‘SUN’ รับรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น ประจำปี 2562 (Prime Minister’s Export Award 2019)

บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) ‘SUN’ รับรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น ประจำปี 2562 (Prime Minister’s Export Award 2019) ประเภทรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกยอดเยี่ยม (Best Exporter) ตอกย้ำความสำเร็จของผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรแปรรูป แบรนด์ “KC” ในเรื่องของคุณภาพและการพัฒนาการผลิตอย่างต่อเนื่องและเป็นที่ยอมรับของตลาดโลก

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2562 นายองอาจ กิตติคุณชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) รับมอบรางวัลจาก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น ประจำปี 2562 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล จัดขึ้นโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อสนับสนุนผู้ส่งออกสินค้าที่มีผลงานดีเด่น ทำให้ผู้ซื้อจากต่างประเทศมีความเชื่อมั่นต่อผู้ส่งออกของไทยที่ได้รับรางวัล ซึ่งการพิจารณาคัดเลือกบริษัทเข้ารับรางวัลในแต่ละปี จะมีขั้นตอนดำเนินการอย่างละเอียด รอบคอบ เป็นระบบ และโปร่งใส โดยมีคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ในหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมตัดสินรางวัล

ปัจจุบัน บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) มีการส่งออกผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวานแปรรูป และผลิตภัณฑ์แปรรูปสินค้าเกษตรอื่น ๆ รวมถึงผลิตตามคำสั่งของลูกค้าภายใต้ตราสินค้าของลูกค้า ให้แก่กลุ่มลูกค้าซึ่งกระจายอยู่มากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน รัสเซีย ซาอุดิอาระเบีย สวิสเซอร์แลนด์ เยอรมนี เป็นต้น โดยส่งออกสินค้าอย่างต่อเนื่องและมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นในด้านปริมาณและมูลค่า

นายองอาจ กิตติคุณชัย เปิดเผยว่า “ในฐานะผู้ผลิตและผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์แปรรูปสินค้าเกษตร ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนากระบวนการผลิตหรือค้นหาวัตถุดิบใหม่ๆ พร้อมทุ่มเทในการดำเนินกิจการ รักษาคุณภาพสินค้าที่ดี และสร้างมาตรฐานเพื่อขยายฐานการส่งออกไปยังต่างประเทศ ผลักดันเศรษฐกิจไทย และพัฒนาอุตสาหกรรมสินค้าเกษตรแปรรูปให้เติบโตอย่างยั่งยืน”

จิตอาสา ตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมประชาชนพัฒนาท้องถิ่น

วันที่ 21 สิงหาคม 2562 เวลา 08.30 – 12.00 น.โดยการนำของ พ.ต.อ.ธรรมฤทธิ์ รัฐธนประยูร ผกก.สภ.แม่ลาว จ.เชียงราย, พ.ต.ท.คมกฤช ไชยสาร รอง ผกก.สส.ฯ นำข้าราชการตำรวจ สภ.แม่ลาว จำนวน 20 นาย ประชาชนจิตอาสา จำนวน 120 คนร่วมกันทำกิจกรรมจิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ

กิจกรรมจิตอาสาพัฒนา ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ ณ ป่าเสื่อมโทรม บานสบห้วย ต.จอมหมอกแก้ว อ.แม่ลาว จ.เชียงราย

สภ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ ร่วมกิจกรรมจิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ สร้างฝายชะลอน้ำ ณ บ้านอังคาย ต.ยั้งเมิน อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่

21 ส.ค.62 เวลา 13.00 น.โดยอำนวยการ พ.ต.อ.วีระชัย วิชัยธนพัฒน์ ผกก.สภ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ มอบให้ ร.ต.อ.ชัยฤทธิ์ ตาสม รรท.สวป.สภ.สะเมิง จ.เชียงใหม่พร้อมด้วยชุด ชมส.สภ.สะเมิง ร่วมกิจกรรมจิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ สร้างฝายชะลอน้ำ ณ บ้านอังคาย ต.ยั้งเมิน อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่

“นางงามภาคเหนือ”ได้ตัวแทน 10 สาวงามแล้วเข้าประกวด “นางสาวไทย 2562”

สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ผู้ถือลิขสิทธิ์การจัดประกวดนางสาวไทย เป็นเวลาทั้งหมดกว่า 86 ปี ร่วมกับ บริษัท ทีดับเบิ้ลยู อินเวส เมนท์ กรุ๊ป จำกัด ผู้รับสิทธิ์การจัดประกวดต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 5 ปี (ตั้งแต่ปี 2562–2566) พร้อมด้วยนางระย้า อิสริยยศวดี ตัวแทนกองประกวดนางสาวไทยภาคเหนือ จัดประกวดรอบคัดเลือกภาคเหนือ ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติคุ้มคำ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ท่ามกลางกองเชียร์ของจังหวัดต่างๆที่ติดตามเชียร์สาวงามส่งเสียงเชียร์ลั่นห้องอย่างตื่นเต้น

โดยในปีนี้การประกวดแบบพลิกประวัติศาสตร์ ที่มีเป้าหมายในการเฟ้นหาสาวงามจากทั่วทุกภูมิภาค ภายใต้นิยาม “Iconic Beauty – นางสาวไทย งามสง่า สู่สากล” จาก 77 จังหวัด เข้าสู่รอบภูมิภาค (ภูมิภาคเหนือ อาทิ กำแพงเพชร, ชัยนาท, เชียงราย, เชียงใหม่, ตาก, นครสวรรค์, น่าน, พะเยา, พิจิตร, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์, แพร่, แม่ฮ่องสอน, ลำปาง, ลำพูน, สุโขทัย, อุทัยธานี, อุตรดิตถ์) ภูมิภาคละ 10 คน รวม 40 คน เข้าสู่การประกวด “นางสาวไทย 2562” รอบตัดสิน ในวันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน 2562 และในปีนี้จะไม่มีตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1 หรือ 2 แต่จะมีตำแหน่งรองชนะเลิศประจำภูมิภาค ซึ่งจะเป็นตำแหน่งที่ทำหน้าที่ทูตวัฒนธรรม, ทูตการท่องเที่ยว และทูตพาณิชย์ ตลอดจนกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ ในแต่ละภูมิภาค ซึ่งผู้ที่ได้รับตำแหน่งนางสาวไทยจะได้เป็นตัวแทนประเทศไทยในการประกวดเวทีสากล “มิสอินเตอร์เนชั่นแนล 2019” ที่ ประเทศญี่ปุ่น ประมาณเดือนพฤศจิกายน 2562

ภายในงานได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินประกอบด้วยนายธนวัฒน์ วันสม ประธานคณะกรรมการตัดสิน นางสาววันรัก ณ นคร ผู้อำนวยการจัดการประกวดนางสาวณัฐกาญจน์ เสนเนียม รองผู้อำนวยการจัดการประกวด นางสาวไทย 2562นางสาวปริศนา กัมพูสิริ นางสาวไทย 2555ผศ.พรพิมล วงศ์สุข รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่นายวิศเวศ วัฒนสุข ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรกองประกวดนางสาวไทย 2562นางกนกพร​ พรรณ​เทวี รองนายก​เหล่า​กาชาด​จังหวัด​เชียงใหม่นางอนิดา โทณะวณิก นายกสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพ แห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัด เชียงใหม่พญ.ศุภักษณา สิงห์ยะบุศย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท หมอหญิงคลินิก จำกัดอ.วุฒิพงศ์​ ถายะพิงค์​ นักส่งเสริมสุขภาพจิต, นักคิดนักเขียน, นักการสื่อสารและนักพัฒนาศักยภาพมนุษย์ด้วยสหศาสตร์นางสาวกฤชภร​ หอมบุญญาศักดิ์​ นางสาวไทยประจำปี​ 2553

โดยผลการตัดสินเข้ารอบ 10 คนสุดท้าย เมื่อเวลา 22.00 น.มีนางสาวศุลีพร ดาบุตร นางงาม เชียงราย,นางสาว วธูสิริ ใจกลาง นางงาม เชียงใหม่,นางสาวพิชยา รอดสถิตย์ นางงาม นครสวรรค์,นางสาวสกุณา ปาปวน นางงาม พะเยา,นางสาวกณิชชา ศิริศักดิ์ นางงาม พิจิตร,นางสาวสุภางค์ พานทอง นางงาม สุโขทัย,นางสาวพัชรมัย บุญเลิศกุล นางงามอุทัยธานี,นางสาวพิชญา ลักษณา นางงาม อุตรดิตถ์,นางสาวปองทิพย์ธิดา วจิตรสุวรรณ นางงามเพชรบูรณ์,นางสาวกุลปริยา สาระรักษ์ นางงามตากเป็นตัวแทนภาคเหนือเข้าสู่การประกวด “นางสาวไทย 2562” รอบตัดสิน ในวันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน 2562

มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่เปิดห้องจำลองปฏิบัติการทางการบิน CMRU Airline

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 14 สิงหาคม 2562 ที่อาคาร 90 ปี ราชภัฎเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดห้องจำลองปฏิบัติการทางการบิน CMRU Airline เพื่อเป็นห้องปฏิบัติการสำหรับการเรียนการสอน การฝึกอบรมด้านการให้บริการของสายการบิน การให้บริการบนเครื่องบินของนักศึกษาสาขาวิชาการจัดการธุรกิจการบิน (หลักสูตรนานาชาติ) วิทยาลัยนานาชาติ

มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ซึ่งนับเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านการบินที่ครบวงจรแห่งแรกแห่งเดียวในจังหวัดเชียงใหม่ รองรับการขยายตัวของภาคขนส่งทางอากาศระดับภูมิภาค ระดับประเทศ และระดับสากลโดยมีผู้มาร่วมงานจำนวนมากมีการจำลองตั้งแต่การซื้อตั่ซโดยสารการขึ้นแบบเสมือนจริงและการอธิบายขั้นตอนด้วยภาษาเหนือสร้างความสนุกสนานแก่ผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก

โดย CMRU Airline ประกอบด้วย ห้องปฏิบัติการบินเครื่องบินจำลอง (Cabin mock up) เป็นการจำลองเครื่องบิน Airbus รุ่น A350XWD พร้อมอุปกรณ์ปฏิบัติการภายในเครื่องบินที่มีความทันสมัย สามารถบูรณาการประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนเกี่ยวกับการบริการบนเครื่องบินและสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เสมือนจริง พร้อมกันนี้ยังมีส่วนการเรียนรู้ในอาคารผู้โดยสาร (Terminal) ซึ่งเป็นการจำลองฟังก์ชั่น และบรรยากาศของสนามบิน ได้แก่ จุดนั่งรอสำหรับผู้โดยสาร Waiting Area , จุดบริการเคาท์เตอร์เช็คอินCheck – in Area , Lounge และ Boarding Gate และส่วนการเรียนรู้ใน Aviation Management System ห้องเรียนสำหรับการเรียนการสอนงานภาคพื้น ได้แก่ Catering , Flight Operations , Air Cargo และ Air Traffic Control เป็นต้น

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนุวัติ ศรีแก้ว คณบดีวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ กล่าวว่า วิทยาลัยนานาชาติได้มีความร่วมมือกับองค์กรวิชาชีพที่เอื้อต่อการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียน การสอนหลักสูตรการจัดการธุรกิจการบิน (หลักสูตรนานาชาติ) โดยได้เปิดรับนักศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 ด้วยเล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพของบุคลากรในอุตสาหกรรมการขนส่งทางอากาศและอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ประกอบกับประเทศไทยมีความพร้อมจะเป็นศูนย์กลางการบินแห่งภูมิภาคอาเซียน อีกทั้งจังหวัดเชียงใหม่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ที่มีการพัฒนาระบบขนส่งและโลจิสติกส์เพื่อตอบสนองต่อธุรกิจการค้า การท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้นทางมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่จึงได้ให้การสนับสนุนสร้างศูนย์การเรียนรู้ Aviation learning Center ที่ครบวงจร เพื่อรองรับต่อการฝึกภาคปฏิบัติให้กับนักศึกษาที่ครบกระบวนการ เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่นักศึกษาสู่การเป็นมืออาชีพในสายงานอย่างแท้จริง โดยจำลองส่วนสำคัญในการเรียนรู้ทุกภาคส่วน ของการจัดการธุรกิจการบิน เพื่อมุ่งหวังผลิตบัณฑิตและสร้างโอกาสทางการศึกษาให้มีคุณภาพและมาตรฐานวิชาชีพ เป็นบุคลากรที่มีประสิทธิภาพของอุตสาหกรรมการบินในอนาคต และมุ่งหวังให้จังหวัดเชียงใหม่ เป็นศูนย์กลางการศึกษาด้านการบินของภาคเหนือ

“แม่มดกัญชา” เปิดศูนย์การเรียนรู้กัญชาทางการแพทย์เอเชีย ไทย อเมริกัน อคาเดมี่ และ พิพิธภัณฑ์ “บ้อง”หรือMaster Witch Village

เมื่อวันที่ 3 ส.ค.นี้ดร.แก้มหอม ณ ล้านช้าง หรือที่รู้จักกันในนามของ “แม่มดกัญชา” เปิดศูนย์การเรียนรู้กัญชาทางการแพทย์เอเชีย ไทย อเมริกัน อคาเดมี่ และ พิพิธภัณฑ์ “บ้อง”หรือMaster Witch Village ถนนเชียงใหม่-สันกำแพง ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ถูกเนรมิตให้เป็นสถานที่จำหน่ายสินค้าคุณภาพภายใต้การดูแลของ ดร.แก้มหอม ณ ล้านช้าง สินค้าคุณภาพที่ผ่านการคัดสรรค์จาก แม่มดกัญชา

ด้วยเจตนาที่อยากช่วยสนับสนุนสินค้าของคนไทย เพื่อสร้างอาชีพ และเพื่อคุณภาพชีวิตของคนไทยและMaster Witch Village ยังมีศูนย์การเรียนรู้กัญชาทางการแพทย์ เอเชีย ไทย อเมริกัน อะคาเดมี่ ซึ่งเป็นการจัดแสดงความรู้ด้านสมุนไพรรักษาโรค โดยมีส่วนประกอบของกัญชา ที่บ่งบอกว่า “กัญชา” กับ “คนไทย” ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัว และกัญชาเมื่อใช้ถูกวิธีจะไม่ก่อเกิดโทษ ในทางตรงกันข้าม “กัญชา” กลับช่วยรักษาโรคร้ายแรงต่างๆ โดยเฉพาะโรคมะเร็ง ซึ่งจากการศึกษาค้นคว้าสุดยอดสมุนไพรอย่าง “กัญชา” ของ “แม่มดกัญชา” หรือ ดร. แก้มหอม ณ ล้านช้าง ได้ยื้อชีวิตผู้คนจากโรคร้ายมาได้สำเร็จเป็นจำนวนมาก

โดยสีสันในงานมีพิพิธภัณฑ์ “บ้อง”โดยนำบ้องชนิดต่างๆลักษณะแปลกตามจากทั่วโลกมาให้ได้ชมเพื่อเป็นความรู้มีทั้งบ้องขนาดใหญ่จนไปถึงขนาดเล็กสีสันและรูปร่างแปลกตาหาชมยากมาโชว์นับร้อย ในงานยังมีการเพ้นท์สีโชว์ลวดลายใบกัญชาบนเรือนร่างนางแบบสาว สร้างความสนใจแก่ผู้มาร่วมในงานจำนวนมากที่มายืนชมและในงานมีการนำสมุนไพรไทยมาให้ชมและศึกษา แต่ไม่มีการนำใบกัญชาหรือต้นกัญชามาแสดงโชว์เพราะกฎหมายไทยยังมีการควบคุมอยู่

สวนสัตว์เชียงใหม่จัดงานวันเกิดครบรอบ 19 ปี ของหมีแพนด้าช่วง ช่วง

สวนสัตว์เชียงใหม่ จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 19 ปี ของหมีแพนด้าช่วง ช่วง ในวันอังคาร ที่ 6 สิงหาคม 2562 เวลา 09.30 น. ณ ส่วนจัดแสดงหมีแพนด้า ภายในสวนสัตว์เชียงใหม่ ณ บริเวณโถงด้านหน้าส่วนจัดแสดงหมีแพนด้า สวนสัตว์เชียงใหม่

 

โดยมี น้องๆ เด็กนักเรียนจากโรงเรียนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ 1 และโรงเรียนวัดช่างเคี่ยน กว่า 100 คน พร้อมแฟนคลับแพนด้าชาวไทยมาร่วมตั้งแถวต้อนรับขบวนมาสคอตหมีแพนด้าช่วง ช่วง และหลินฮุ่ย มีนายวิทยา สิงห์คำ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่พร้อมด้วยผู้บริหารสวนสัตว์เชียงใหม่ ร่วมให้การต้อนรับ

ในเวลา 10.00 น. ภายในส่วนจัดแสดงหมีแพนด้า ทางทีมพี่เลี้ยงแพนด้า ได้จัดเตรียมสถานที่ และตกแต่งเค้กน้ำแข็ง ไว้ให้หมีแพนด้าช่วง ช่วง และหลินฮุ่ย ภายในงานทุกคนได้ร่วมร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ และอวยพรวันเกิดให้แก่ หมีแพนด้าช่วง ช่วง พร้อมทั้งมอบกล่องของขวัญสุดพิเศษให้อีกด้วย

ภายในกล่องของขวัญนั้นจะประกอบไปด้วยอาหารสุดโปรด เช่น แอปเปิ้ล แครอท หน่อไม้ และอื่นๆ อีกมายมาย ขณะเดียวกันในภายในส่วนจัดแสดงหมีแพนด้าช่วง ช่วงและหลินฮุ่ย ทางทีมพี่เลี้ยงได้จัดเค้กผลไม้น้ำแข็งหลากสี ประดับไปด้วยผลไม้โปรดของทั้งคู่ ไว้ให้เลือกกินได้อย่างเต็มที่อีกด้วย

“เปิดตัวนางงาม 18 จังหวัดภาคเหนือ” เข้าสู่เวทีการประกวดนางสาวไทย 2562

เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 5 สิงหาคม 2562 สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ บริษัท ทีดับเบิ้ลยู อินเวสเมนท์ กรุ๊ป จำกัด ได้รับสิทธิ์การจัดประกวด และ ตัวแทนกองประกวดนางสาวไทย นางงามภาคเหนือ จัดงานแถลงข่าว “เปิดตัวนางงาม 18 จังหวัดภาคเหนือ” เข้าสู่เวทีการประกวดนางสาวไทย 2562 เมื่อวันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม 2562 เวลา 16.00 น. ณ ห้องจุมเงิน โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่


โดยสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ผู้ถือลิขสิทธิ์การจัดประกวดนางสาวไทย เป็นเวลาทั้งหมดกว่า 86 ปี ได้ทำการจัดการประกวด “นางสาวไทย 2562” หลังจากมีการงดจัดประกวดเป็นเวลา 2 ปี ซึ่งในครั้งนี้ได้ บริษัท ทีดับเบิ้ลยู อินเวส เมนท์ กรุ๊ป จำกัด ผู้รับสิทธิ์การจัดประกวดต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 5 ปี (ตั้งแต่ปี 2562–2566) โดยภายในงานจะมีการมอบมงกุฎให้กับนางสาวไทยคนใหม่ ซึ่งผู้ที่ได้รับตำแหน่งนางสาวไทยจะได้เป็นตัวแทนประเทศไทยในการประกวดนางงามนานาชาติ 2019 ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งรูปแบบการจัดประกวดในปีนี้จะแตกต่างจากปีที่ผ่านมา โดยจะเป็นการคัดเลือกตัวแทนจากทั้ง 77 จังหวัด เข้าสู่รอบภูมิภาค แบ่งเป็น อีสาน กลาง ใต้ และเหนือ รวม 4 ภูมิภาคคัดภูมิภาคละ 10 คน รวม 40 คน เข้าสู่การประกวดนางสาวไทย และในปีนี้นางสาวไทย จะไม่มีตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1 หรือ 2 แต่จะมีตำแหน่งรองชนะเลิศประจำภูมิภาค ซึ่งจะเป็นตำแหน่งที่ทำหน้าที่ทูตวัฒนธรรม, ทูตการท่องเที่ยว และทูตพาณิชย์ ตลอดจนกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ ในแต่ละภูมิภาค

สำหรับสาวงามที่มาร่วมโชว์ตัวมี 15 จังหวัดมี นางสาวสกุณา ปาปวน นางงามพะเยา ,นางสาวพิชญา ลักษณา นางงามอุตรดิตถ์ ,นางสาวสุภางค์ พานทอง นางงามสุโขทัย ,นางสาวพัชรมัย บุญเลิศกุล นางงามอุทัยธานี ,นางสาวภัคจีรา เหลือพร้อม นางงามพิษณุโลก ,นางสาวศุลีพร ดาบุตร นางงาม เชียงราย,นางสาว กุลปริยา สาระรักษ์ นางงามตาก,นางสาว ธัญญา เทพวงศ์ นางงามลำพูน,นางสาวกณิชชา ศิริศักดิ์ นางงามพิจิตร ,นางสาวปัญญดา คล้ายโพธิ์ทอง นางงามน่าน

, นางสาว วธูสิริ ใจกลาง นางงามเชียงใหม่ ,นางสาวพิชยา รอดสถิตย์ นางงามนครสวรรค์ , นางสาววชิราภณ์ นันทวาศ นางงามแพร่,นางสาวภัทรนันท์ ฟูแสง นางงามลำปาง ,นางสาวกัญญารัตน์ สายสวาท นางงามแม่ฮ่องสอน
**สำหรับการแถลงข่าวในครั้งนี้มีนางสาวระย้า อิสริยยศวดี ตัวแทนกองประกวดนางสาวไทย 2562-2563 นางงามภาคเหนือ เป็นประธานในการแถลงข่าวในครั้งนี้

 

ฆ่าสาวสักยันต์ 5 แถว-มัดเท้าแน่นหนา ห่อศพโยนทิ้งกองขยะ ดอยสะเมิง เชียงใหม่

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 18 ก.ค.  62 พ.ต.ต.ธนกร คำวะรัตน์ สว.สอบสวน สภ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุมีชาวบ้านไปพบศพคนฆ่าตายห่อผ้าพลาสติกขาวยังไม่ทราบว่าเป็นหญิงหรือชาย ถูกแล้วนำศพมาโยนทิ้งไว้ข้างทางบริเวณสถานที่ทิ้งขยะริมถนนสายเชียงใหม่-สะเมิง บ้านดงช้างแก้ว หมู่ 10 ต.สะเมิงใต้ อ.สะเมิงจึงรายงานให้ พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ,พ.ต.อ.วีระชัย วิชัยธนพัฒน์ ผกก.สภ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ พร้อมแจ้งแพทย์เวร รพ.สะเมิงและกู้ภัย เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ

โดยพบศพถูกผ้าลักษณะเป็นป้ายไวนิลมีตัวหนังสือพันสีแดง พันร่างไว้และมัดด้วยเชือกไนล่อนสีขาว โผล่ออกมาแค่ส่วนเท้า เมื่อเจ้าหน้าที่ได้แก้เชือกและผ้าไวนิลที่พันไว้ พบเป็นศพของผู้หญิงลักษณะท้องใหญ่หรือ รูปร่างอ้วนคล้ายคนท้องอายุประมาณ 40 ปีใส่เสื้อยืดสีขาว กางเกงขายาวสีดำ ใบหน้าถูกทุบด้วยของแข็งจนยับเยิน มีรอยสักยันต์ 5 แถวที่บริเวณด้านหลังต้นคอ และที่ไหล่ซ้าย-ขวา คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมง ลำตัวมีรอยช้ำคล้ายถูกทุบตีอย่างทารุณ ในตัวไม่พบหลักฐานใดๆบ่งบอกว่าเป็นใคร สอบถามชาวบ้านที่มาดูศพก็ไม่มีใครรู้จัก

พล.ต.ต.พิเชษฐ จิระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้เผยว่าจากการตรวจสถานที้เกิดเหตุ เป็นการลงมือฆ่าโหดมาจากที่อื่นและนำศพมาทิ้งไว้ซึ่้งสถานทิ้งศพเป็นสถานที่้เปลี่ยวกลางคืนมีรถผ่านไปมาไม่มากนัก อย่างไรก็ได้ให้ทางตำรวจเก็บหลักฐานทุกอย่างของผู้ตายไว้ และนำส่งศพส่งนิติเวช รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ ในตอนนี้ได้จัดชุดสืบสวนลงพื้นที่และให้มีการตรวจกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่จะผ่านเข้าออกบริเวณนี้ และจากหลักฐานบางอย่างทางตำรวจพบก็พอจะทราบว่าผู้ตายเป็นใครแต่ก็ขอให้มีการพิสูจน์ทราบก่อนก็จะสามารถคลี่คลายคดีนี้ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับเส้นทางเข้าออกอำเภอสะเมิงในอดีตถือว่าเป็นที่สถานที่คนร้ายมักจะนำศพที่ถูกฆ่ามาโยนทิ้งลงเหวข้างทาง ซึ่งทางตำรวจได้จัดระวังให้สายตรวจทั้ง 3 อำเภอไม่วาจะเป็น สภ.สะเมิง สภ.แม่ริม และ สภ.หางดง ที่มีพื้นที่ติดกันส่งสายตรวจออกตรวจจนห่างหายไปจนมาพบศพ และเส้นทางต่อเชื่อมกันนี้ยังเป็นแหล่งพักยาและเส้นทางยาเสพติดเนื่องจากมีหลายหมู่บ้านชนเผ่าอยู่ในเส้นทางนี้ทางตำรวจจึงมีความเข้มงวดมากในเรื่องนี้

(cr.ภาพตำรวจ)

ชมรมคนพร้าวรักษ์ป่าไอเดียเก๋ จัดกิจกรรมบวชป่าเนื่องในโอกาสครบรอบ 7 ปีแทนการถวายเทียนพรรษา

ชมรมคนพร้าวรักษ์ป่าไอเดียเก๋ จัดกิจกรรมบวชป่าเนื่องในโอกาสครบรอบ 7 ปีชมรมคนพร้าวรักษ์ป่า แทนการถวายเทียนพรรษา ก่อนเทศกาลเข้าพรรษา เพื่อเป็นการทำบุญและเพิ่มพื้นที่ป่าต้นน้ำให้อุดมสมบูรณ์ ชมรมคนพร้าวรักษ์ป่า พระภิกษุสงฆ์สามเณร ร่วมกับอุทยานแห่งชาติศรีลานนาฝ่ายปกครองอำเภอพร้าวและนักศึกษาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ร่วมกันทำบุญก่อนเข้าพรรษา แทนการถวายเทียน

โดยการปลูกป่าในพื้นที่บ้านแม่บอน หมู่ 4 ตำบล โหล่งขอด อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ บนพื้นที่ป่า กว่า 10 ไร่ ที่ทางอุทยานแห่งชาติศรีลานนาได้ทวงคืนผืนป่าจากชาวบ้านเมื่อปี 2555 โดยได้มีการนำต้นไม้ 2,000 ต้น 5 ชนิด ทั้งมะขามป้อม มะค่าโมง เสี้ยวดอกขาว และหว้า มาปลูก

พระครูวรวรรณวิวัฒน์ ดร. เจ้าคณะตำบลโหล่งขอด อำเภอพร้าวและเจ้าอาวาสวัดดอยเวียงชัยมงคล เปิดเผยว่า สำหรับการปลูกป่าครั้งนี้เนื่องจากเป็นการครบรอบ 7 ปีกับคนพร้าวรักษ์ป่า ต้นแบบเครือข่ายชุมชนกับการบูรณาการดูแลป่าต้นน้ำอย่างยั่งยืน ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่สมัยนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชนั้นเป็น ผอ.สบอ.ที่ 16 ซึ่งครั้งนั้นเกิดปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่า เพื่อทำกินและล่าสัตว์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่พยามทุกวิถีทางในการแก้ปัญหาโดยการใช้กฏหมายและใช้กำลังเจ้าหน้าที่จนเกิดการกระทบกระทั่งกันทั้งสองฝ่ายจนเกิดการปะทะกันขึ้นบ่อยครั้ง จนอดีต ผอ.สบอ. 16 ในขณะนั้นต้องลงพื้นที่มาดูแล และมาพูดคุยกับชาวบ้านและผู้นำในชุมชมร่วมทั้งพระสงฆ์ จนเริ่มมีความเข้าใจและเกิดชมรมคนพร้าวรักษ์ป่า และดำเนินกิจกรรมการมีส่วนร่วมในการดูแลผืนป่า

ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนเช่น โครงการธรรมชาติปลอดภัย เครือเจริญโภคภัณฑ์ มูลนิธิอิออน ประเทศไทยจำกัด ชมรมผู้ประกอบการแพ จำกัด บริษัทสุภิราชการเกษตรพร้าว จำกัด และบริษัทเวิล์ดซีส จำกัด เป็นต้น ทำให้ปัจจุบันสามารถรักษาผืนป่า 8 แสน 7 หมื่นไร่ และสามารถขอคืนผืนป่าและปลูกป่าไปแล้ว 1 หมื่นกว่าไร่ ตลอดจนทำให้ชาวบ้านในอำเภอพร้าว เกิดความตระหนักและรักษ์ป่าโดยการนำศาสตร์พระราชามาใช้ จนกลายเป็นต้นแบบของศรีลานนาโมเดลซึ่งบางจังหวัดที่เกิดปัญหาคนอยู่กับป่าต้องเข้าดูงานและนำไปปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่ของตัวเอง

ด้าน ร.ต.ท.นคร ปัญญาทิพย์ ที่ปรึกษาชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอพร้าว เปิดเผยว่า สำหรับพื้นที่อำเภอพร้าว ก่อนหน้านี้ประสบปัญหาภูเขาหัวโล้นมีการบุกรุกพื้นที่ทำกิน บางพื้นที่มีการปลูกฝิ่นและปลูกพืชเชิงเดี่ยวและทำขยายพื้นที่ไปเรื่อยๆ เนื่องพื้นที่ทำกินซ้อนทับกับพื้นที่อุทยานฯ บ่อยครั้งจึงเกิดปัญหาระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่ตั้งแต่เมื่อ 7 ปีที่ผ่านมา นายธัญญา เนติธรรมกุล ขณะนั้นดำรงตำแหน่ง ผอ.สบ. 16 ได้ลงพื้นที่รับทราบปัญหา ได้ให้แนวคิดกับเจ้าหน้าที่ในการดำเนินการว่าทำอย่างไรให้ผู้ที่บุกรกป่า กลับมาเป็นผู้รักษาป่าดูแลป่าโดยที่ไม่กระทบกับที่ทำกินและผืนป่ายังคงสมบูรณ์ ซึ่งเป็นการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำให้ประชาชนในพื้นที่มีแหล่งน้ำในการเกษตร ไม่ต้องมีการบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่ม

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่อุทยานจึงได้เข้ามาพูดคุยกับชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านขอความร่วมมือสร้างกฏกติการ่วมกันจนทำให้ทุกวันนี้อำเภอพร้าว จึงไม่มีการบุกรุกพื้นที่เพิ่มเนื่องจากทุกหมู่บ้านทุกชุมชน ต้องมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่าทำให้ผืนป่าในอุทยานแห่งชาติศรีลานนาที่คลอบคลุม 3 อำเภอทั้งอำเภอแม่แตง อำเภอเชียงดาว และอำเภอพร้าว กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง

พิธีมอบประกาศนียบัตรมาตรฐานสุขอนามัยที่ดีสำหรับร้านอาหารเคลื่อนที่ (Food Truck) พร้อมเปิดตัวเครือข่ายฟู้ดทรัคภาคเหนือ’ ภายในงาน Lanna Expo2019

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม นี้ ลานจัดกิจกรรมกลางแจ้ง โซน Food Truck ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการจัดงานลานนาเอกซ์โป 2019ในศูนย์ประชุมและจัดแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่

ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่1 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ โดยโครงการ Northern Thailand Food Valley และหน่วยงานพันธมิตรประกอบด้วย นางศิริพร ตันติพงษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคเหนือ นายสมิต ทวีเลิศนิธิ ผู้จัดการโครงการ Northern Thailand Food Valley นางสาวนิรามัย ศิริศรีสุดากุล ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่1 นายสุเชษฐ์ คำฟู ผู้อำนวยการธนาคารออมสินเขตเชียงใหม่2 และนายอิศรพงษ์ พงษ์ศิริกุล รองผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกันเปิดงาน ‘พิธีมอบประกาศนียบัตรมาตรฐานสุขอนามัยที่ดีสำหรับร้านอาหารเคลื่อนที่ (Food Truck) พร้อมเปิดตัวเครือข่ายฟู้ดทรัคภาคเหนือ’ ภายในงาน Lanna Expo2019

ในส่วนของโซน Food Truckนี้ ได้รวบรวมตัวแทนร้านอาหารเคลื่อนที่ชื่อดังของจังหวัดเชียงใหม่ที่ เข้าร่วมกิจกรรมเพิ่มขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรมฟู้ดทรัค(ภาคเหนือ) ของศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่1 และผ่านการอบรมหลักสูตรการสุขาภิบาลอาหารสำหรับผู้สัมผัสอาหาร จากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พร้อมผ่านการตรวจ คน ครัว รถ ตามมาตรฐานสุขอนามัยที่ดี

สำหรับร้านจำหน่ายอาหารเคลื่อนที่ มาจำหน่ายอาหารทั้งคาว หวาน เครื่องดื่ม อาทิ เฉาก๊วยโบราณและพรีเมี่ยม จากร้าน ‘เฉาก๊วยเต็งหนึ่ง’เมนูส้มตำ ยำ และของย่างรสเด็ดถูกใจลูกค้าสายนัว จากร้าน ‘ส้มตำ ยำ ย่าง By PunPun’

นอกจากนี้ยังมีร้าน ‘Baby Chicks By Phung Noi’ ที่นำไก่กรอบ และของทานเล่นสูตรเมืองนอก เกรดส่งออก ,น้ำมะพร้าวทั้งสด และปั่น จากร้าน ‘เปาป๊าวปั่น’ , นกกระทาหัน เมนูหาทานยาก Rare Item จากวิสาหกิจชุมชนนกกระทาหันเวียงเหนือ ,ไอติมกระทิ เครื่องจัดเต็ม รสละมุน บนรถมิร่าเก๋ๆ จากร้าน ‘เจ๊น้องไอศครีมมิร่า’ ,ข้าวโพดหวานสีแดงราชินีทับทิมสยาม ทานสดได้ จากสวนพลอยมณี , ไอศกรีมซอฟต์เสริฟเนื้อเนียนนุ่ม จากร้าน ‘พาฝันหวาน’ , นมสดและชานมไข่มุก จากร้าน ‘ถังนม’

 

ตลอดจนบริการรถ Mobile เคลื่อนที่ จากธนาคารออมสินเขตเชียงใหม่2 ไว้คอยให้บริการด้านการเงินและสินเชื่อ Street Foodแก่ผู้ชม ชิม ช็อป และผู้ที่ต้องการริเริ่มธุรกิจ Food Truck ตลอดการจัดงานและได้คุณภาพและมาตรฐานตามหลักของกระทรวงสาธารณสุขกว่า 10 ร้าน จากที่มีกว่า 21 ร้าน มาร่วมกิจกรรมออกร้านจำหน่ายอาหารละเครื่องดื่มให้กับผู้มาเที่ยวงาน Lanna Expo2019

นายสุเชษฐ์ คำฟู ผู้อำนวยการธนาคารออมสินเขตเชียงใหม่2 กล่าวว่า การเติบโตของอุตสาหกรรมฟู้ดทรัค ปัจจุบันพบว่ามีฟู้ดทรัคกว่า 1,500 คันทั่วประเทศ จากสถิติในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีการขยายตัวปีละประมาณ 100% และคาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นจากเดิมไปเป็น 3,500 คันทั่วประเทศภายใน 5 ปี โดยเฉพาะการเติบโตในต่างจังหวัด คิดเป็นมูลค่าการลงทุนกว่า 3,500 ล้านบาท และคิดเป็นรายได้จากการจำหน่ายสินค้ากว่า 8,500 ล้านบาท

ซึ่งกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมพยายามผลักดันผู้ประกอบการทั้ง 21 กิจการ ให้เข้าสู่กระบวนการขับคลื่อนมาตรฐานการพัฒนาฟู้ดทรัค 5 มาตรการอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมที่จะเชื่อมโยงเข้าสู่ตลาดฟู้ดทรัคทั้งในและต่างประเทศ งานครั้งนี้นอกจากประชาชนจะได้สนุกสนานเพลิดเพลินกับอาหารเครื่องดื่มรสอร่อยในบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเองแล้ว คาดว่าฟู้ดทรัคภาคเหนือทั้ง 21 กิจการ จะได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มธุรกิจการจัดงานแสดงสินค้า ธุรกิจร้านค้า ศูนย์การค้า และตลาดนัด จนเกิดเป็นความสำเร็จในการพัฒนาต่อยอดธุรกิจฟู้ดทรัค สู่การสร้างเครือข่ายในกระบวนการทางอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ เป็นอัตลักษณ์ที่สามารถช่วยกระตุ้นระบบเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของพื้นที่ได้อย่างแท้จริงต่อไป