สืบสวนภาค5 จับนักศึกษาใช้เฟซบุ๊คปลอมเป็นเพื่อนหลอกเด็กถอดเสื้อผ้าโชว์หวิวพบมีเด็กผู้เสียหายกว่า 20ราย

ตำรวจสืบสวนภาค5 รวบตัวนักศึกษาฝึกสอนคาหอพักจังหวัดเชียงราย หลังใช้เฟซบุ๊คปลอมเป็นเพื่อนหลอกเด็กถอดเสื้อผ้าโชว์หวิวพบมีเด็กผู้เสียหายกว่า 20รายถูกกระทำ สารภาพทำไปเพื่อบำบัดความใคร่

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 7 พ.ย.นี้ ที่ห้องประชุมสำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 พร้อมทั้ง พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี ผบก.สส.ภ.5 ได้นำตัวนายฤทธิเดช ลีศีริขุนกลาง หรือ เดชอายุ 22ปี อยู่บ้านเลขที่ 75 หมู่ 7 ต.บ้านหลวง อ.จอมทองจ.เชียงใหม่ เป็นนักศึกษาครูฝึกสอนของสถานบันดังแห่งหนึ่งของเชียงใหม่ พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Vivo สีดำโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Samsung สีทองคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คยี่ห้อ Asus สีดำ กางเกงกีฬาสีแดงผ้าห่มสีน้ำตาล โดทาง พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบก.สส.ภ.5 ได้จับกุมได้ที่ห้องพักหมายเลข 309 หอพักนฤมลคอร์ทเลขที่ 4 33 ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงรายเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ในข้อหาความผิดข้อหาครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่นมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา 287/1

 

โดยการจับกุมครั้งนี้ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5ได้รับร้องเรียนจากผู้ปกครองผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กหญิงจำนวน 3 รายให้ทำการสืบสวนหาคนร้ายที่ได้ทำการสร้าง Facebook ปลอมขึ้นมาเพื่อหลอกลวง เด็กหญิงผู้เสียหายทั้ง 3รายให้ส่งภาพอนาจารแล้วจัดนั้นได้ข่มขูให้ผู้เสียหายทั้ง 3รายถ่ายคลิปโป๊ให้เพิ่มเติมถ้าหากไม่ทำตามจะทำการปล่อยภาพหรือคลิปวิดีโอก่อนหน้านี้ที่ใช้กลอุบายหลอกลวงมาได้ของผู้เสียหายในโลกออนไลน์กลุ่มต่างๆจนผู้เสียหายเกิดความกลัวและยอมถ่ายคลิปวีดีโอส่งให้คนร้ายไปแต่คนร้ายยังคงจะให้กระทำซ้ำแบบเดิมอีก ทางผู้เสียหายได้แจ้งผู้ปกครองไม่ได้มาร้องทุกข์ ร้องทุกข์ ร้องทุกข์ กับเจ้าหน้าที่ ตำรวจภูธรภาค 5 ทาง พล.ต.ท.ประจวบ จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภาค 5 ดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนจนได้พยานหลักฐานที่เชื่อได้ว่านายฤทธิเดชหรือเดชเป็นผู้ที่ได้หลอกลวงและข่มขู่ ผู้เสียหายทั้ง 3 รายโดยใช้ห้องพักหมายเลข 309 หอพักนฤมลคอร์ดเลขที่ 433 ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงรายเป็นสถานที่ในการเล่น Facebook หรือสื่อออนไลน์ต่าง จึงได้ขออนุมัติหมายศาลเข้าจับกุม จากการตรวจค้นห้องพักผู้ประกอบในการทำความผิดคือโทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่องคอมพิวเตอร์ Notebook 1 เครื่องมือตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นผ่านอุปกรณ์ดังกล่าวพบว่ามีภาพและคลิปวีดีโอของผู้เสียหายปรากฏอยู่ในโทรศัพท์มือถือและยังพบการสนทนากับผู้เสียหายในสื่อออนไลน์ต่างๆเช่น Facebook หรือ Twitter เป็นต้นอีกทั้งยังพบภาพและวีดีโอของหญิงอื่นอีกจำนวนมากซึ่งเชื่อว่าจะเป็นภาพเด็กหญิงช่วงอายุ 10 ถึง 20 ปีเบื้องต้นนายฤทธิเดช ยอมรับว่าตนได้ใช้กลอุบายหลอกลวงผู้เสียหายทั้ง 3 รายจริงพร้อมได้ทำการข่มขู่ให้ผู้เสียหายส่งภาพหรือคลิปโป๊มาให้ตนเพิ่มเติมจริงอีกทั้งได้นำภาพหรือวิดีโอไปโพสต์ในสื่อออนไลน์จริงโดยก่อเหตุไปแล้วกว่า 20 ราย

นายฤทธิเดช ได้รับสารภาพว่าใช้ชื่อในเฟซบุ๊ค “แค่ทางผ่าน”โดยนำรูปหญิงสาวหน้าตาดีวัยรุ่นมาในหน้าเฟซบุ๊คของตัวเอง โดยจะแทรกเข้าไปกลุ่มของเด็กสาววัยรุ่นหน้าตาดี ตีสนิทและหลอกให้แก้ผ้ากันในกลุ่ม ซึ่งสามารถทำสำเร็จถึง 20 ราย ซึ่งก็เพื่อตอบสนองตัวเอง ส่วนตัวมาตลอดจนถูกตำรวจติดตามจับกุมจึงอยากขอโทษผ่านเด็กสาวหลายคนที่ตกเป็นเหยื่อของตน และขอเตือนผู้ที่พฤติกรรมเหมือนตนเองให้เลิกเสียเพราะเป็นพฤติกรรมที่ไม่ดี ตนเองสำนักผิดแล้วไม่ทำอย่างเด็ดขาด

พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 ได้กล่าวว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นภัยสังคม ก็อยากให้เด็กสาวที่ตกเป็นเหยื่อมาร้องทุกข์ให้มากขึ้ พร้อมฝากเตือนพี่น้องประชาชนในเรื่องสื่อโซเชียลประเภทนี้คนที่คุยกับเรามันอาจไม่ใช่ตัวตนของเขา เขามีวิธีการที่จะหลอกเหยื่อเพื่อให้หลงกลเขา หากเป็นเด็กก็เป็นเรื่องของทางเพศ แต่หากเป็นผู้ใหญ่เป็นเรื่องของการหลอกโอนทรัพย์สินเหมือนที่มาการจับกุมมาตลอด ดังนั้นในโชเชียลหากพูดคุยกับคนที่ไม่รู้จักก็ให้ระมัดระวังไว้และรีบแจ้งทางตำรวจทราบ

พิธีโบราณ”ขึ้นศาลปะกำ” โดยกลุ่มครูบาควาญช้างชัยภูมิที่ปางช้างแม่สา

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 6 พ.ย.นี้ ที่ปางช้างแม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ นางสาวอัญชลี กัลมาพิจิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ปางช้างแม่สา ได้นำหมอช้างจาก จ.ชัยภูมิ รวมถึงสัตวแพทย์ ของปางช้าง รวมถึงพนักงาน ควาญช้าง เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายกว่า 200 คนร่วมพิธี”ขึ้นศาลปะกำ” ซึ่งเป็นสถานที่เก็บรักษาหนังปะกำและอุปกรณ์ในการคล้องช้าง เพื่อคอยปกป้องภัยพิบัติ และอำนวยโชค เป็นสิริมงคล ให้แก่ปางช้าง และเจ้าหน้าที่ทุกคน ตามความเชื่อแต่โบราณของกลุ่มคนเลี้ยงช้าง

ในพิธีมีนายสมหวัง จิตมา หมอช้างวัย 72 ปี ชื่อดังจากจังหวัดชัยภูมิ นำทีมหมอช้างที่ผ่านการสยบช้างป่าทั้งในประเทศและต่างประเทศมาประกอบพิธีตามศาสนา โดยมีการตั้งโต๊ะเครื่องเซ่นบวงสรวง มีการนำเชือกหนังปะกำ ที่สร้างจากหนังความตายโหงควายตัวผู้ 2 ตัวกับควายตัวเมีย 1 ตัว มีความยาวเส้นละ 20 เมตร ที่ผ่านการคล้องจับช้างป่ามาแต่โบราณมาทำพิธีโดยหนังปะคำแต่ละเส้นจะพันรอบหัวหมู ไก่ต้ม และสุราขาว เครื่องเซ่นและมีการนำภาพหมอช้างจอมขมังเวทย์ผู้ล่วงลับคือพ่อครูบาสุพน ศรีขะโจม ที่บรรดาหมอช้างในความเคารพมาตั้งไว้ ก่อนที่ประกอบพิธีสวดบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในปางพร้อมนำเครื่องเซ่นบางส่วนไปวางให้เจ้าที่เจ้าทางเพื่อบอกกล่าว จากนั้นนายสมหวัง ได้เป่าเขาควายเป็นสัญญาณการบ่งบอกให้เจ้าเจ้าทาง เจ้าป่าเจ้าขาวและวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ให้มารับเครื่องเซ่น

จากนั้นได้ทำพิธเสี่ยงทางหัวไก่ เพื่อดูกระดูกส่วนหัว เพื่อบอกว่าสิ่งศักดิ์รับรู้และเรื่องราวในปางช้างแม่สาแห่งนี้ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่รบกวนความเป็นอยู่และช้างที่ล้มตายหลายเชือกให้เหตุการณ์ทั้งหมดดีขึ้น ซึ่งผลการเสี่ยงทายเป็นว่าเรื่องดีจะเกิดขึ้นเรื่อยๆดีขึ้นไป

ก่อนจะอัญเชิญหนังปะกำ ขึ้นมาเก็บรักษาไว้ที่ศาล ที่สร้างขึ้นมาใหม่ภายในปางช้างแห่งนี้ นอกจากนี้ยังมีการเสี่ยงทายด้วยมีดหมอ ก็พบว่าจากนี้ปางช้างแม่สา จะเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป

นายสมหวัง จิตมา หมอช้างผู้ประกอบพิธีได้เผยว่าพิธีเชิญหนังปะกำขึ้นสู่ศาลจากเดิมศาลของครูบาอาจารย์ในเรื่องช้างอยู่ในที่ต่ำก็เชิญขึ้นเพราะก่อนที่จะทำพิธีทางตนได้ทำการเสี่ยงมีดถามก็บอกว่าอยากอยู่ข้างบน ซึ่งเส้นหนังปะกำทำมาจากหนังควายตายโหงใช้จำนวน 3 ตัวตัวผู้ 2 ตัวเมีย1เอามาบิดและฝั้นเป็นเกลียวจำนวน 3 เส้นยาว 20 เมตรเพื่อนำไปจับช้างป่า ชาวช้างจะนับถือเชือกหนังปะคำนี้มากจะต้องทำการบวงสรวงในทุกๆปี

ซึงกรณีมีช้างปางช้างแม่สาเสียชีวิตติดกันหลายเชือกมันบ่งบอกถึงสิ่งผิดปกติในปางช้างแห่งนี้ ต่อไปหลังจาหกทำพิธีจะไม่เกิดเรื่องนี้ขึ้นอีกทุกอย่างจะดีขึ้น สำหรับเชือกหนังปะคำที่ใช้จับช้างป่าจะไม่นำเข้าไปเก็บไว้ที่บ้านอย่างเด็ดขาดจะเก็บไว้ที่ศาลประจำปางช้างเท่านั้นเหมือนพิธีที่ทำในวันนี้ สำหรับการเสี่ยงทายด้วยมีดจะทำแบบโบราณหาที่อยู่ของช้างป่า และการเป่าเขาควายหมอช้างจะรู้ดีว่าหากใช้ปากตระโกนบอกกันช้างป่าจะรู้และหนีไป ต้องส่งสัญญาณด้วยการเป่าเขาควายซึ่งในพิธีนี้ก็ตามมีการเป่าเขาควายเพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ว่าจะเป็นเจ้าที่เจ้าทางและวิญญาณช้างที่ล่วงลับได้รับรู้ในพิธีกรรมนี้

สืบสวนภาค5บุกจับไอซ์500กิโลกรัมคาม่านรูด อำเภอแม่ริมเชียงใหม่

ชุดสืบสวนภาค5บุกจับเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่คาม่านรูดกลางเมืองเชียงใหม่พร้อมของกลาง ยาไอซ์ 500 กก. ผู้ต้องหา 10ราย รถขนยา 5คัน

เมื่อเวลา 05.00 น.วันที่ 4 พ.ย.นี้พลตำรวจโทประจวบ วงศ์สุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมพลตำรวจตรี วีรชน บุญทวี ผู้บังคับการกองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒน์ชัย รอง ผบก. สส. ภ.5 พ.ต.อ. วรพงษ์ คำลือ รอง ผบก. สส. ภ.5เข้าตรวจสอบภายในโรงแรมลิตเติ้ลอินน์ห้องหมายเลข 10และ 11 ตำบลดอนแก้วอำเภอแม่ริมจังหวัดเชียงใหม่ หลังได้รับรายงานว่ามีกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากดอยสูงได้เข้ามาพักในโรงแรมแห่งนี้ หลัง ได้มีการไปรับยาเสพติดเป็นยาไอซ์ 500 กิโลกรัมในพื้นที่บนดอยสูงของจังหวัดเชียงใหม่ ก่อนจะได้เข้าพักที่โรงแรมแห่งนี้

จากการตรวจค้นภายในห้องพักพบ พบยาไอซ์ 500 ซุกซ่อนอยู่ภายในรถเก๋ง MG หมายเลขทะเบียน6กอ 3489 กรุงเทพมหานคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เปิดเผยว่า ได้รับรายงานว่ากลุ่มขบวนการเหล่านี้มีทั้งหมด 10 คนได้ใช้รถยนต์ในการลำเลียงทั้งหมด 3 คันซึ่งจะแบ่งหน้าที่ในการลำเลียงยาเสพติดซึ่งในรถแต่ละคันนั้น ผู้ต้องหาจะมีการนั่งกันสองคนแล้วจะมีรถที่ลำเลียง 1 คันมีรถ Scout หน้าเพื่อดูต้นทางและมีรถตามหลังอีก 2 คันเพื่อตรวจสอบการตั้งด่านของเจ้าหน้าที่ ที่ผ่านมาได้มีรถ Scout หน้า 1 คันได้ขับรถผ่านด่านตรวจที่อำเภอสบปราบจังหวัดลำปางและมีพิรุธวกรถกลับและใช้เส้นทางรองในการหลบหนี ตำรวจจึงได้ประสานกำลังเร่งไล่ล่าจนสามารถจับกุมรถคันแรกได้และนำตัวมาสอบสวนขยายผล

ผู้ต้องหารถคันแรกให้การซักทอดว่าเป็นเครือข่ายค้ายาสมุทปราการไปรับยาจากดอยสูงมาเพื่อจะลำเลียงไอซ์เข้าสู่พื้นที่ชั้นใน


โดยใช้รถทั้งหมด5คัน เมท่อเจอด่านจึงได้โทรศัพท์บอกรถขนจึงได้ขับย้อนกลับมาพักที่เชียงใหม่กระทั่งตำรวจเข้าจับกุมตัวได้เช้านี้ได้ผู้ต้องหา 10คน เป็น เด็ก1คนคือนายธนดล พิมพ์นันท์ อายุ 33ปี นาย นายอิทธิพล และจินดา อายุ 24 ปี นายจิตรณรงค์วงศ์มณี อายุ 37 ปี นายเรืองศักดิ์กาหลง อายุ 31 ปี นายรัชภูมิชื่นเร่งอายุ 40 ปีนายวิโรจน์ ปีเลาะ อายุ35ปีและนาย และนายธวัช เวียงยา อายุ39ปีพร้อมของกลาง พร้อมของกลางยาไอซ์ 500 กิโลกรัมซุกซ่อนอยู่ในรถเก๋ง mg สีบรอนซ์เทาหมายเลขทะเบียน 6กอ 3489กรุงเทพมหานครและโทรศัพท์มือถือ4เครื่อง พร้อม Gps ซึ่งตำรวจได้ควบคุมตัว ผู้ต้องหาทั้งหมดไปสอบสวน ที่ สำนักงานกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค5เพื่อขยายผล หาเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการต่อไป

 

บางกอกแอร์เวย์สจัดการแข่งขันวิ่ง “บางกอกแอร์เวย์ส ลานนาฮาล์ฟมาราธอน”รายการวิ่งสุดท้ายของ “บางกอกแอร์เวย์ส บูทีค ซีรี่ย์ 2019”

เมื่อเวลา 05.30 น.วันที่ 3 พ.ย.นี้ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส โดย นายนิจพัฒน์ ปิยะพันธ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายสนามบิน จัดการแข่งขันวิ่ง “บางกอกแอร์เวย์ส ลานนาฮาล์ฟมาราธอน” รายการวิ่งสุดท้ายของ “บางกอกแอร์เวย์ส บูทีค ซีรี่ย์ 2019” (Bangkok Airways Boutique Series 2019) ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดเชียงใหม่

โดยมีนายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด และนางสาวภัคนันท์ วินิจชัย ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ ให้เกียรติร่วมในพิธีเปิดการแข่งขัน “บางกอกแอร์เวย์ส ลานนาฮาล์ฟมาราธอน” จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและการกีฬาในจังหวัดเชียงใหม่ โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ฟันรัน 5 กิโลเมตร มินิมาราธอน 10 กิโลเมตร และฮาล์ฟมาราธอน 21 กิโลเมตร

 

โดยนักวิ่งได้สัมผัสกับบรรยากาศรอบตัวเมืองเชียงใหม่ ตลอดจนธรรมชาติที่สวยงามของห้วยตึงเฒ่า พร้อมผสมกับกลิ่นอายความเป็นบูทีคในแบบฉบับของบางกอกแอร์เวย์สในรูปแบบของเสื้อวิ่ง เหรียญรางวัล และถ้วยรางวัลที่ออกแบบโดยสตูปิดนูปแม๊ก (Stupidnoobmacc) ศิลปินอิลาสเตเตอร์ชื่อดังชาวไทย ที่ได้ออกแบบคาแรคเตอร์ของ “เบบี้บอย (Baby Boy)” ให้มีลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์และสื่อถึงจังหวัดเชียงใหม่ได้อย่างลงตัว

นอกจากนี้ บางกอกแอร์เวย์สยังได้เข้าร่วมโครงการ “Care The Bear : Change the Climate Change” ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อร่วมลดปัญหาภาวะโลกร้อนด้วยการลดคาร์บอนจากการจัดกิจกรรมหรืออีเว้นท์ ในการช่วยรณรงค์การคัดแยกขยะภายในงาน รณรงค์การงดใช้โฟม มีการทำจุดแยกขยะ และการนำอุปกรณ์ตกแต่งมาใช้ซ้ำหรือนำกลับมาใช้ใหม่ด้วย

 

“บางกอกแอร์เวย์ส ลานนาฮาล์ฟมาราธอน” เป็นรายการวิ่งลำดับสุดท้าย จากทั้งหมด 6 รายการของ “บางกอกแอร์เวย์ส บูธีค ซีรีย์ 2019” ที่จัดขึ้นใน 6 จุดหมายปลายทางของสายการบินฯ ตลอดปี 2562 ได้แก่ กระบี่ สมุย ลำปาง ภูเก็ต เชียงราย และเชียงใหม่

ชาวเชียงใหม่ร่วม“ล้างข่วง ล้างขึดต้อนรับสิ่งดีๆ สู่ประเพณียี่เป็ง”


เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 3 พ.ย.นี้ ที่บริเวณข่วงประตูท่าแพอำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่ อาสาสมัครประชาชนชาวเชียงใหม่องค์กรเอกชนนักศึกษาและเครือข่ายภาคประชาชนทุกภาคส่วนนำโดยโดย นางคำสีดา แป้นไทย ตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชน นำอาสาสมัครประชาชน ตำรวจทหารจำนวนกว่า 300 คน มาร่วมกันจัดกิจกรรม “ล้างข่วง ล้างขึดต้อนรับสิ่งดีๆ สู่ประเพณียี่เป็ง”โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐปกครอง ทหาร ตำรวจ โดยเฉพาะกรมทางหลวงและเทศบาลนครเชียงใหม่ที่นำรถฉีดน้ำมาช่วยระดมฉีดน้ำล้างทั่วบริเวณลาน

โดยในงานพิธีเปิดกิจกรรมยังได้มีการทำพิธีถอนสิ่งอัปมงคลออกจากเมืองเชียงใหม่ โดยพ่อครูบุญชู วงศ์รักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสืบชะตาเสดาะห์นพเคราะห์ เป็นเจ้าพิธีกรรม มีนายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พ.อ.อโณทัย ชัยมงคล รอง ผบ.มทบ.33 พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ มาร่วมในงาน

โดยหลังพิธีสวดล้างขึดบ้านขึดเมืองขับไล่สิ่งอัปมงคลออกไปแล้ว รถฉีดน้ำเทศบาลนครเชียงใหมาได้ฉีดน้ำล้างกำแพงและประตูเมือง โดยผู้ร่วมงานต่างใช้ไม้กวาดทางมะพร้าวมาคนละหนึ่งด้าม แล้วจึงร่วมกันกวาดทำความสะอาดลานท่าแพท่ามกลางความสนใจของนักท่องเที่ยวที่มาชมพิธีกรรมซึ่งไม่ปรากฎมาก่อน และนักท่องเที่ยวบางคนเข้าร่วมทำความสะอาดลานข่วงประตูท่าแพ

หลังจากที่ได้กวาดล้างสิ่งอัปมงคลออกไปแล้ว ก็ได้มีการฟ้อนพื้นเมืองโดยช่างฟ้อนประมาณ 100 คนมาร่วมกันฟ้อนเล็บล้านนารับสิ่งมงคลเข้าสู่เมืองเพื่อนำความร่มเย็นเป็นสุขกลับคืนสู่เชียงใหม่เพื่อรับประเพณีเดือนยี่เป็งที่จะมาถึง

นางคำสีดา แป้นไท ได้กล่าวว่าการรวมแรงร่วมใจล้างขึดล้างข่วงประตูแพในครั้งนี้เพื่อล้างสิ่งอัปมงคลที่เป็นขึดบ้านขึดเมืองออกจากเมืองถือเป็นการร่วมใจร่วมสามัคคีกันในหมู่พี่น้องชาวเมืองเชียงใหม่ซึ่งก็คงจะต้องจัดไปตลอด

สำหรับไม้กวาดของทุกคนรวมทั้งที่ได้รับการบริจาคจากหน่วยงานภาครัฐเอกชนจังหวัดเชียงใหม่มีไม่ต่ำกว่า 2,000 ด้ามซึ่งไม้กวาดทั้งหมดนี้จะนำไปมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าและพื้นที่หมู่บ้านตำบลที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ดับไฟป่าในวิกฤตการณ์หมอกควันไฟป่าที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ ใช้กวาดใบไม้เป็นแนวกันไฟ

สำหรับคำว่า ขึด ก็คือสิ่งไม่เป็นมงคล ที่เข้ามาสู่บ้านสู่เมือง ทำให้เกิดเรื่องราวไม่ดีงามขึ้น นานวันขึ้นก็จะกลายเป็นขึดหลวง จะต้องทำพิธีใหญ่ขับล้างถอนออกไป แต่สำหรับในพิธีล้างขึด ครั้งนี้เป็นการล้างบ้านล้างเมืองเพื่อต้อนรับประเพณียี่เป็งและให้ยชนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเชียงใหม่อย่างมีความสุขและร่วมเย็น/

ดร.วิทยา พัฒนเมธาดา ผอ.โรงเรียนดอยเต่าชี้การศึกษาลูก“พ่อแม่ดี” สำคัญที่สุด

ช่วงนี้ปิดเทอมภาคเรียนที่1 ปี 2562 ขอให้พ่อแม่ผู้ปกครองนักเรียนใส่ใจต่อการดูแลสั่งสอนลูกหลานอย่างใกล้ชิด เพราะมันส่งผลในเรื่องของการประสบความสำเร็จของลูกหลานในอนาคต แท้จริงแล้วระหว่างโรงเรียนดีมีชื่อเสียง กับการเลี้ยงดูลูกให้ดีนั้น มีงานวิจัยของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา ทำการทดสอบกับเด็กวัยรุ่น 10,000 กว่าคนจากโรงเรียน 1,000 โรงเรียนทำการติดตามผลการเรียนของเด็กนักเรียนแต่ละคนในระยะยาว วัดคะแนนสอบจาก 4 วิชา คือ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ(การอ่าน) วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ พบว่า ปัจจัยจากโรงเรียนและปัจจัยจากพ่อแม่นั้น มีความสำคัญต่อประสิทธิภาพในการเรียนของเด็กและเห็นได้ชัดว่า การมีส่วนร่วมของพ่อแม่ผู้ปกครองนักเรียนนำไปสู่การประสบความสำเร็จในการเรียนได้มากกว่า


นักวิจัยยังพบว่า เด็กนักเรียนวัย 18 ปี ที่เรียนอยู่ในโรงเรียนธรรมดา แต่พ่อแม่ผู้ปกครองให้ความเอาใจใส่ดูแลในด้านการเรียนของลูกหลาน ทำคะแนนสอบได้ดีกว่าเด็กนักเรียนที่เรียนโรงเรียนดี แต่พ่อแม่ไม่ได้ใส่ใจในด้านการเรียน โดยความใส่ใจของพ่อแม่ผู้ปกครองวัดจากพ่อแม่ผู้ปกครอง ช่วยตรวจทานเวลาลูกทำการบ้าน มีการพูดคุยเรื่องกิจกรรมของลูกที่โรงเรียน และพ่อแม่เข้าไปร่วมกิจกรรมกับทางโรงเรียน
พ่อแม่ผู้ปกครองทำแค่นี้ ลูกหลานของท่านก็เก่งเป็นคนดีในสังคมแล้วยิ่งในสภาพเศรษฐกิจอย่างนี้ และแหล่งเรียนรู้มี มากมายทั่วไป ท่านไม่ต้องพยายามหาโรงเรียนดีๆ ให้ลูกเข้าเรียน ยิ่งโรงเรียนที่มีชื่อเสียงแล้ว ค่าเล่าเรียนยิ่งแพงมาก จ่ายแพงแล้วยังไม่รับประกันความสำเร็จของลูกหลานเราในอนาคตอีกด้วย
ในระดับประถมศึกษา การที่พ่อแม่ผู้ปกครองมีเวลา เอาใจใส่ พูดคุยเรื่องการเรียนกับลูก เป็นการสื่อสัญญาณให้ลูกรับรู้ว่า การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเขา จากงานวิจัยทำให้เห็นว่า พ่อแม่ผู้ปกครองควรตระหนักให้ความสำคัญในเรื่องของความเอาใจใส่และให้เวลากับลูกๆมากขึ้น หมั่นตรวจ สอบ การบ้านของลูก การเข้าร่วมกิจกรรมกับโรงเรียน พูดคุยกับลูกเรื่องการเรียนอย่างสม่ำเสมอ การให้ความสำคัญกับบทบาทหน้าที่ของพ่อแม่ ซึ่งมันดีกว่า การลงทุนสูงให้ลูกได้เข้าโรงเรียนดี มีชื่อเสียงซึ่งไม่ประกันความสำเร็จของลูกหลานในอนาคต

แอ่วดอยอินนทนน์ปลายฝนต้นหนาว สีสันเมฆเล่นแสงตะวันงามตระการตา

ปลายฝนต้นหนาว สายฝนกำลังจะอำลา ลงหนาวเริ่มพัดผ่านมา ความของนาขั้นบันไดที่เขียวขจี ดุจธรรมชาติแต้มสีสัน ช่างงดงามยิ่นนัก ไม่ว่าจะเป็นบนดอยอินนนนท์ หรือห้วยน้ำดัง ที่เป็นจุดเด่นที่ไปแล้วไม่ผิดหวัง

แต่หากจะให้ครบวงจรแห่งความสวยงามที่สุดก็ต้องยกให้กับดอยอินทนนท์ที่มีครบเครื่องแห่งความงดงาม ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกต่างๆเริ่มตั้งแต่น้ำตกแม่ยะ น้ำตกแม่กลาง น้ำตกวชิรธาร ผ่านผืนป่าเขียวขจี มีนาขั้นบันใดให้เห็นระหว่าง ตามด้วยอากาศที่บริสุทธิ์หายใจได้ลึกๆเต็มปอด

ก่อนจะไปไหว้พระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ที่ศักดิ์สิทธิ์บนดอย ชมเมฆงามล้อเล่นกับแสงอาทิตย์ที่พ้นขอบฟ้าหลายหลากสีงามตายิ่งนักที่กิ่วแม่ปาน และได้สัมผัสอากาศหนาวสะท้าน 10 องศาเซลเซียส บนยอดสูงสุดของประเทศไทย


นายกริชสยาม คงสตรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ได้เผยว่าในช่วงวันหยุดมีนักท่องเที่ยวขึ้นมาร่วม 5,000 คน เพื่อชมความงดงามของปลายฝนต้นหนาวที่ดอยอินทนนท์ ต้องถือว่าเป็นสถานที่สุดยอดทั้งความงดงาม อากาศที่เย็น ดอกไม้หลายหลากชนิดที่แข่งกันเบ่งบานตัดกับท้องฟ้าสีครามยามนี้อินทนนท์น่าเที่ยวที่สุด

สำหรับบรรยากาศการท่องเที่ยวและสภาพภูมิอากาศ อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังโดยเฉพาะ จุดชมวิวดอยกิ่วลม ต.กื้ดช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ตอนเช้าท้องฟ้าปิดมีหมอกกระจาย ตอนสายท้องฟ้าเปิด มองเห็นทิวทัศน์สวยงาม ดวงอาทิตย์ขึ้น เวลา 06.20 น. อุณภูมิต่ำสุด 16 °C ปริมาณน้ำฝน 0 มม. สถิตินักท่องเที่ยว 12 ต.ค.62 จำนวน 462 คน พักแรม 87 คน

จังหวัดเชียงใหม่ จัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 89 รูป เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 13 ต.ค.นี้ ที่ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 89 รูป เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

 

โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ทหาร ตำรวจ และประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมแสดงความจงรักภักดี และรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ด้วยการจัดกิจกรรมบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวาย พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยพร้อมเพรียงกัน

จากนั้น มีพิธีวางพวงมาลา ที่ห้องนิทรรศการ 1 ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ 7 รอบพระชนมพรรษา โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่นำเหล่าข้าราชการ อัยการ ทหาร ตำรวจ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนชาวเชียงใหม่ ร่วมกันประกอบพิธีวางพวงมาลา และถวายบังคมเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้

นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นางสุดาภรณ์ สงวนสัตย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ และ นายวิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นำหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงาน นายอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ ประชาชน และจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. กว่า 500 คน ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์ ทำความสะอาดลำน้ำ คูคลอง ที่บริเวณสะพานข้ามคลองแม่ข่า ถนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

พร้อมกันนี้ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้กล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ว่า นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 9 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ปวงพสกนิกรใต้ร่มพระบารมีทั่วราชอาณาจักร ต่างประจักษ์ชัดแจ้งในพระเกียรติคุณ พระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ ทรงทุ่มเทพระวรกายและพระสติปัญญา คิดค้นโครงการในพระราชดำริหลายพันโครงการ อันเป็นประโยชน์อย่างอเนกอนันต์ และจะน้อมนำแนวทางที่ได้พระราชทานไว้ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวในการปฏิบัติหน้าที่ และปฏิบัติตนเพื่อสร้างประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติและประชาชนสืบไป

ที่บริเวณข่วงประตูท่าแพ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยเจ้านายฝ่ายเหนือ กงสุลต่างประเทศ ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ และประชาชน กว่า 10,000 คน พร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดสีเหลือง ร่วมพิธีจุดเทียน พร้อมยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที และเปิดวีดิทัศน์เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคต

จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้นำพสกนิกรชาวจังหวัดเชียงใหม่กล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ซึ่งปวงพสกนิกรใต้ร่มพระบารมีทั่วราชอาณาจักร ต่างประจักษ์ชัดแจ้งในพระเกียรติคุณ พระมหากรุณาธิคุณ ที่ได้ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ ทรงทุ่มเทพระวรกายและพระสติปัญญาคิดค้นโครงการในพระราชดำริหลายพันโครงการ อันเป็นประโยชน์อย่างอเนกอนันต์แก่ประเทศชาติ และในจำนวนนี้มีถึง 627 โครงการ ที่พระองค์ได้พระราชทานให้กับพี่น้องประชาชนชาวเชียงใหม่ อาทิ โครงการหลวง จำนวน 26 แห่ง ที่ทรงมุ่งมั่นให้พสกนิกรของพระองค์มีอาชีพที่สุจริตและมั่นคง โครงการก่อสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง 2 แห่ง คือ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล และเขื่อนแม่กวงอุดมธารา

นอกจากนี้ ยังได้พระราชทานแนวทางหรือต้นแบบในการแก้ไขและฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรมให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ เห็นได้จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยเน้นให้เป็นศูนย์ศึกษาพัฒนาปาไม้ 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ผสมผสานกับการส่งเสริมอาชีพทางด้านเกษตร ปศุสัตว์ ประมง ซึ่งทุกโครงการที่พระองค์ได้พระราชทาน หรือมีพระราชดำริ ล้วนเกิดประโยชน์แก่ราษฎรได้นำไปปฏิบัติ สร้างรายได้ และนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ส่งผลให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ซันสวีท “นำทัพข้าวโพดหวานไทย” ลุย มหกรรมอาหารและเครื่องดื่มโลก ANUGA 2019

บมจ. ซันสวีท หรือ SUN ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวานแปรรูปและผลิตภัณฑ์แปรรูปสินค้าเกษตรอื่นๆ ภายใต้ตราสินค้าของบริษัท ‘KC’ ร่วมแสดงมหกรรมสินค้าอาหารและเครื่องดื่มครบวงจรระดับโลก “Anuga 2019” ระหว่างวันที่ 5-9 ตุลาคม 2562 ณ เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี ตอกย้ำความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมข้าวโพดหวานชั้นนำระดับโลก

นายองอาจ กิตติคุณชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า การที่ได้เข้าร่วมออกบูธแสดงสินค้าในงาน Anuga 2019 ช่วยให้ได้รับรู้การเปลี่ยนแปลงเทรนด์อาหารของโลก เพื่อนำไปพัฒนาและปรับปรุงนวัตกรรมอาหารที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค รวมทั้งร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พัฒนาโอกาสทางการค้าสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ โดยเฉพาะโอกาสทางการค้ากับสหราชอาณาจักรซึ่งกำลังออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) เพื่อกระตุ้นยอดส่งออกผลิตภัณฑ์ของไทย

นอกจากซันสวีท จะนำผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวานแปรรูปพร้อมรับประทาน ซึ่งเป็นสินค้าหลักไปแสดงในงานแล้ว ไฮไลท์สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือการนำผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าวภายใต้แบรนด์ “KC” ได้แก่ กะทิสำเร็จรูป (coconut milk) น้ำมะพร้าวพร้อมดื่ม (coconut drink) เปิดตัวในงานครั้งแรก ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์มะพร้าวแปรรูป 100% ผ่านกระบวนการผลิตที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัย ส่งเสริมเกษตรกรไทยให้มีรายได้จากสินค้าการเกษตรของไทยสู่ตลาดโลก โดยจะมุ่งขยายฐานตลาดส่งออก 50-60 ประเทศทั่วโลก ทั้งนี้ ซันสวีทยังคงมุ่งมันที่จะพัฒนา และปรับตัวให้ทันสถานการณ์โลกอยู่เสมอ พร้อมรุกตลาดผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวานและสินค้าเกษตรแปรรูปเพื่อสุขภาพอย่างต่อเนื่อง

 

“ผู้ส่งออกไทยส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่ามาก จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด และหาทางช่วยเหลือผู้ส่งออกไทย สินค้าทางการเกษตรแปรรูป นั่นหมายถึงกระทบเกษตรกรในประเทศไทยเรานั่นเอง” นายองอาจ กล่าวทิ้งท้าย

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เปิดตัวสมาชิกใหม่ “ลูกยีราฟ” มอบเป็นของขวัญต้อนรับปิดเทอมนี้

สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) โดยสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เปิดตัวสมาชิกใหม่ “ลูกยีราฟ” (GIRAFFA) เพศเมีย จำนวน 1 ตัว เพื่อมอบเป็นของขวัญต้อนรับปิดเทอมนี้

นายอนุชา ดำรงมณี กรรมการบริหาร ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร เปิดเผยว่า เนื่องจากตอนนี้เป็นช่วงปิดเทอมของน้องๆ หนูๆ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีจึงได้มอบของขวัญพิเศษให้เป็นของขวัญวันปิดเทอม เป็นลูกยีราฟ (GIRAFFA) เพศเมีย จำนวน 1 ตัว เกิดเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2562 จาก “พ่อมอส” อายุ 17 ปี และ “แม่จอย” อายุ 16 ปี ขณะนี้ลูกยีราฟ มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ดี และแม่จอยก็ได้เลี้ยงลูกเองตามธรรมชาติ แต่อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด โดยก่อนหน้านี้เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีสามารถเพาะพันธุ์ยีราฟ สายพันธุ์ RETICULATE มาแล้ว จำนวน 4 ตัว ซึ่งทุกตัวเกิดจากพ่อ “มอส” และแม่ “จอย” ปัจจุบันเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีมียีราฟทั้งสิ้น จำนวน 9 ตัว

ยีราฟ (GIRAFFA) สายพันธุ์ RETICULATE นี้ เมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่นจะมีลักษณะและพฤติกรรมเหมือนกับยีราฟสายพันธุ์ทั่วไป แต่มีความแตกต่างกันที่ลวดลายมีขนาดใหญ่ มีเส้นสีขาวตัดเส้นอยู่รอบๆ และบางลายจะปรากฏเป็นสีแดงเข้ม ปัจจุบันยีราฟสายพันธุ์ RETICULATE นับว่ามีคงเหลืออยู่ในโลกจำนวนน้อยมาก โดยระยะเวลาการตั้งท้องที่นานถึง 400 วัน และเกิดลูกเพียงครั้งละ 1 ตัวเท่านั้น

และในช่วงปิดเทอมนี้ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีขอเชิญชวนคุณพ่อ คุณแม่ และน้องๆ หนูๆ มาสร้างเวลาแห่งความสุข สร้างประสบการณ์ดีๆ ร่วมกันได้ทั้งครอบครัว เพราะมาเที่ยวเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีนอกจากจะเป็นการพักผ่อนจากการเรียนแล้ว เชียงใหม่ไนท์ซาฟารียังมีกิจกรรมอีกหลากหลายไว้ให้น้องๆ หนูๆ ได้มาเที่ยวเล่น แต่ก็ยังแอบแฝงไปด้วยการเรียนรู้ที่หาไม่ได้ในห้องเรียน เช่น การให้อาหารสัตว์ด้วยตัวเองอย่างใกล้ชิด ได้สัมผัสสัตว์เล็กที่ไม่สามารถสัมผัสได้เองจากสถานที่ทั่วไป ได้เห็นพฤติกรรมของสัตว์นักล่า การแสดงโชว์จากเสือเบงกอล รวมถึงกิจกรรมและการแสดงต่างๆ เป็นต้น

 

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจชมความน่ารักของสมาชิกใหม่ “ลูกยีราฟ” ตัวน้อย สามารถเข้าชมได้ทุกวัน ณ บริเวณส่วนแสดง ร้านยีราฟ และสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) โทร. 053 – 999000, 053 – 999005