล้ว ต่อไปก็คงเป็น 60 ล้านคนที่จะเลือก อันนี้ก็เป็นสิ่งเร่งให้พรรคฝ่ายค้านนำมาเป็นบทเรียนว่าการที่จะไปสู่ประชาธิปไตยนั้น พรรคฝ่ายค้านต้องบเดินหาประชาชน หาเราไปเดินหาองค์อิสระ หรือรัฐราชการที่ถูกสถาปนาโดย คสช. อย่างน้อยเขาก็ไปรับใช้ผู้ที่จัดตั้งเขามา เป็นบทเรียนที่ดีที่เราจะนำมาปรับยุทธศาสตร์กัน

คณะแพทยศาสตร์ มช. จัดงานวัน “รู้รักษ์ ตระหนักใช้ยาต้านแบคทีเรีย”

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะทำงานด้านควบคุมการใช้ยาปฏิชีวนะ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ จัดงาน “รู้รักษ์ ตระหนักใช้ยาต้านแบคทีเรีย เรื่องยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุผล” เนื่องในสัปดาห์สร้างความตระหนักในการใช้ยาปฏิชีวนะโลก

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 21 พ.ย.62ที่อาคารเฉลิมพระบารมี โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ ชัยวัฒน์ บำรุงกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงาน รู้รักษ์ ตระหนักใช้ยาต้านแบคทีเรีย เนื่องในสัปดาห์ให้ความรู้เรื่องยาปฏิชีวนะโลก โดยมีหัวหน้าแผนก บุคลากรโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ และประชาชนทั่วไปเข้าร่วม

รศ.พญ.รมณีย์ ชัยวาฤทธิ์ หัวหน้าหน่วยวิชาโรคติดเชื้อและเวชศาสตร์เขตร้อน คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างรับผิดชอบ เป็นการรักษาและป้องกันโรค หรือภาวะที่มีหลักฐานว่ายาปฏิชีวนะไม่มีความจำเป็นในผู้ป่วยส่วนมาก แต่ยังมีการใช้ยาปฏิชีวนะอยู่มาก โดยมีโรคและภาวะเป้าหมาย คือ การใช้ยาปฏิชีวนะในผู้ป่วยนอก ในโรคติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจส่วนบน และหลอดลมอักเสบเฉียบพลัน โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน และบาดแผลสดจากอุบัติเหตุ เพื่อให้เกิดการใช้ยาปฏิชีวนะใน 3 โรคดังกล่าวอย่างสมเหตุผล หน่วยโรคติดเชื้อและเวชศาสตร์เขตร้อน ภาควิชาอายุรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะทำงานด้านควบคุมการใช้ยาปฏิชีวนะ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ จึงได้จัดงานนิทรรศการและเสวนาเรื่องการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุผล เนื่องในสัปดาห์ให้ความรู้เรื่อง ยาปฏิชีวนะโลก (World Antibiotic Awareness Week 2019)

 

กิจกรรมภายในงาน มีการเสวนาหัวข้อ “การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุผล” โดยรศ.พญ.รมณีย์ ชัยวาฤทธิ์ หัวหน้าหน่วยวิชาโรคติดเชื้อและเวชศาสตร์เขตร้อน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ ผศ.ดร.ภก.วสันต์ กาตี๊บ อาจารย์จากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมชมนิทรรศการ ระหว่างวันที่ 18-22 พฤศจิกายนนี้ ณ ห้องโถงชั้น 1 อาคารเฉลิมพระบารมี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

“โครงการพัฒนาระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินและการรับส่งผู้ป่วยเพื่อประชาชนในพื้นที่ทุรกันดาร ตำบลแม่กิ๊ จังหวัดแม่ฮ่องสอน”

รัฐบาลญี่ปุ่นได้ให้การสนับสนุนโครงการพัฒนาระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินและการรับส่งผู้ป่วยเพื่อประชาชนในพื้นที่ทุรกันดาร

พิธีส่งมอบรถกู้ภัยขับเคลื่อนสี่ล้อภายใต้ “โครงการพัฒนาระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินและการรับส่งผู้ป่วยเพื่อประชาชนในพื้นที่ทุรกันดาร ตำบลแม่กิ๊ จังหวัดแม่ฮ่องสอน” ซึ่งสนับสนุนโดยรัฐบาลญี่ปุ่นผ่านโครงการความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจแบบให้เปล่าเพื่อพื้นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ (หรือโครงการคุซะโนะเนะ) ได้ถูกจัดขึ้นในวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ.2562 โดยมี นายฮิโรชิ มัทสึโมะโตะ กงสุลใหญ่ญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่ เป็นผู้มอบ และนายอุดม ก่อนแสงวิจิตร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่กิ๊ เป็นผู้รับมอบตำบลแม่กิ๊ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง อยู่ในเขตชายแดนที่ติดต่อกับประเทศพม่าซึ่งมีธรรมชาติอันสวยงามในพื้นที่ป่าอนุรักษ์

แต่ขณะเดียวกันพื้นที่ร้อยละ 95 เป็นภูเขาสูงชัน ทุรกันดาร และขาดแคลนระบบทางการแพทย์ อีกทั้งยังอยู่ห่างไกลจากโรงพยาบาลระดับอำเภอ และไม่มีรถกู้ภัยฉุกเฉินประจำตำบลแม่กิ๊ ประชาชนจึงประสบความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บหรืออาการป่วยที่ทวีความรุนแรง เนื่องจากไม่สามารถเข้าถึงการรักษาขั้นพื้นฐานในสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที ด้วยเหตุนี้ รถกู้ภัยที่มีความพร้อมในการเข้าถึงพื้นที่จึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนอย่างมาก

จากสถานการณ์ดังกล่าว รัฐบาลญี่ปุ่นจึงได้ให้การสนับสนุนโครงการจัดซื้อรถกู้ภัยขับเคลื่อนสี่ล้อพร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ 1 คันให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลแม่กิ๊เป็นมูลค่า 1,508,000 บาท เพื่อพัฒนาระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน รัฐบาลญี่ปุ่นหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการสนับสนุนในครั้งนี้จะสามารถพัฒนาระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินในพื้นที่สูงให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อสามารถให้การรักษาเบื้องต้น ณ จุดเกิดเหตุ และส่งตัวผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลระดับอำเภอได้อย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นมีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการจัดการกับความมั่นคงของมนุษย์โดยผ่านโครงการความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจแบบให้เปล่าเพื่อพื้นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ (คุซะโนะเนะ) ต่อไป

ชาร์ป ไทย เดินหน้ามอบเครื่องฟอกอากาศ 8 โรงเรียน 2 สถานสงเคราะห์ในเชียงใหม่

เพราะลมหายใจของเด็ก คือลมหายใจของสังคมชาร์ป ไทย เดินหน้ามอบเครื่องฟอกอากาศ 8 โรงเรียน 2 สถานสงเคราะห์ในเชียงใหม่

บริษัท ชาร์ป ไทย จำกัด ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เพื่อส่งมอบเครื่องฟอกอากาศให้แก่ 8 โรงเรียน 2 สถานสงเคราะห์เด็ก ภายใต้โครงการ “Write to Breathe” ที่ได้มอบพื้นที่ให้เด็กเชียงใหม่ ซึ่งต้องเผชิญหน้ากับปัญหาฝุ่นมลพิษ PM 2.5 อยู่บ่อยครั้ง เป็นตัวแทนเด็กไทยได้เขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหามลภาวะ ภายใต้หัวข้อ “I have right to breathe” มุ่งหวังได้เป็นอีกหนึ่งแรงที่จะส่งให้เสียงของเด็กดังถึงผู้ใหญ่ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของอากาศบริสุทธิ์ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่เด็กและเยาวชนไทยควรได้รับ

ด้วยจังหวัดเชียงใหม่ เคยรั้งอันดับ 1 ของเมืองที่มีอากาศแย่ที่สุดในโลกจากการจัดอันดับบนเว็บไซต์ AirVisual ทั้งยังมีสภาพอากาศที่วิกฤตอยู่ในระดับ “มีผลกระทบต่อสุขภาพ” อยู่หลายครั้งจากช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ส่งผลให้ บริษัท ชาร์ป ไทย จำกัด ผู้นำด้านเครื่องใช้ไฟฟ้า และเป็นเจ้าของเทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์ที่ติดตั้งในเครื่องฟอกอากาศและผลิตภัณฑ์ชาร์ปอื่นๆ ตระหนักถึงผลกระทบของปัญหาฝุ่นมลพิษ PM 2.5 ที่มีต่อประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะกับเด็กและเยาวชนที่มีภูมิคุ้มกันร่างกายยังไม่แข็งแรงเพียงพอที่จะใช้ชีวิตท่ามกลางปัญหาฝุ่นมลพิษนี้ได้อย่างปกติ จึงได้ริเริ่มโครงการ “Write to Breathe” ซึ่งนอกจากการมอบเครื่องฟอกอากาศ ยังได้สร้างพื้นที่ให้เด็กได้ “Write” คือการเขียนในสิ่งที่เขาควรได้รับนั่นคือ “Right” ที่แปลว่าสิทธิ์ ซึ่งในที่นี้หมายถึงสิทธิขั้นพื้นฐานที่เด็กควรได้รับ มิใช่เพียงสิทธิในการเข้าถึงการศึกษา สิทธิในการได้รับการคุ้มครอง แต่อีกสิทธิ์ที่สำคัญและไม่สามารถละเลยได้ ก็คือสิทธิในการได้อยู่ท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์และได้หายใจอย่างเต็มปอด


คุณมณีนภา ดวงดารา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ชาร์ป ไทย จำกัด ผู้รับผิดชอบโครงการ “Write to Breathe” กล่าวว่า “ด้วยแนวคิดที่ว่า “เด็กไทยทุกคนมีสิทธิ์ได้รับอากาศบริสุทธิ์” เพราะลมหายใจของเด็ก คือลมหายใจของประเทศ บริษัท ชาร์ป ไทย จำกัด จึงตั้งมั่นที่จะมอบอากาศบริสุทธิ์ให้กับเด็กไทย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศชาติ โดยได้เลือกจังหวัดเชียงใหม่สำหรับการลงพื้นที่บริจาคในครั้งนี้ เนื่องจากเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤตฝุ่น PM 2.5 อย่างร้ายแรง จนบางครั้งเด็ก ๆ ต้องหยุดเรียน หรือไม่สามารถทำกิจกรรมการเรียนการสอนได้อย่างปกติ การร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่เด็ก ๆ สามารถหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าไปในร่างกายได้อย่างปกติ จึงเป็นโครงการที่ ชาร์ป ไทย มีความภาคภูมิใจ และคาดหวังว่าเครื่องฟอกอากาศที่บริจาคในครั้งนี้ จะสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตและเอื้อโอกาสให้เด็ก ๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ ให้สามารถนั่งเรียนในห้องเรียนได้อย่างมีความสุข หรือแม้แต่สามารถที่จะทำกิจกรรมที่เสริมพัฒนาการต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่”

คุณมณีนภา กล่าวเพิ่มเติมว่า “อย่างไรก็ตาม โครงการ “Write to Breathe” เป็นเพียง 1 ในวิธีเยียวยา เพื่อให้เด็ก ๆ สามารถเรียนหรือทำกิจกรรมในพื้นที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์โดยการทำงานของเครื่องฟอกอากาศเท่านั้น การแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่จังหวัดเชียงใหม่เผชิญอยู่มาเป็นระยะเวลานาน จะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการรักษาอากาศให้บริสุทธิ์อย่างยั่งยืน เพื่อที่เด็ก ๆ ซึ่งเป็นอนาคตของประเทศชาติจะสามารถเรียนรู้และเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรงได้ รวมถึงชาร์ปเองก็มุ่งมั่นที่จะดำเนินงานในด้านพัฒนาคุณภาพอากาศอย่างไม่หยุดยั้งต่อยอดจากโครงการ “Write to Breathe” สู่โครงการที่ร่วมมือพัฒนาคุณภาพกรุงเทพที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้คนไทยต่อไป”

โดยในครั้งนี้ บริษัท ชาร์ป ไทย จำกัด ได้มอบเครื่องฟอกอากาศทั้งสิ้น 40 เครื่อง มูลค่ากว่า 559,600 บาท ให้แก่ โรงเรียนสันกำแพง, โรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่, โรงเรียนพุทธิโสภณ, โรงเรียนบ้านสันกำแพง, โรงเรียนบ้านเชิงดอย (ดอยสะเก็ดศึกษา), โรงเรียนคำเที่ยงอนุสรณ์, โรงเรียนวัดดอนจั่น, โรงเรียนวัดสวนดอก, สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าวัดดอนจั่น เชียงใหม่ และสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าบ้านเวียงพิงค์ พร้อมทั้งมีเวทีให้ความรู้เกี่ยวกับ“ผลกระทบจากมลพิษเชียงใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อเด็ก” โดยรศ.ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล หัวหน้าศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หน่วยวิจัยเพื่อการจัดการพลังงานและเศรษฐนิเวศ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่ให้ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นอย่างดี

เชียงใหม่ คุมเข้ม ตรวจสอบรถโดยสารปล่อยควันดำ กำชับให้ใช้ทุกมาตรการในการแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน

เชียงใหม่ คุมเข้ม ตรวจสอบรถโดยสารปล่อยควันดำ กำชับให้ใช้ทุกมาตรการในการแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน

นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นางวราภรณ์ วรพงศธร ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่สุ่มตรวจสภาพรถโดยสารสาธารณะ คิวรถขึ้นดอยสุเทพ-ปุย เพื่อตรวจสอบรถโดยสารปล่อยควันดำและควันเสีย เพื่อช่วยลดปัญหาฝุ่นควันในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน

นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนจากสื่อมวลชนว่ารถโดยสารสาธารณะขับขึ้นดอยสุเทพบางคันมีควันดำเกินค่ามาตรฐาน ซึ่งการขับขี่ยานพาหนะในทางเรียบ อาจไม่จำเป็นต้องเร่งเครื่องมาก แต่รถที่ขึ้นบนเขา บนดอย อาจต้องมีการเร่งความเร็วมากกว่าปกติ ในการเร่งอาจส่งผลกระทบในเรื่องของควันที่ออกมามากกว่าปกติ ทั้งนี้ทางสำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้ เนื่องจากในช่วงนี้เป็นช่วง High season ของจังหวัดเชียงใหม่

มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาจังหวัดเชียงใหม่จำนวนมาก ซึ่งทางจังหวัดจะไม่อนุญาตให้นำรถบัสขนาดใหญ่ขึ้นไปบนดอย เนื่องจากมีการจราจรที่หนาแน่น และเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย ดังนั้นรถบริการสาธารณะจึงเป็นทางเลือกของนักท่องเที่ยว เนื่องจากมีความชำนาญทาง สามารถนำนักท่องเที่ยวขึ้นไปได้อย่างปลอดภัย

ซึ่งในส่วนนี้สำนักงานขนส่งจังหวัดฯ ได้ดูแลในเรื่องของระบบห้ามล้อ และค่าควันดำเกินมาตรฐาน เนื่องจากเส้นทางขึ้นดอยสุเทพเป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยวใช้เป็นประจำ รวมไปถึงเป็นเส้นทางที่ใช้ออกกำลังกาย ปั่นจักรยานในเส้นทางนี้อยู่ตลอด ซึ่งหากมีควันดำเกินค่ามาตรฐาน อาจทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่เสียหาย รวมไปถึงส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของผู้ที่ออกกำลังกายด้วย ซึ่งทางจังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น และมีการดำเนินการตามมาตรการของจังหวัด และของสำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง

​ด้าน นางวราภรณ์ วรพงศธร ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า มาตรการตรวจเข้มของสภาพรถ ปกติจะมีการเรียกตรวจรถโดยสารสาธารณะที่สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ปีละ 2 ครั้ง แต่เนื่องจากในช่วงที่เกิดมลภาวะทางอากาศ หรือปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 สำนักงานขนส่งฯ จึงได้มีมาตรการร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ สุ่มตรวจสอบเข้มข้นตามจุดต่างๆ ที่เป็นคิวรถโดยสารสาธารณะ โดยเฉพาะจุดขึ้นดอยสุเทพ ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวใช้บริการจำนวนมาก และเป็นทางเขาลาดชัน จะส่งผลให้ใช้การเร่งความเร็วมากกว่าปกติ เป็นสาเหตุทำให้เกิดควันดำมากขึ้น ซึ่งหากพบจะมีการตักเตือนเจ้าของรถให้ปรับปรุงตรวจสภาพรถให้เรียบร้อย ซึ่งเป็นมาตรการที่ทำร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่

ในการดำเนินการตามมาตรการลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และการตรวจวัดค่าควันดำของรถโดยสารสาธารณะให้อยู่ในระดับค่าเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อลดปัญหามลพิษทางอากาศและเพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้ใช้รถโดยสารสาธารณะ ทั้งนี้ จากการสุ่มตรวจรถโดยสาร พบรถยนต์ที่มีควันดำเกินเกณฑ์มาตรฐาน จึงได้ต้องขอความร่วมมือเจ้าของยานพาหนะ ในการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพปกติ เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่ เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่

เชียงใหม่ซูอควาเรียมปรับโฉมใหม่เสริมฝูงปลาทะเลให้ตื่นตาตื่นใจยิ่งขึ้น

เชียงใหม่ซูอควาเรียม”ทะเลบนดอย”ปรับโฉมใหม่ยิ่งใหญ่ตระการตา นายนฤทัต เจริญเศรษฐศิลป์ กรรมการบริหารเชียงใหม่ ซู อควาเรียม สวนสัตว์เชียงใหม่ จัดกิจกรรมการครบรอบ 11 ปีก้าวสู่ปีที่ 12 ของเชียงใหม่ ซูอควาเรียม พร้อมเปิดอุโมงค์น้ำเค็ม ที่ปรับโฉมใหม่ เสริมปลาสวยงามและฉลาม กระเบนนกที่สวยงาม เพื่อรอต้อนรับนักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสใกล้ชิดชมปลาใต้โลกทะเลได้อย่างใกล้ชิด ภายในประกอบแสงสีเสียง อย่างกลมกลืนธรรมชาติ

โดยภายในอุโมงค์จะแบ่งเป็นโซนปลาสวยงาม โซนปลาฉลาม โดยเฉพาะการนำเต่าทะเลตัวใหญ่มาไว้ในอุโมงน้ำเค็ม และมีการเสริมการแสดงของเหล่าเงือกชายหญิง สร้างสีสันที่สวยงามให้กับนักท่องเที่ยวเพื่อเป็นการต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่นของเชียงใหม่ ส่วนในโซนของอุโมค์น้ำจืดมีปลาน้อยใหญ่พันธุ์หายาก รวมทั้งตะพาบน้ำลายจุดงดงามมาให้ชมอย่างตระการตา

นายนฤทัต เจริญเศรษฐศิลป์ กรรมการบริหารซูอควาเรียม ได้เผยว่าได้มีการทุ่มงบประมาณในการปรับโฉมใหม่ของเชียงใหม่ซูอควาเรียมทะเลบนดอยแห่งแรกของประเทศ ที่มีอุโมงค์ยาวที่สุดในเอเชีย มีการเสริมปลายน้อยใหญ่สีสันสวยงามกว่า 7,000 ตัวเข้าไปโดยมีการแบ่งโซนให้ชมอย่างตื่นตาตื่นใจ และอุโมงค์น้ำจืดที่มีฝูงปลานานาชนิดรวมทั้งประเภทเตาตะพาบน้ำที่มีสีสันสวยงามหาชมยากมาให้ชมพร้อมได้ชมนิทรรศการปลาที่เสียชีวิตตามอายุไขในเชียงใหม่ซูอควาเรียมในช่วง 11 ปีที่เปิดมา

โดยทางเชียงใหม่ซูอควาเรียมได้นำซากปลาชนิดต่างต่างมาให้นักเรียนนักศึกษาได้ชมชีวิตความเป็นมาของปลาชนิดต่างๆที่มีวงจรชีวิตอย่างไร ซึงครั้งนี้จัดเต็มรูปแบบจริงๆและทางเชียงใหม่ซูอควาเรียมขอบอกว่าที่แห่งนี้มีฉลามเกิดขึ้นมากจนมีการนำส่วนหนึ่งไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติที่ทะเลทางภาคใต้ ถือว่าเป็นฉลามที่เกิดบนทะเลบนดอยแห่งนี้นำสู่ทะเลธรรมชาติ

นอกจากนี้ยังได้นำเหล่าเงือกชายหญิงที่มีความชำนาญในการแสดงใต้น้ำมาโชว์ในช่วงไฮซีซั่นเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวชมในฤดูการท่องเที่ยวปีนี้

ดร.แก้มหอม ณ ล้านช้าง หรือ “แม่มดกัญชา”ใน งานประกวด Miss Asia USA & Mrs. Asia USA ประจำปี 2019


ดร.แก้มหอม ณ ล้านช้าง หรือ “แม่มดกัญชา”ใน งานประกวด Miss Asia USA & Mrs. Asia USA ประจำปี 2019

งานประกวด Miss Asia USA & Mrs. Asia USA ประจำปี 2019 ปีนี้เฉลิมฉลองครบรอบปี31 จัดโดย Virgelia Productions จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2019 ที่ Redondo Beach Performing Arts Center

โดยทางกองประกวดได้ คัดเลือก CANCER HOPE VILLAGE เป็น Official Charity ภายใต้การนำของ ดร.แก้มหอม ณ ล้านช้าง หรือ “แม่มดกัญชา” ประธานผู้ก่อตั้ง มูลนิธิ CANCER HOPE VILLAGE ที่ก่อตั้งเพื่อการช่วยรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง และ เธอยังเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินครั้งนี้อีกด้วย

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จัดหนักโปรโมชั่นผลิตภัณฑ์ทางการเงินครบครันทั้งเงินฝาก สินเชื่อ และดิจิตัลแบงกิ้ง ในมหกรรมการเงินเชียงใหม่ ครั้งที่ 14

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จัดหนักโปรโมชั่นผลิตภัณฑ์ทางการเงินครบครันทั้งเงินฝาก สินเชื่อ และดิจิตัลแบงกิ้ง
ในมหกรรมการเงินเชียงใหม่ ครั้งที่ 14 ระหว่างวันที่ 8 – 10 พฤศจิกายน 2562 ณ เชียงใหม่ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ร่วมงานมหกรรมการเงินเชียงใหม่ ครั้งที่ 14 ระหว่างวันที่ 8 – 10 พฤศจิกายน 2562 ณ เชียงใหม่ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ธนาคารจัดหนักโปรโมชั่นร้อนแรงเป็นประจำทุกปีมานำเสนอให้ประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดอื่นๆ ในภาคเหนือ โดยปีนี้ ผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ของธนาคารประกอบด้วยสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 2.79% สำหรับพนักงานประจำที่มีรายได้รวมต่อเดือน 50,000 บาทขึ้นไป ฟรีค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ ค่าอากรแสตมป์ และค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย 3 ปี
สินเชื่อบุคคล คนมีเครดิต รับดอกเบี้ยพิเศษ เพียง 9% ต่อปี อายุสัญญา 1 ปี สำหรับพนักงานที่มีรายได้ประจำต่อเดือน 20,000 บาทขึ้นไปเงินฝากประจำพิเศษ 12 เดือน รับอัตราดอกเบี้ย 2% ต่อปี สำหรับบุคคลธรรมดา ซึ่งมียอดเงินฝาก 1,000,000 บาทต่อท่านต่อรายการ เมื่อลูกค้าเปิดบัญชีภายในงาน หรือรับคูปองที่งานและแสดงคูปองเพื่อเปิดบัญชีที่สาขา ตั้งแต่วันที่ 8-30 พ.ย. 2562 ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขเป็นไปตามประกาศธนาคาร”

นอกจากนี้ ลูกค้าธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เมื่อดาวน์โหลดและลงทะเบียนเข้าใช้ CIMB THAI Digital Banking รับฟรี e-Coupon Starbucks 100 บาททันที ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธ.ค.62บัญชีเงินฝากประจำพิเศษ US Dollar ดอกเบี้ย 1.5% ต่อปี เพียงนำเงินบาทมาแลกดอลลาร์ หรือโอนดอลลาร์มาเข้าบัญชี บัตรเดบิต Digital Savings ฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี ฟรีกดเงินทุกตู้ ทุกธนาคาร ดูหนัง 80 บาท ทุกเรื่องทุกรอบ ในเครือเมเจอร์ ซินีเพล็กซ์ และเครือเอสเอฟ
บัญชี CIMB Biz Account ค้าขายสบายใจ ไม่มีค่าธรรมเนียม ดอกเบี้ยสูงสุด 1.2% ต่อปี ทำธุรกิจสะดวกสบายผ่านช่องทางออนไลน์ไม่ต้องเดินทาง ซื้อสมุดเช็ค 1 เล่ม ฟรี 1 เล่ม สินเชื่อ SME เพื่อผู้ประกอบกิจการ อพาร์ทเมนต์ ผ่อนนานสูงสุด 15 ปี สินเชื่อ SME เพื่อดำเนินธุรกิจดอกเบี้ยพิเศษ วงเงินสูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาท ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี


ด้านการลงทุน ธนาคารโดดเด่นใน ผลิตภัณฑ์หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง Maxi Fund อัตราผลตอนแทนประมาณการดอกเบี้ย 0.25% – 7% ต่อปี นอกจากนี้ ธนาคารมีบริการรับซื้อ-เสนอขายตราสารหนี้ก่อนครบกำหนด ทั้งพันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้เอกชน สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือได้ เลือกลงทุนอายุสั้น-ยาว หลากหลายความต้องการ เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ กระจายความเสี่ยงในการลงทุน
เปิดบัญชื้อขายหลักทรัพย์/อนุพันธ์ กับบริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) ภายในงาน รับฟรี 2 ต่อ โดยผู้ที่เปิดบัญชีหุ้น ออมหุ้น อนุพันธ์ เทรดต่างประเทศ รับฟรี กระเป๋าทำกำไร สำหรับลูกค้าเปิดบัญชีใหม่และมีรายการ Trade Online ครบ 500,000 บาท รับฟรีต่อที่ 2 Power Bank
นอกจากนี้ เป็นประจำทุกปีธนาคารจะจัดกิจกรรม CSR เพื่อระดมเงินบริจาค โดยครั้งนี้ผู้ร่วมงานสามารถบริจาคเงิน 20 บาท รับสิทธิ์เล่นเกมลุ้นรับตุ๊กตา Octo 1 ตัว มูลค่า 299 บาท หรือของรางวัลอื่นที่มีมูลค่าเทียบเท่า เพื่อสมทบทุนเข้าโครงการศูนย์เรียนรู้คอมพิวเตอร์ ห้องสมุดชุมชน และโครงการมัคคุเทศก์น้อย โรงเรียนวัดเจ็ดยอด ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่


ทั้งนี้ ภายในงานนอกจากผู้ร่วมงานจะได้เลือกสรรโปรโมชั่นการเงินจากสถาบันการเงิน ยังจะได้ฟังสัมมนาหุ้นและการลงทุนฟรี และจะได้พบมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินดาราชื่อดังอีกด้วย ติดตามชมภาพบรรยากาศงานได้ที่ www.facebook.com/CIMBTHAI

ลอยกระทงเย็นสุดขั้ว -7 องศา ที่สโนว์โดมสวนสัตว์เชียงใหม่ แห่งเดียวในประเทศไทย

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 8 พ.ย.นี้ สวนสัตว์เชียงใหม่ ได้จัดกิจกรรมท้าทายความหนาวเย็นและส่งเสริมอนุรักษ์ประเพณีเดือนยี่เป็ง หรือลอยกระทง เชียงใหม่ แต่จะจัดทั้งทีก็ต้องให้ได้บรรยากาศเย็นสุด โดยเย็นสุดขั้ว ถึง-7 องศา โดยจัดภายที่สโนว์โดม สวนสัตว์เชียงใหม่ แห่งเดียวในประเทศไทย

พร้อมตกแต่งบรรยากาศภายในสวนสัตว์เชียงใหม่ให้เข้ากับเทศกาลยี่เป็งของล้านนา โดยพิธีเปิดกิจกรรมท้าทายความหนาวเย็นในครั้งนี้ ทางนายวุฒิชัย ม่วงมัน ผอ.สวนสัตว์เชียงใหม่ ได้นำทีมงานสวนสัตว์เชียงใหม่แต่งชุดไทยล้านนาไม่สวมเสื้อกันหนาว ถือกระทงไปลอยบนอ่างน้ำแข็ง พร้อมทั้งมาสคอตแพนด้าและสัตว์ต่างๆเท่านั้นยังไม่พอยังรำวงเพลงลอยกระทงรอบอ่างท่ามกลางอากาศเย็นยะเยือก เป็นการเปิดกิจกรรมลอยกระทงในสโนว์โดม

 

โดยนักท่องเที่ยวที่เข้าไปเที่ยวสโนว์โดมทางสวนสัตว์จะแจกกระทงให้ลอยเป็นสีสันของชีวิตครั้งได้ลอยกระทงในสโนว์โดมอุณภูม-7 องศา โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-12 พฤศจิกายน 2562 นี้ ณ เชียงใหม่ ซู สโนว์โดม ภายในสวนสัตว์เชียงใหม่

  

นายวุฒิชัย ม่วงมัน อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ กล่าวถึงการจัดกิจกรรมพิเศษต้องรับเทศกาลลอยกระทงภายในสวนสัตว์เชียงใหม่ บริเวณด้านหน้าทางเข้าสวนสัตว์เชียงใหม่ได้มีการจัดซุ้มประตูป่าโดยใช้วัสดุธรรมชาติ พร้อมประดับด้วยโคมล้านนา และภายในเชียงใหม่ ซู สโนว์โดม บริเวณส่วนจัดแสดงได้มีการตกแต่งสถานที่ให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมลอยกระทงที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ และถ่ายภาพเป็นที่ระลึกซึ่งเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทย พร้อมแจกฟรี! กระทงใบตองให้แก่นักท่องเที่ยว

 

เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและบรรยากาศเทศกาลลอยกระทงของจังหวัดเชียงใหม่ นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังจะได้ร่วมสนุกกับกิจกรรม สไลเดอร์บนลานน้ำแข็ง อีกด้วยสัมผัสอากาศหนาวเย็น -7 องศา กับบรรยากาศยี่เป็งล้านนาภายในเชียงใหม่ ซู สโนว์โดม ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึง วันที่ 12 พฤศจิกายน นี้เท่านั้น