เปิดตัว อัศนี บูรณุปกรณ์ ลงป้องกันแชมป์นายกเทศบาลนครเชียงใหม่ในนามพรรคเพื่อไทย

นายอัศนี บูรณุปกรณ์ ผู้สมัครเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ในนามพรรคเพื่อไทยวันที่ 19 มีนาคม 2568 เวลา 14.00 น. ณ โรงแรมสมายล์ ล้านนา จังหวัดเชียงใหม่ นายอัศนี บูรณุปกรณ์ ได้จัดการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยประกาศตัวเป็นผู้สมัครเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ในนามของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นการเริ่มต้นของการเดินหน้าสู่การพัฒนานครเชียงใหม่อย่างยั่งยืน โดยมีนาย พิชัย เลิศพงศ์อดิศรตัวแทนพรรคเพื่อไทยมาร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย


นายอัศนี บูรณุปกรณ์ กล่าวว่า “การลงสมัครครั้งนี้เนื่องจากความตั้งใจที่จะทำงานเพื่อประชาชนของ นครเชียงใหม่ โดยเฉพาะการพัฒนาเมืองและการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของชาวเชียงใหม่ให้ดียิ่งขึ้นและต่อเนื่องพร้อมขอเชิญชวนให้ทุกคนร่วมมือกันพัฒนานครเชียงใหม่เพื่ออนาคตที่สดใสของเมืองเรา”ทั้งนี้นายอัศนีได้เน้นย้ำถึงการพัฒนาท้องถิ่นในหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจ การศึกษา การบริการสาธารณะ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยจะยึดหลักการเปิดกว้างและโปร่งใสในการบริหารจัดการงานแถลงข่าวครั้งนี้ยังมีการแสดงวิสัยทัศน์และแนวทางการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ให้เป็นเมืองที่สมบูรณ์และยั่งยืน เพราะเชียงใหม่ไม่ได้เป็นแค่เมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเท่านั้น ยังเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก และเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยโอกาสในการพัฒนาและเติบโต เราจะไม่หยุดนิ่งในการสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับเชียงใหม่ เรามุ่งมั่นที่จะทำให้เชียงใหม่เป็นเมืองที่มีความทันสมัย ควบคู่กับการรักษาความเป็นธรรมชาติและวัฒนธรรมที่งดงาม เพื่อให้“เชียงใหม่ใหม่เสมอ” ในทุกยุคทุกสมัย


นายอัศนี บูรณุปกรณ์ เปิดเผยว่า ขอถือโอกาสอันดีนี้ แถลงต่อหน้าทุกท่านว่า ผมมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะขออาสาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการรับใช้พี่น้องประชาชนต่อ โดยการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ในนามพรรคเพื่อไทย

 

ซึ่งตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ผมได้ทำงานพัฒนาเมืองเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเล็งเห็นผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่เป็นหลักตลอดมา ผมเชื่อมั่นว่าการประสานงานและส่งเสริมจากรัฐบาล จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง

ผมพร้อมกลับมาทำงาน หากได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเชียงใหม่อีกครั้ง ผมจะทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างสุดความสามารถ เพื่อผลักดันนโยบายต่างๆที่ผมตั้งใจไว้ให้เป็นรูปธรรม เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และเพื่อสร้างอนาคตให้ดียิ่งขึ้น ตามวิสัยทัศน์ของผมที่ว่า เชียงใหม่ใหม่เสมอ เพราะเมืองเชียงใหม่ไม่เคยหยุดนิ่ง วันนี้เราพร้อมแล้ว พร้อมพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม

ผมขอขอบคุณพรรคเพื่อไทยที่ให้โอกาสผม และขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกท่านที่ให้การสนับสนุนและให้กำลังใจผมนายอัศนี บูรณุปกรณ์ มาโดยตลอด ซึ่งผมและทีมงานพร้อมพัฒนานครเชียงใหม่ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
“ผมขอเชิญชวนพี่น้องชาวจังหวัดเชียงใหม่ทุกท่านสนับสนุนการ ร่วมกันสร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่าให้กับจังหวัดเชียงใหม่ของเรา ด้วยการเลือกพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้”

ซึ่งในวันนี้นายพิชัย เลิศพงษ์อดิศร ในนามสมาชิกพรรคเพื่อไทยได้เดินทางเข้ามาให้กำลังใจ พร้อมสนับสนุนนายอัสนี บุรณุปกรณ์ ลงชิงนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ในสมัยต่อไป.

มาดามหยกพร้อมชาวเชียงใหม่ สุดปลื้ม ผลงานทัพนักกีฬาคนพิการเชียงใหม่ คว้าเหรียญ “อัญมณีเกมส์”ที่จันทบุรีam เชียงใหม่

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ เรือนแพ 2 ตำบล สันผีเสื้อ อำเภอเมืองเชียงใหม่ คุณกชพร เวโรจน์ (มาดามหยก) ประธานโครงการ “เปลี่ยน.. ไปด้วยกัน” (Change Together) ผู้สนับสนุนความเท่าเทียม สิทธิมนุษยชน และความหลากหลายทางเพศ พร้อมด้วย พร้อมด้วย INDY Team เชียงใหม่
พลตรี ดร.พนม ศรีเผือด / คุณชัยศิลป์ รินแก้ว / ดร.จีรพัตร์ ธาตุตระกูลวงค์ Indy Team คุณสุพจน์ ดวงอยู่สาร / คุณนิพนธ์ ศิริเจริญ / คุณธนาทิตย์ หงษ์ทอง / คุณกิตติวินท์ แก้วคำมา ร่วมแสดงความชื่นชมยินดีกับ ทัพนักกีฬาคนพิการจังหวัดเชียงใหม่ ที่สร้างชื่อเสียงด้วยการคว้าเหรียญรางวัลจากการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 39 “อัญมณีเกมส์” ที่จังหวัดจันทบุรี

โดยทัพนักกีฬาคนพิการเชียงใหม่ สามารถคว้าเหรียญรางวัลมาครองได้หลายเหรียญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกีฬาเทเบิ้ลเทนนิส สามารถกวาดเหรียญทองมาได้ทั้งประเภทหญิงเดี่ยวและหญิงคู่ นอกจากนี้ยังมีเหรียญเงินและเหรียญทองแดงจากประเภทอื่นๆ อาทิ

นางสาวญาณิศา จันทร์เปียง: เหรียญทอง (เทเบิ้ลเทนนิส หญิงเดี่ยว), เหรียญทอง (เทเบิ้ลเทนนิส หญิงคู่)
นางสาวอุไรวรรณ บุญยัง: เหรียญทอง (เทเบิ้ลเทนนิส หญิงคู่)
นายเพชรายุทธ มูลเฟย: เหรียญเงิน (เทเบิ้ลเทนนิส ชายเดี่ยว TT 6)
นางสาวปฐมวดี อินต๊ะนน: เหรียญเงิน (เทเบิ้ลเทนนิส หญิงเดี่ยว TT 3)
นายชัยธวัช แสงลาว: เหรียญทองแดง (เทเบิ้ลเทนนิส ชายเดี่ยว TT 9)

คุณกชพร เวโรจน์ (มาดามหยก) ประธานโครงการ “เปลี่ยน.. ไปด้วยกัน” กล่าวว่า นักกีฬาเหล่านี้เป็นผู้เสียสละ มีความพยายาม เป็นแบบอย่างที่ดี เราควรให้เกียรติคนในทุกๆอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอาย ผู้พิการหรือเด็กและสตรี รวมถึงกลุ่ม LGBTQ+ เรามีการต่อยอดอยู่ตลอดเวลา เราตั้งใจจะส่งเสริมเด็กและเยาวชนให้เล่นกีฬามากกว่าที่จะไปเกี่ยวข้องเรื่องยาเสพติดหรือเที่ยวเตร่หรือเล่นเกมส์ เรื่องกีฬาเป็นสิ่งที่จะทำให้เด็กมีวินัยและเป็นผู้ใหญ่และบุคลากรที่ดีของประเทศชาติต่อไป

“รู้สึกภูมิใจและชื่นชมในความสามารถและความมุ่งมั่นของนักกีฬาคนพิการทุกท่าน ที่ได้ทุ่มเทฝึกซ้อมและสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดเชียงใหม่และได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับพวกเราทุกคน อีกทั้งเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่า ความพิการไม่ใช่ข้อจำกัดในการก้าวไปสู่ความสำเร็จ”

โดยโครงการ “เปลี่ยน.. ไปด้วยกัน” Changen Together จะยังคงให้การสนับสนุนและส่งเสริมให้นักกีฬาคนพิการไทยได้มีโอกาสแสดงศักยภาพและพัฒนาตนเองต่อไป

TRANSFORM THAILAND – STEP FOR CHANGE
พลิกโฉมประเทศไทย ก้าวสู่การเปลี่ยนแปลง

 

 

นักเรียนมงฟอร์ตสุดยอดเยี่ยม..คว้า “รางวัลเหรียญทอง Cold Medal” จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) National Research Council of Thailand สมกับความภาคภูมิใจ

ขอแสดงความชื่นชมยินดีกับ นางสาวชมจันทร์เจ้า ช่างหล่อ หรือน้องจันทร์เจ้าขา นักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/5,นางสาว สุกฤตยาหรือ น้องต้นตาล จงวิริยานุรักษ์ ม.5/7 , นาย รณกร หรือน้องเก้า ปูแดง เลขที่23 ม.5/5ทั้งหมดเป็นนักเรียน โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีคุณครูวราภรณ์ สืบสุยะ ครูที่ปรึกษาโครงงานทางวิทยาศาสตร์ ที่ร่วมกันทำงานจนประสบความสำเร็จอันยอดเยี่ยมในการคว้า “รางวัลเหรียญทอง Cold Medal” จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) National Research Council of Thailand สมกับความภาคภูมิใจกับผลงานการนำเสนอ ด้วยโครงงานวิทยาศาสตร์สุดสร้างสรรค์ โครงงานทางวิทยาศาสตร์ “Eco-Friendly Pet Collars Made from Organic Cotton and Betel” การทดลองผลการใช้สมุนไพรไทย เข้าสู่กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ผลิตสารที่สามารถนำไปบำบัดดูแลช่วยเหลือการเจ็บป่วยของสัตว์เลี้ยง

โดยการนำผลิตผลที่ได้ผ่านกระบวนการทดสอบนำไปทำปลอกคอสัตว์เลี้ยงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทำจากผ้าฝ้ายออร์แกนิกและใบพลู นำเสนอผลงานที่ศูนย์ประชุมไบเธค บางนา กรุงเทพฯ ในช่วงระหว่างวันที่ 3-6 กุมภาพันธ์ 2568

ความมุ่งมั่นตั้งใจในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยเสริมสุขภาพสัตว์เลี้ยง ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการนำสมุนไพรไทยมาประยุกต์ใช้ในเชิงวิทยาศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขอชื่นชมในความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ และความพยายามอันไม่หยุดยั้ง

ขอให้เส้นทางการวิจัยและการสร้างสรรค์นวัตกรรมของน้องจันทร์เจ้าขา เติบโตและก้าวไกลยิ่งขึ้น นำความรู้และผลงานไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์แก่สังคมและสิ่งแวดล้อม ขอให้ประสบความสำเร็จในทุกก้าวของชีวิต และเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักวิจัยรุ่นใหม่ต่อไป

ขอแสดงความยินดีอีกครั้งกับความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจนี้

รัฐบาลญี่ปุ่นได้ให้การสนับสนุนรถมินิบัสสำหรับการรับส่งนักเรียนให้แก่โรงเรียนวัดกู่คำ (เมธาวิสัยคณาทร) อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่

 

พิธีส่งมอบเนื่องใน “โครงการจัดหารถรับส่งนักเรียน โรงเรียนวัดกู่คำ (เมธาวิสัยคณาทร) อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่” ซึ่งสนับสนุนโดยรัฐบาลญี่ปุ่นผ่านโครงการความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจแบบให้เปล่าเพื่อพื้นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ (หรือโครงการคุซะโนะเนะ) ได้ถูกจัดขึ้นในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 ณ โรงเรียนวัดกู่คำ (เมธาวิสัยคณาทร) โดยมีนายฮาราดะ มาซารุ กงสุลใหญ่ญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่เป็นผู้มอบและนายประคอง พิไรแสงจันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดกู่คำ (เมธาวิสัยคณาทร) เป็นผู้รับมอบ โดยมีนายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายทินกร บุญถา ปลัดอำเภอสันป่าตอง นายชาญชิต ทัพหมี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4 และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน

โรงเรียนวัดกู่คำ (เมธาวิสัยคณาทร) เป็นโรงเรียนรัฐบาล ตั้งอยู่ที่ชานเมืองเชียงใหม่ ปัจจุบันมีจำนวนนักเรียนตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นรวมทั้งหมดประมาณ 250 คน โรงเรียนวัดกู่คำ (เมธาวิสัยคณาทร) เป็นโรงเรียนขยายโอกาส จึงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมโอกาสและเพิ่มการเข้าถึงการศึกษาให้แก่เด็กบนพื้นที่สูงและกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทางเศรษฐกิจอีกด้วย เนื่องจากไม่มีรถโดยสารสาธารณะที่สามารถใช้ในการเดินทางไปโรงเรียนเองได้ นักเรียนจึงจำเป็นต้องพึ่งพาครอบครัวในการรับ-ส่งเพื่อไปโรงเรียน แต่ด้วยข้อจำกัดของสถานการณ์ทางครอบครัวและค่าใช้จ่าย หลายครอบครัวจึงไม่สามารถรับ-ส่งบุตรหลานของตนโดยใช้รถยนต์ที่มีความปลอดภัยสูงได้ เด็ก ๆ หลายคนจึงจำเป็นต้องซ้อนรถจักรยานยนต์ในการเดินทางแทน อีกทั้ง เนื่องจากครอบครัวส่วนมากเป็นครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวหรือพ่อแม่ทำงานทั้งคู่ ผู้ปกครองจึงจำเป็นต้องรีบไปรับ-ส่งบุตรหลาน เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุอันส่งผลให้นักเรียนบาดเจ็บในบางครั้ง แม้จะมีบริการรถรับ-ส่งส่วนบุคคลสำหรับผู้ที่ต้องการใช้รถยนต์ในการเดินทางไปโรงเรียนอยู่บ้าง แต่ครอบครัวที่สามารถใช้บริการได้นั้นมีน้อยมาก เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายสูงและบางครอบครัวอาศัยอยู่นอกเขตประจำเส้นทางของรถที่ให้บริการนั้นอีกด้วย ดังนั้นการจัดซื้อรถมินิบัสสำหรับการรับส่งนักเรียนของโรงเรียนนั้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนอย่างมากเพื่อความปลอดภัยของนักเรียน

จากสถานการณ์ดังกล่าว ทางรัฐบาลญี่ปุ่นจึงได้ให้การสนับสนุนแก่โรงเรียนวัดกู่คำ(เมธาวิสัยคณาทร)เป็นงบประมาณมูลค่า 2,280,000บาท เพื่อจัดหารถมินิบัสสำหรับการรับส่งนักเรียน โดยรัฐบาลญี่ปุ่นหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการสนับสนุนในครั้งนี้จะทำให้เด็กนักเรียนที่ด้อยโอกาสทางเศษฐกิจสามารถเดินทางไปโรงเรียนอย่างปลอดภัยได้ นำไปสู่การพัฒนาสภาพแวดล้อมการศึกษาขั้นพื้นฐานอีกด้วย

รัฐบาลญี่ปุ่นยังคงให้การสนับสนุนและช่วยเหลือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในภูมิภาค ผ่านโครงการคุซะโนะเนะอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้ทางสถานกงสุลใหญ่ญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่ได้เปิดรับสมัครโครงการคุซะโนะเนะ ประจำปีงบประมาณ (ญี่ปุ่น) พ.ศ. 2568 ผู้ที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ตามลิงก์ด้านล่างและสามารถสมัครได้จนถึงวันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

นักศึกษาโปลิสร้างสรรค์ นวัตกรรมช่วยผู้ป่วยติดเตียงสื่อสารผ่านคอมพิวเตอร์

นักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีโปลิเทคนิคลานนา ออกแบบโปรแกรม Camara Mouse นวัตกรรม ช่วยผู้ป่วยติดเตียง อัมพาตพิมพ์ ข้อความสื่อสารผ่านคอมพิวเตอร์ เล่นเฟซบุ๊ก ท่องโลกอินเตอร์เน็ตได้ คว้ารางวัลระดับชาติ SpecialPrize ที่หนึ่งของผลงานประเภทที่ 5 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ (Health Care) ขณะที่ผู้ป่วยติดเตียงนำไปต่อยอดเขียนหนังสือส่งสำนักพิมพ์เพื่อคนพิการ รวบรวมข้อมูลเตรียมพิมพ์จำหน่าย

โดยผลงานดังกล่าวเป็นของนักศึกษาสาขาวิชาอิเล็กทรอนิกส์ วิทยาลัยเทคโนโลยีโปลิเทคนิคลานนา ที่นำสุดยอดนวัตกรรม ที่คว้าแชมป์ จากการจัดงาน“สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา OVEC Innovation Award 2025” จากผลงานจุดเริ่มต้นของการสร้างนวัตกรรม ที่มีชื่อว่า แป้นพิมพ์สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการสื่อสารเป็นผลงานสิ่งประดิษฐ์ ประเภทที่ 5 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ (HEALTH CARE) ซึ่งเป็นผลงานจากสาชาวิชาอิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม โดยมีอาจารย์ภาณุมาส มาลา หัวหน้าสาชาอิเล็กทรอนิกส์พร้อมด้วยอาจารย์ณัฐพล อุ่นภัค และนักศึกษาผู้พัฒนาผลงาน ได้แก่ นายอดิศร นาอิง (EL.5101) และนายรชฎ ธนาสุวรรณดิถี (EL.5101) และเพื่อในทีมอีก 2 คน เป็นคนออกแบบเขียนโปรแกรมโดยใช้ภาษาไพทอนซึ่งเป็นพื้นฐาน ทางด้านวิชาชีพ ที่มีการจัดการเรียนการสอนในสาขาวิชาอิเล็กทรอนิกส์ และนำไปสู่การพัฒนาจนไปถึงการแข่งขันในเวที ต่าง ๆ ได้แก่ร่วมการแข่งขันระดับจังหวัดที่วิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่ ได้รับรางวัลเหรียญทอง อันดับที่ 1 เป็นระดับภาค ได้เข้าร่วมการแข่งขันระดับภาคที่วิทยาลัยอาชีวอุตรดิตถ์ ได้รับรางวัลเหรียญทอง อันดับที่ 2 และได้รับรางวัลHonor Awards เป็นตัวแทน ระดับไประดับชาติ จากที่ คัดเลือกไป 4 ทีม และการเข้าร่วมการแข่งขันระดับชาติ ที่งานประกวดสุดยอดนวัตกรรม OVEC Innovation Award 2025 ได้รับรางวัลชนะเลิศ SPECIAL PRIZE และเงินรางวัล

ด้าน นายรชฎ ธนาสุวรรณดิถี นักศึกษาสาขาวิชาอิเล็กทรอนิกส์ เปิดเผยว่าตนและเพื่อนในกลุ่มอีก 3 คนได้ทำโครงงาน ส่งอาจารย์ และมีโอกาสไปสัมภาษณ์ คุณวิสุวัส ชูดวง หรือเปรม ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงจากการประสบอุบัติเหตุนานถึง 13 ปี ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ทำได้เพียงใช้สายตา และขยับศีรษะได้เล็กน้อยเท่านั้นทำให้ผู้ปป่วยสื่อสารกับผู้ดูแลได้ยาก ดังนั้นจึงเกิดแนวคิดการเขียนโปรแกรมช่วยเหลือให้กับผู้ป่วยติดเตียงให้สามารถสื่อสารกับคนดูแลได้ ได้มีการวางแผนออกแบบเขียนโปรแกรมนี้เรียกว่า Camara Mouse มีหลักการทำงานส่วนที่ 1.กล้อง Web Cam จะมีเซนเซอร์จับจุดใดจุดหนึ่งบนใบหน้าผู้ป่วยเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเลื่อนเมาส์ไปแป้นพิมพ์ตัวอักษรและแป้นสัญลักษณ์ต่างๆในโปรแกรม ตามความต้องการของผู้ป่วย ซึ่งจะแสดงสัญลักษณ์บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ออกแบบเข้ากับสรีระของผู้ป่วย ก่อนที่ PC จะประมวลผลออกมาเป็นข้อความตัวอักษร พร้อมกับมีข้อความเสียงตามที่ผู้ป่วยพิมพ์อักษร ทำให้ผู้ป่วยสามารถสื่อสารกับคนอื่นได้ทั้งเป็นข้อความตัวอักษรและสื่อสารกับคนในบ้านได้ด้วยข้อความเสียงผ่านลำโพงที่รับข้อมูลจากแป้นพิมพ์และแปลงเป็นเสียงด้วยระบบ AI ซึ่งโปรแกรมนี้ทำให้ผู้ป่วยมีความสะดวกในการติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่นด้วยข้อความคล้ายกับเราแชทคุยกัน ส่วนระบบเสียงผู้ป่วยสามารถสื่อสารกับคนในบ้านได้สะดวกยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาโปรแกรม จากเดิมโปรแกรมแป้นพิมพ์จะทำการพิมพ์ได้อย่างเดียวเท่านั้นปัญหาที่พบเจอคือยังไม่สามารถสื่อสารได้ดีเท่าที่ควร จึงมีแนวคิดในการพัฒนาโปรแกรมให้สามารถพิมพ์ข้อความแล้วอ่านออกเสียงได้สามารถเพิ่มคำด่วนได้ถ้าต้องการสื่อสารให้ไวยิ่งขึ้นเพื่อตอบสนองการสื่อสารให้มีคุณภาพมาที่สุดสำหรับการดูแลผู้ป่วยติดเตียง

ขณะที่ อ.ศิรภพ เจริญกุศล รองผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการศึกษา เปิดเผยว่าทางวิทยาลัย ได้ส่งเสริมให้นักศึกษา มีการจัดการเรียนรู้ Design Thinking กระบวนการคิดเชิงออกแบบที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาและพัฒนานวัตกรรมฯ ให้กับนักศึกษา ขณะเดียวกันสิ่งที่อยู่ในหลักสูตรการเรียนการสอนของวิทยาลัยฯ มีวาการทำโครงงาน หรือวิชาโปรเจค ซึ่งวิทยาลัยมีนโยบายสนับสนุนให้นักศึกษาสรรค์สร้างนวัตกรรม ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและสามารถต่อยอดใช้งานได้จริง ตัวอย่างเช่นโครงงาน นวัตกรรมช่วยการสื่อสารของผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับผู้ป่วยติดเตียง และผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้ในอนาคต

ด้านนางสุรินทร ชูดวง มารดาของน้องเปรม เป็นผู้ป่วยติดเตียง เปิดเผยว่าลูกชายตนประสบอุบัติเหตุเมื่อประมาณ 13 ปีที่ผ่านมา ซึ่งตนและครอบครัวดูแลน้องเปรมด้วยความยากลำบาก โดยเฉพาะการสื่อสารเนื่องจากลูกชายไม่สามารถพูดคุย และขยับตัวได้เลยแค่กระพริบตาและขยับศีรษะได้เท่านั้น การสื่อสารกับลูกต้องใช้วิธีท่องพยัญชนะไล่ไปทีล่ะตัวเช่นหากลูกชายหิวก็จะห่องตั้งแต่ ก ไก่ จนถึง ห หีบ เมื่อถึงห หีบ ลูกชายก็จะกระพริบตา และไล่สระอีก จนนำมาผสมคำแล้วบอกลูก เปรมก็จะพยักหน้า หลังจากที่มีการนำ Camara Mous มาทดลองให้ลูกชายได้ใช้ ทำให้การสื่อสารกับลูกง่ายขึ้นหากลูกชายต้องการอะไรก็จะสามารถสื่อสารผ่านโปรแกรมนี้ นอกจากนี้ นวัตกรรมเขียนหนังสือนี้ ช่วยให้เปรมสามารถบอกเล่าความรู้สึกนึกคิดของตนเองตั้งแต่ประสบอุบัติเหตุออกมาเป็นบันทึกประจำวัน รวมทั้งยังทำให้เปรมหายเหงา เพราะสามารถเล่นเฟซบุ๊กได้ด้วยตนเอง ในชื่อ Wisusit Prem เปรมเริ่มเขียนบันทึกโพสต์เฟซบุ๊กเกือบทุกวัน เรื่องราวของเขาจนขณะนี้สำนักพิมพ์ผีเสื้อปีกบาง หรือสำนักพิมพ์เพื่อคนพิการ ได้มีการรวบรวมข้อมูลเรื่องราวที่น้องเปรมเขียนเตรียมออกหนังสือจัดจำหน่ายอีกด้วย

เทศกาลเด็ก Glom Glom! 2025 – “Tom Yum Fun””ต้มยำมหาสนุก พาเด็กๆ สนุกกับดนตรี ละครเวที และเวทมนตร์ในวันเด็กแห่งชาติ!”

เทศกาลเด็ก Glom Glom! 2025 – “Tom Yum Fun””ต้มยำมหาสนุก พาเด็กๆ สนุกกับดนตรี ละครเวที และเวทมนตร์ในวันเด็กแห่งชาติ!”
เทศกาลงานวันเด็ก: “ต้มยำมหาสนุก”เชียงใหม่, ประเทศไทย – มกราคม 2025กลับมาอีกครั้งเป็นปีที่ 3 พร้อมความยิ่งใหญ่กว่าเดิม! เทศกาลงานวันเด็ก กลม กลม! 2025 จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2025 ตั้งแต่เวลา 15:00 – 21:00 ณศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่เก่า ภายใต้ธีม “ต้มยำมหาสนุก” ที่จะมอบความสุข เสียงหัวเราะ ดนตรี ความคิดสร้างสรรค์ และเซอร์ไพรส์มากมายให้กับเด็กๆ และครอบครัว


เทศกาลปีนี้พร้อมพาทุกคนร่วมผจญภัยไปกับ เวิร์กช้อปสุดสนุก นักมายากลเคลื่อนที่ และ ละครเพลงแบบอินเทอร์แอคทีฟ “ต้มยำมหาสนุก” ที่จะสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม


ไฮไลท์กิจกรรม
🎭 การแสดงละครเพลง “ต้มยำมหาสนุก”พบกับกิจกรรมหลักของเทศกาล ละครเพลงแบบอินเทอร์แอคทีฟที่เต็มไปด้วยตัวละครสีสันสดใส เรื่องราวแสนสนุก และการมีส่วนร่วมของผู้ชม
🎨 เวิร์กช้อปสร้างสรรค์ (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)
* ปิกนิคเพลย์โดว์และมุมแปะภาพ (250 บาท): สร้างสรรค์ศิลปะด้วยเพลย์โดว์สีสันสดใสและภาพตัดปะ
* สตูดิโอแห่งการสาดและลงฝีแปรง (200 บาท): สร้างงานศิลปะด้วยเทคนิคการสาดสี
* คุกกี้อาร์ตคาเฟ่ (250 บาท): ตกแต่งคุกกี้แสนอร่อยด้วยน้ำตาลไอซิ่งและเกล็ดน้ำตาล
* ห้องทดลองแว็กซ์พิศวง (350 บาท): สร้างเทียนหอมในแบบของคุณเอง
🎩 นักมายากลเคลื่อนที่นักมายากลจะเดินรอบเทศกาลพร้อมสร้างความอัศจรรย์และเสียงหัวเราะ
🍴 โซนอาหารและเครื่องดื่ม (เปิดให้เข้าชมฟรี)พบกับอาหารว่าง ขนมหวาน และเครื่องดื่มที่หลากหลายตั้งแต่เวลา 11:00 – 21:00
🎤 ปาร์ตี้ร้องเพลง มา-ร้อง-ด้วยกันนะปิดท้ายวันด้วยการร้องเพลงร่วมกันในบรรยากาศสนุกสนาน


ตารางกิจกรรม
* 11:00 – 21:00: โซนอาหารและเครื่องดื่ม (เปิดให้เข้าชมฟรี)
* 14:00 – 15:00: การแสดง The Akynum Dream Wagon (เข้าฟรี)
* 15:00: ประตูเปิด
* 15:00 – 18:00: เวิร์กช้อปและสนามเด็กเล่น
* 15:00 – 18:00: นักมายากลเคลื่อนที่
* 18:00 – 20:00: การแสดงละครเพลง “ต้มยำมหาสนุก”
* 20:00 – 21:00: ปาร์ตี้ร้องเพลง มา-ร้อง-ด้วยกันนะ


รายละเอียดงาน
วันที่: วันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2025
เวลา: 13:30 – 21:00
สถานที่: ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่เก่า
ค่าบัตร: 100 บาท (ซื้อตั๋วได้ที่ Ticketmelon)
เว็บไซต์: www.glomglom.fun
หมายเหตุ: ไม่อนุญาตให้ใช้โทรศัพท์ เพื่อดื่มด่ำกับกิจกรรมอย่างเต็มที่

เตรียมตัวให้พร้อม!
ร่วมเล่น สร้างสรรค์ และหัวเราะไปด้วยกันใน เทศกาลงานวันเด็ก กลม กลม! 2025 แล้วพบกันในวันเสาร์ที่ 11 มกราคมนี้

บรรยากาศสุด Exclusive 𝐌𝐎𝐑𝐘𝐈𝐍𝐆 𝐓𝐇𝐗 𝐘𝐎𝐔 𝐏𝐀𝐑𝐓𝐘 𝟐𝟎𝟐𝟒” 𝐆𝐀𝐌𝐁𝐋𝐄 𝐆𝐀𝐋𝐀 𝐍𝐈𝐆𝐇𝐓 “สุดยิ่งใหญ่ประทับใจ

ย้อนชมบรรยากาศสุด Exclusive 𝐌𝐎𝐑𝐘𝐈𝐍𝐆 𝐓𝐇𝐗 𝐘𝐎𝐔 𝐏𝐀𝐑𝐓𝐘 𝟐𝟎𝟐𝟒” 𝐆𝐀𝐌𝐁𝐋𝐄 𝐆𝐀𝐋𝐀 𝐍𝐈𝐆𝐇𝐓 ”
อีกครั้งกับบรรยากาศแสนอบอุ่นสุดพิเศษของครอบครัวหมอหญิงคลินิกที่มอบความสนุกตื่นตาตื่นใจ ทั้งโชว์สุดพิเศษ
เพลงเพราะๆจาก คุณเปอร์ติ๊ด – 𝐓𝐡𝐞 𝐕𝐨𝐢𝐜𝐞 𝐓𝐡𝐚𝐢𝐥𝐚𝐧𝐝 𝐒𝐞𝐚𝐬𝐨𝐧 𝟒และมินิคอนเสิร์ตจากวง 𝐒𝐞𝐚𝐬𝐨𝐧 𝐅𝐢𝐯𝐞


รวมทั้งเหล่า 𝐁𝐫𝐚𝐧𝐝 𝐀𝐦𝐛𝐚𝐬𝐬𝐚𝐝𝐨𝐫 หลากหลายท่านอาทิ คุณพลอย ชิดจันทร์, คุณแม่อี๊ด ดวงใจ และคุณปรางค์ อภินรา
พร้อมบรรยากาศสุดประทับใจ กับการประมูลเพื่อการกุศลเพื่อนำรายได้ทั้งหมดกว่า 1,100,000 บาท บริจาคให้กับโรงพยาบาลจอมทอง เชียงใหม่

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมรับโปรโมชั่นพิเศษ
📬Line : @moryingclinic
• สาขาเชียงใหม่ 052-010233
• สาขากรุงเทพ 0804915289

เชิญชมฟรี ฟุตบอล7คนคาราบาว พร้อมฟรีคอนเสิร์ต After Match Party ความมันส์สนั่นแดนเหนือที่เชียงใหม่

คาราบาวยกทัพแจกความมันส์สนั่นแดนเหนือกับฟรีคอนเสิร์ต After Match Party ใน Carabao 7-a-Side Cup 2024 รอบชิงแชมป์ ภาคเหนือ พบศิลปินอย่างปู่จ๋าน ลองไมค์, เคนน้อย ร้อยลีลา และอภิรมย์มาเชียร์บอลเชียร์บาวให้สุดแรง ไปพร้อมเครื่องดื่มเย็นๆ มาตรฐานเยอรมันกันได้ที่นี่ ย้ำ งานนี้เข้าฟรี!
​แล้วพบกันวันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม นี้ ณ สนามฟุตบอล รวมโชค สปอร์ตคลับ อ.เมือง จ.เชียงใหม่



เชียร์บอลแล้ว เชียร์บาวต่อทั้งคืน​ ครบรสทุกสนาม อลังการทุกการแข่งขัน ​ ติดตามความสนุกหรือรับชมถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Thairath Sport (https://bit.ly/46YXWj2)​

เปิดแล้ว..งาน “บอก มอก” โชว์นวัตกรรม-วัสดุก่อสร้างพร้อมผังเมือง หวังลด PM2.5 เข้าตัวอาคาร

วันที่ 14 ธันวาคม 2567 ที่ เชียงใหม่ฮอลล์เซ็นทรัล เชียงใหม่แอร์พอร์ต จ.เชียงใหม่ คุณอเส สุขยางค์ นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานเปิดงานสถาปนิกล้านนา 2567 ภายใต้ชื่องาน “บอก มอก.” ที่ทางสถาปนิกล้านนาจัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ผลงานทางวิชาชีพ ผลงานวิชาการ ผลงานวิจัยทางสถาปัตยกรรม และกิจกรรมของสถาปนิกภาคเหนือ โดยมีนายสันธยา คชสารมณี ประธานกรรมาธิการสถาปนิกล้านนา สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ วาระ 2567 -2569 พร้อมคณะกรรมการให้การต้อนรับ

นายสันธยา คชสารมณี ประธานกรรมาธิการสถาปนิกล้านนา สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ วาระ 2567 -2569 กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญในการเผยแพร่ผลงานทางวิชาชีพ ผลงานวิชาการ ผลงานวิจัยทางสถาปัตยกรรม และกิจกรรมที่ผ่านมาของสถาปนิกภาคเหนือ รวมทั้งมีการจัดแสดงนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ และวัสดุการก่อสร้างของผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคเหนือและทั่วประเทศ

ซึ่งงานครั้งนี้จะเป็นเวทีสำคัญของแวดวงวิชาชีพสถาปนิกภาคเหนือที่มีการจัดประจำทุกปี ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาศักยภาพให้กับสถาปนิก โดยในครั้งนี้มีแนวคิดการนำเสนอภายใต้ ชื่อว่า “บอก มอก.” ซึ่งเป็น อัตลักษณ์ด้านภาษาอันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของชาวล้านนา ถูกนำมาสรรค์สร้าง ต่อยอด ใช้นิยามงานสถาปนิกล้านนา’67 จากความหมายเดิมอันหมายถึงการล้างแค้นหรือการกระทำให้สาแก่ใจ แต่กลายเป็นนัยยะใหม่ที่กล่าวถึง “ความเป็นมาตรฐาน ในการสร้างสรรค์ผลงานทางสถาปัตยกรรมผ่าน กระบวนคิดของสถาปนิกล้านนา

การจัดงานในปีนี้ต้องการเผยแพร่ผลงานและความรู้เชิงสถาปัตยกรรมของสถาปนิกล้านนาให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ บอก มอก. ที่ 1 : พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ Showcase นิทรรศการภายใต้แนวคิด “บอก (ห) มอก.”นิทรรศการวิชาชีพทางสถาปัตย กรรมของสถาปนิกภาคเหนือกว่า 30 บริษัท นิทรรศการแสดงผลงานออกแบบสถาปัตยกรรมที่ควรค่าแก่การ อนุรักษ์ นิทรรศการแสดงผลงาน VERNADOC (Vernacular Architecture Documentation) นิทรรศการแสดงผลงานของสถาบันการศึกษา นิทรรศการของศูนย์ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน(UDC : Universal Design Center)

ส่วนกิจกรรม บอก มอก.ที่ 2 : เป็นเวทีเสวนาและแลกเปลี่ยนความคิด (ASA Talk) หัวข้อเรื่อง “เตคเฮาสู้ฝุ่น”Tects (how fight the dust) ปัญหามลพิษหมอกควันภาคเหนือ สถานการณ์ฝุ่นในภาคเหนือ จะได้นำมาร่วมพูดคุยและถกประเด็นสำคัญ พร้อมกระบวนการออกแบบทางผังเมืองที่จะช่วยลดและป้องกันฝุ่น และวิธีออกแบบพื้นที่สีเขียวในบ้านและรั้วเพื่อช่วยลดฝุ่นผ่านมุมมองของวิทยากรเหล่าสถาปนิก นักวิจัย นักเคลื่อนไหวเพื่อสังคม โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน

สำหรับในวันที่ 15 ธันวาคม 2567 มีการจัดเสวนา หัวข้อเรื่อง “เตค ต่าง ต่าง” ร่วมรับฟังแนวคิดและไอเดียที่สร้างสรรค์ของสถาปนิกในการออกแบบสถาปัตยกรรมเพื่อการแก้ปัญหาเรื่องฝุ่น หรือ PM2.5 และการออกแบบสร้างสถาปัตยกรรม ด้วยระบบเครื่อง กลหรือระบบอื่นๆ เพื่อการป้องกันฝุ่นเข้าบ้านและตัวอาคาร จุดประกายแนวคิด และแชร์ประสบการณ์แห่งความสำเร็จ โดยเหล่าสถาปนิกผู้ผันตัวเองไปสู่บทบาทอาชีพอื่น ๆ

นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรม บอก มอก.ที่ 3 : พื้นที่ให้ความรู้ ให้บริการ และกิจกรรมเวิร์กช็อป
• กิจกรรมสถาปนิกน้อย (Junior Architect) กิจกรรมเวิร์กช็อปสอนวาดรูป Sketch เทคนิคลงสีน้ำ และเวิร์กช็อปสอนปั้นพอร์ต (Portfolio) เข้ามหาวิทยาลัย สำหรับนักเรียน นักศึกษา
• สถาปนิกและสถาบันการเงิน เปิดบริการให้ความรู้ด้านที่อยู่อาศัย สินเชื่อทางการเงิน ให้คำปรึกษาเรื่องต่างๆแก่ประชาชน
• บูธจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ สินค้า และวัสดุก่อสร้างจากบริษัทชั้นนำภาคเหนือ

สำหรับ บอกมอก.ที่ 4 : พื้นที่สำหรับสมาชิกอาษาล้านนาคลับ (ASA Club) และ ASA Member (บริการสมาชิกฯ)
• โซน ASA Member : จุดให้บริการต่างๆ สำหรับสมาชิกสถาปนิกล้านนา และจำหน่ายของที่ระลึกของสถาปนิก
• โซน ASA Club พื้นที่ให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม นั่งพักผ่อนรับฟังดนตรีขับกล่อม และผ่อนคลายกับกิจกรรมสันทนาการ

อย่างไรก็ตามการจัดงานสถาปนิกล้านนา’67 “บอก มอก.” ยังได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วนในการร่วมสนับสนุนและผลักดันทำให้เกิดการจัดงาน โดยหวังให้การจัดงานในครั้งนี้เกิดผลกระทบเชิงบวกให้กับแวดวงวิชาชีพสถาปนิก สถาปนิกรุ่นใหม่ หน่วยงานภาคการศึกษา ภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคการท่องเที่ยว ภาคประชาชน ต่อไป

ศูนย์ความงาม สุขภาพ และชะลอวัย หมอหญิงคลีนิค จัดงาน Gamblers Gala night ภายใต้ตรีม Casino Theme

ศูนย์ความงาม สุขภาพ และชะลอวัย หมอหญิงคลีนิค จัดงาน Gamblers Gala night ภายใต้ตรีม Casino Theme นำรายได้จากการประมูลบริจาคให้ รพ. จอมทอง จ.เชียงใหม่

 

ที่ Intercontinental Chiangmai Hotel เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2567 -แพทย์หญิงศุภักษณา สิงห์ยะบุ เจ้าของ ศูนย์ความงาม สุขภาพ และชะลอวัย MORYING Clinic จัดงานขอบคุณลูกค้า ภายใต้ตรีมงาน Casino Theme พร้อมร่วมสัมผัสกับโมเม้นต์แห่งความประทับใจสุด Excutive กับดารา Brand Ambassador 3 ท่าน คุณดวงใจ หทัยกาญจน์ ,ปราง อภินรา ศรีกาญนา และคุณพลอย ชิดจันทร์ ที่จะมาเล่าประสบการณ์ในการดูแลสุขภาพ และที่สำคัญทุกท่านจะได้มีส่วนร่วมในการประมูลคร์อสต่างๆ เพื่อนำรายได้จากการประมูลบริจาคซื้อเครื่องมือแพทย์ให้ รพ. จอมทอง จ.เชียงใหม่ มูลค่าการประมูลทั้งหมดกว่า 1,100,000 บาท และสนุกส่งท้ายไปกับ Season Five ที่มาร่วมสร้างสีสันให้กับครอบครัวศูนย์ความงาม สุขภาพ และชะลอวัย MORYING Clinic ในปีนี้

สำหรับ MORYING Clinic Aesthetic & Wellness Center ศูนย์ความงาม สุขภาพ และชะลอวัย อยู่ภายใต้การกำกับดูแล โดย “แพทย์หญิงศุภักษณา สิงห์ยะบุศย์” หรือ “หมอหญิง” เปิดให้บริการด้านความงาม ทุกรูปแบบ รวมไปถึงบริการด้านสุขภาพและชะลอวัยทั้ง การตรวจสุขภาพประจำปี วินิจฉัยและรักษาโรคทั่วไป ให้คำแนะนำการดูแลสุขภาพ การฉีดวัคซีนในผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุสำหรับป้องกันโรค

ติดตามข้อมูลข่าวสารอื่นๆ ได้ที่ https://www.facebook.com/moryingclinic