บสย. ผนึกพันธมิตรเปิด “ศูนย์ซ่อมวีลแชร์ฯ” ช่วย “กลุ่มเปราะบาง” น้ำท่วมภาคเหนือซ่อมวีลแชร์ ฟรี! ให้คนพิการ เร่งฟื้นฟูคุณภาพชีวิตหลังน้ำลด

บสย. ลงพื้นที่มอบเงินสนับสนุนเปิด “ศูนย์บริการซ่อมวีลแชร์และอุปกรณ์สำหรับคนพิการ” ช่วยเหลือ “กลุ่มเปราะบาง” ที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ภาคเหนือ เร่งฟื้นฟูคุณภาพชีวิตหลังน้ำลด พร้อมพัฒนาทักษะอาชีพช่างซ่อมวีลแชร์และอุปกรณ์ สำหรับคนพิการใน จ.เชียงราย เสริมด้วยโครงการค้ำประกันสินเชื่อดอกเบี้ยถูก “SMEs ฟื้นฟู No One Left Behind” เติมสภาพคล่อง ช่วย SMEs พลิกฟื้นกิจการ ได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น

นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) นางดุสิดา ทัพวงษ์ รองผู้จัดการทั่วไปอาวุโส สายงานบริหารช่องทางและพัฒนาผู้ประกอบการ นายกิตติพงษ์ บุรณศิริ รองผู้จัดการทั่วไป สายงานกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์ และสำนักงานเขตภาคเหนือตอนบน ลงพื้นที่มอบเงินสนับสนุนการเปิดศูนย์บริการซ่อมวีลแชร์ และอุปกรณ์คนพิการ ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงราย เพื่อช่วยเหลือ “กลุ่มเปราะบาง” คนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้นั่งวีลแชร์ ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ ภายใต้กิจกรรม “บสย. ร่วมฟื้นฟู ดูแลด้วยใจ” ณ บสย. สำนักงานเขตภาคเหนือตอนบน จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2567
นายสิทธิกร กล่าวว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในภูมิภาคต่างๆ ล่าสุดในพื้นที่ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ ซึ่งสร้างผลกระทบต่อประชาชน และกิจการร้านค้า ผู้ประกอบการ เป็นจำนวนมาก บสย. เดินหน้าช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ในทุกมิติ เพื่อช่วยเหลือลูกค้า ลูกหนี้ และผู้ประกอบการ SMEs ให้สามารถผ่านพ้นช่วงวิกฤต และกลับมาฟื้นฟูกิจการได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น ด้วยมาตรการพักชำระค่าธรรมเนียม และพักหนี้ รวมถึงมาตรการเสริมสภาพคล่อง โครงการค้ำประกันสินเชื่อดอกเบี้ยถูก “SMEs ฟื้นฟู No One Left Behind” ช่วยผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ผ่านกลไกการค้ำประกันของ บสย.

นอกจากนี้ บสย. ยังให้ความสำคัญกับ “กลุ่มเปราะบาง” ในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งจากการลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อมอบเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัย ให้แก่เทศบาลนครเชียงราย พบว่ามี “กลุ่มเปราะบาง” จำนวนมากที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะผู้พิการรวมถึงผู้สูงอายุที่นั่งวีลแชร์ ซึ่งวีลแชร์และอุปกรณ์ได้รับความเสียหาย และสูญหาย จากน้ำท่วม เป็นที่มาความร่วมมือ ระหว่าง บสย. และ มูลนิธิคนพิการไทย และ สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวหรือร่างกาย จ.เชียงราย เปิด “ศูนย์บริการซ่อมวีลแชร์และอุปกรณ์สำหรับคนพิการ” โดยได้รับการสนับสนุนจาก 2 หน่วยงาน ได้แก่ มูลนิธิคนพิการไทย สนับสนุนอะไหล่ซ่อมราคาต้นทุน และสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวหรือร่างกาย จ.เชียงราย สนับสนุนสถานที่ และทีมช่างคนพิการในพื้นที่ จ.เชียงราย
ทั้งนี้ จากข้อมูลของศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พบว่า พื้นที่จังหวัดเชียงรายมีกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจำนวน 1,993 ครัวเรือน คิดเป็น 3,716 ราย แบ่งเป็น เด็ก 390 ราย คนพิการ 353 ราย ผู้สูงอายุ 1,741 ราย ผู้ป่วยติดเตียง 54 ราย และผู้มีรายได้น้อย 678 ราย และจากการสำรวจข้อมูลผลกระทบของสมาชิกคนพิการ ของมูลนิธิคนพิการไทย พบว่า คนพิการที่ลงทะเบียนไว้กับมูลนิธิฯ ใน จ.เชียงราย จำนวนมากกว่า 3,000 ราย และมีการขอการสนับสนุนความช่วยเหลือในการซ่อมแซมรถวีลแชร์ และอุปกรณ์คนพิการมายังมูลนิธิฯ แล้วจำนวน 10 ราย โดยคาดว่าจะมีการประสานซ่อมรถวีลแชร์ ทั้งหมดไม่น้อยกว่า 70 ราย เฉพาะพื้นที่จังหวัดเชียงราย และจังหวัดเชียงใหม่

“บสย. เล็งเห็นถึงความยากลำบากในการใช้ชีวิตในกลุ่มคนพิการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งมีความจำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ ทั้งยังเป็นการส่งเสริมและพัฒนาทักษะด้านอาชีพช่างซ่อมวีลแชร์และอุปกรณ์สำหรับคนพิการในจังหวัดเชียงราย ของมูลนิธิคนพิการไทย อีกด้วย” นายสิทธิกร กล่าว


ทั้งนี้ นอกจากให้ความช่วยเหลือผ่านมาตรการต่างๆ บสย. ยังได้เฝ้าติดตามสถานการณ์และผลกระทบอย่างใกล้ชิดในพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ที่มีแนวโน้มเป็นพื้นที่ประสบอุทกภัย พร้อมมอบหมายให้สำนักงานเขต บสย. ทั่วประเทศ เดินหน้าสำรวจ ตรวจสอบ พร้อมสื่อสารมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ของ บสย. ตลอดจนระดมทีมงานลงพื้นที่รับฟังปัญหา และให้ความช่วยเหลืออื่นๆ เพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังได้ส่งทีมงาน “ศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน” ของสำนักงานเขต บสย. ทั่วประเทศ ลงพื้นที่ให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อให้คำแนะนำในการพลิกฟื้นธุรกิจอีกด้วย

สำหรับกลุ่มเปราะบาง ผู้พิการ และผู้สูงอายุ ที่วีลแชร์สูญหาย หรือได้รับความเสียหาย จากเหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ สามารถติดต่อ และส่งวีลแชร์เข้าซ่อม ได้ฟรี! ที่ สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวหรือร่างกาย อ.เมือง จ.เชียงราย หรือร่วมบริจาคเงินสนับสนุนได้ที่ บัญชี มูลนิธิคนพิการไทย บัญชีธนาคารกรุงเทพ สาขาห้าแยกปากเกร็ด เลขที่บัญชี (ออมทรัพย์) 207-406850-9 ยอดเงินบริจาคสามารถลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและรายละเอียดการเข้าร่วมมาตรการ ได้ที่สำนักงานเขตในพื้นที่ หรือ ช่องทาง LINE OA TCG First: @tcgfirst และ บสย. Call Center โทร. 02-890-9999

บันทึกความทรงจำของผู้หญิงเก่งหัวใจแกร่ง”อัญชลี กัลมาพิจิตร”ผู้บริหารปางช้างแม่สาและนายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร

คนเราทุกคนย่อมมีอดีตและความทรงจำของชีวิตที่ผ่านโลกนี้มา ที่มีทั้งขมขื่นและงดงามยิ่งในแต่ละห้วงของชีวิตที่ผ่านมาตั้งแต่เยาว์วัยจนถึงปัจจุบันที่ผ่านทั้งเหตุการณ์และผู้คนที่ได้ผ่านพบเจอในทุกๆรูปแบบ ทั้งตราตรึงอยู่ในความทรงจำและลืมมันไปบ้างกับสิ่งที่ไร้สาระของชีวิต วันนี้ผู้เขียนได้อ่านบันทึกความทรงจำของผู้หญิงแกร่งหัวใจเก่ง ที่ผ่านมาทุกรสชาดของชีวิตทั้งหอมหวานและ ขมขืนจนแทบกลืนเลือดตัวเองลงคอ แต่ก็พาชีวิตผ่านไปได้ ถึงแม้จะไม่สุขกาย และสุขใจ

แต่ถือเป็นประสบการณ์ความทรงจำที่เป็นบทเรียนบทบันทึกหน้าหนึ่งของชีวิตที่ผ่านพบมาในทุกรูปแบบ วันนี้จะพามารู้จักกับ “คุณ อ๋อย” อัญชลี กัลมาพิจิตร บุญณราช ผู้บริหารปางช้างแม่สา และนายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร ในฐานะภริยานายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร โดยเขียนบันทึกในเสี้ยวหนึ่งของชีวิตให้ได้รับรู้กันมา เธอได้ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านเรื่องราวและผู้คนจนรู้ใจ รู้เห็นเป็นเช่นใดทั้งต้องจดจำและละทิ้งไปในความทรงจำ และทุกวันนี้มีมีจิตใจที่เข้มแข็ง พร้อมที่จะเดินหน้าต่อไปในทุกๆเรื่องที่รออยู่ข้างหน้าอย่างไม่หวั่นเกรง

ความทรงจำตั้งแต่เยาว์วัยที่อยู่กับการเลี้ยงช้างในปางช้างแม่สา ที่ได้ชื่อว่าใหญ่ที่สุดในภาคเหนือและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆของประเทศไทย และการมารับหน้าที่นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร ที่ต้องทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจในตำแหน่งที่ได้รับและยังต้องดูแลบริหารปางช้างให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างถาวรมั่นคงสืบต่อไป มาติดตามบันทึกความทรงจำของ”อัญชลี กัลมาพิจิตร บุญณราช”ได้แล้วครับขอเริ่มตั้งแต่ชีวิตในปางช้างแม่สา จนไปสู่ ชีวิตนายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร

“เมื่อเดือนเมษายน ปี 2519 เมื่อพ่อเริ่มเลี้ยงช้าง ดิฉันมีอายุเพียง 9 ขวบ ความผูกพันและการมองเห็นช้างของเราจึงไม่เท่ากัน ดิฉันเคยมองเห็นช้าง มองเห็นควาญ มองเห็นการเลี้ยงดูในมุมของเด็กมาก่อน ดิฉันเคยลงเล่นน้ำในแอ่งน้ำของช้างตามประสาเด็ก เหยียบย่ำอยู่บนสิ่งปฏิกูล ซึ่งเป็นวิถีดั้งเดิม มีคำอธิบายมากเป็นล้านคำ แต่พูดออกมาให้หมดไม่ได้ว่าด้วยเรื่องการเลี้ยงช้าง วันนี้ขอพูดความจริงไม่โกหก จากกระแสการต่อต้านการนำช้างมาใช้ในการท่องเที่ยว ที่ยังพอมีทางออก ย้ำว่าทุกเรื่องมีทางออกเสมอ ความจริงที่เราต้องยอมรับว่าการต่อต้านเรื่องการนำช้างมาฝึก มาขี่ มาโชว์ มาทำกิจกรรมใดๆล้วนเป็นเรื่องที่สังคมจะไม่ยอมรับทั้งสิ้นในปี พ.ศ.นี้
ถึงเวลาเข้มแข็งก็เข้มแข็งนะ คนคนเดียวรับผิดชอบร้อยอย่างพันอย่าง หลังพ่อตายก็มีเรานี่แหละ รับไว้เองทุกอย่าง ตอนพ่ออยู่ก็ไม่ได้คุยกัน ได้ยินพ่อว่าถ้าไม่เลี้ยงช้างแล้ว ก็คงเอาไปปล่อยป่า ป่าตรงไหนก็ลืมถามนะ เวลานี้ถ้าเอาช้างเลี้ยงไปปล่อยป่า ก็ตายกันพอดี สุดๆเลยนะชีวิต วันนี้มี 63 เชือก ขอนับพลายหนึ่งไว้ด้วยก่อนเลยนะ แล้วถ้าพังมีนาท้องก็ จะมี 64 เชือก ทุกวันที่เราหายใจเข้าออก เราได้เลี้ยงช้าง ให้เขาอิ่ม ให้เขามีความสุข ให้เขาปลอดภัย พ่อสั่งว่าให้อัญชลีเลี้ยงช้างจนเห็นช้างยิ้ม หลังโควิดมาช้างแม่สายิ้มตลอด เพราะไม่ต้องทำงานหนัก คงบรรลุเป้าหมายของพ่อแล้ว อยากบอกพ่อว่าลูกเหนื่อย แต่พ่อคงรู้แล้วล่ะ


ชีวิตคนเลี้ยงช้าง มันคือชีวิตที่ต้องอดทน ต้องต่อสู้ มากกว่าคนอื่นๆเป็น 100 เท่าที่ผ่านมา เราต้องผ่านปัญหาอุปสรรคในชีวิตมากมาย เจ็บปวดแค่ไหนเราก็ยังผ่านมาได้เราไม่เคยคิดทำร้ายใคร และใครก็อย่าได้คิดทำร้ายเรา

สมัยที่ตัดสินใจไปเรียนที่อังกฤษ อายุเพียง 13 ปี ไปถึงก็อายุครบ 14 ปีพอดี ไปอยู่กับอาที่มีครอบครัว มีบ้านอยู่ในเมืองเวมบลี่ บ้านคนอังกฤษเขาจะเหลือด้านหลังไว้เป็นสวน ด้านหน้าติดถนน ในสวนมีต้นแอบเปิ้ลที่เปรี้ยวมาก และในตู้เย็นบ้านอาก็มีน้ำปลาหวานขวดใหญ่ที่มาจากเมืองไทย บางวันเราก็แอบเอามาจิ้มกับแอบเปิ้ลเขียว พยายามไม่ให้พร่องลงไปมากอามีฐานะดี มีรถโรลสรอยส์ รถเบนซ์เปิดประทุน เวลาเขาออกไปซื้อไวน์ช่วงหัวค่ำ เขาจะเอาเรานั่งรถเบนซ์ไปด้วย กลับมาเราก็เวียนหัวเลย ไม่ชินกับการนั่งรถสปอร์ต

บ้านนี้มีตู้ปลาขนาดใหญ่ มีห้องยิม ที่อาผู้ชายห้ามเราเข้าไป เพราะเขาจะออกกำลังกายแบบให้เห็นกล้าม และมีห้องซาวน่าด้วย อาของเราเป็นอาผู้หญิง มีลูกสาวสองคน คนโตไปโรงเรียนแล้ว และคนเล็กเป็นเบบี๋ มีแม่บ้านคนไทยทำงานแบบไปกลับ เขาจะรอเราเรียนหนังสือกลับมาแล้วเขาถึงจะกลับบ้านเขา ส่วนอามีบริษัทขายเครื่องประดับอยู่ในเมือง เขาจะกลับค่ำหน่อย เราก็ดูแลลูกให้เขา

ที่บ้านอามีนิตยสารขวัญเรือนทุกเล่ม เขาส่งมาจากเมืองไทย เราชอบอ่านเรื่องการลดน้ำหนัก ดูแลความงาม เพราะไปอยู่ที่อังกฤษแล้ว ต้องกินพวกขนมปัง กินของหวานทำให้ตัวใหญ่ขึ้น น้ำหนักขึ้น เสาร์-อาทิตย์ เราจะได้ไปทำงานที่บริษัท ร่วมกับคนไทย คนอินเดีย เพราะเมืองนี้มีคนอินเดียอยู่เยอะมาก เราจะนั่งประกอบเครื่องประดับเงิน เครื่องเงินจะส่งมาจะเป็นปี๊บๆ แยกกันมา แล้วเราเอามาประกอบเป็นคู่เช่นพวกตุ้มหู อาจะมีแคตตาล๊อคและเอาไปขายตามงานที่จัดในแต่ละเมือง ช่วงหลังเขาได้ลงในแมกกาซีน มีคนสั่งซื้อ ขายดีมาก อาเริ่มต้นธุรกิจนี้หลังจากที่อพยพไปอยู่อังกฤษ อาผู้หญิงเคยทำงานธนาคาร และปู่เราเป็นคนดูแลส่งเครื่องเงินให้ลูกสาวเอาไปขาย ซึ่งในปัจจุบันอาก็ตั้งโรงงานผลิตเองที่สันกำแพง และมีบ้านหลังใหญ่อยู่ที่เชียงใหม่ด้วย บ้านเชียงใหม่เขามีสระว่ายน้ำส่วนตัวอินดอร์ มีห้องที่เขาเก็บรูป เก็บความทรงจำต่างๆ ของครอบครัว ครอบครัวเขาได้ไปเที่ยวด้วยกันมาเกือบทั่วโลก

ทุกวันนี้อาผู้ชายไม่อยู่แล้ว ส่วนอาฉันก็เลือกอยู่อังกฤษ ลูกสาวสองคนแต่งงานกับคนต่างชาติทั้งคู่ มีหลานกันไปหมดแล้ว อาเป็นคนประหยัด แต่งตัวธรรมดา ใช้ชีวิตธรรมดา แต่เขาได้ท่องเที่ยว เห็นโลกมาเยอะ นั่นคงเป็นกำไรชีวิตของเขา ส่วนฉันอยู่กับอาไม่นาน ก็ย้ายเข้าลอนดอน ไปอยู่หอพัก เพราะใกล้สถานที่เรียน ฉันเป็นคนที่ไม่เลือกเรียนวิชาเลขานุการ และแอร์ไลน์ทิคเก็ต หรือสายการบิน ซึ่งตอนนั้นใครไปก็จะเรียนสองสายนี้ ถ้าเรียนเลขานุการจะได้เรียนช็อตแฮนด์ การจดบันทึกแบบย่อ ถ้าไปเรียนสายการบิน เราก็จะได้เรียนเรื่องทิคเก็ต การออกตั๋ว อะไรแบบนี้ เป็นยุคที่โลกจะต้องใช้วิชาเหล่านี้

ตัวฉันไปเรียนแฟชั่นดีไซน์ เพราะสถาบันมีชื่อเสียงมาก มีคนไทยไปเรียนหลายคนมาจากตระกูลดังๆ เราเรียนกันสนุกมาก เทอมแรกทำแฟชั่น ใส่เดินแคทวอร์ค อาจารย์ให้ทำธีมโจรสลัด เรามีเพื่อนเป็นฝรั่ง และมีคนไทยสองคนในคลาส เพื่อนมาจากไอซ์แลนด์ก็มี บางคลาสก็สอนแต่งหน้า สอนมารยาท สอนเดิน ลุก นั่ง อาจารย์ที่สอนออกแบบเสื้อผ้าเป็นผู้ชาย ที่ใส่สูทมาสอนทุกวันแบบผู้ดีอังกฤษ ส่วนอาจารย์ใหญ่ก็ลุคมาดาม ไม่รู้ว่าจะยังมีชีวิตอยู่กันหรือไม่ แต่สถาบันเก่าแก่นี้ก็ปิดตัวลงไปเรียบร้อยแล้ว เป็นโรงเรียนที่สอนเรื่องผู้ดีอังกฤษ การเข้าสังคม และอื่นๆอีกมากมาย ถึงเราจะไม่ได้ใช้วิชาที่เรียนมาโดยตรง เรื่องการตัดเย็บเสื้อผ้า แต่ก็ได้ใช้ในบริบทอื่นๆในการเข้าสังคม ทำอะไรก็ให้ใกล้เคียงมาตรฐานความถูกต้องและเป็นสากล

นึกถึงชีวิตที่ผ่านมา ก็มีความสุขในหลายช่วงชีวิต และมีความทุกข์ด้วยเช่นกัน เพราะเป็นสัจธรรมที่เราล้วนแต่ต้องพบเจอ
บันทึกไว้ในยามว่าง 2 ตุลาคม 2567 ไม่เขียนเรื่องใคร เขียนเรื่องตัวเราเอง ภูมิใจในตัวเอง ชีวิตเราผ่านอะไรมาก็มาก และจะผ่านไปอีกสิบครั้ง ร้อยครั้ง พันครั้ง หมื่นครั้ง มันสำคัญไหม ที่ต้องให้คนอื่นมาเห็น มันไม่สำคัญหรอก เพราะว่าเราจะนั่งตรงไหน จะยืนตรงไหน เราก็คือเรา อย่าเปลี่ยนตนเอง เพียงเพราะเขาอยากให้เราเป็น

CPAC นำนวัตกรรมคอนกรีตสูตรพิเศษเพื่องานก่อสร้างภาคเหนือ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘CPAC ซูเปอร์ซีรีส์ THE HERO ผู้ช่วยงานก่อสร้างทั่วไทย’ บุกตะลุยเชียงใหม่ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีการก่อสร้าง

เทคโนโลยีคอนกรีตในปัจจุบันนับว่ามีบทบาทและเป็นปัจจัยสำคัญในทุกขั้นตอนของการก่อสร้าง เพื่อตอบสนอง ต่อความต้องการใหม่ๆ ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย แข็งแรงและยั่งยืน ล่าสุด RMC North หรือ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย (ลำปาง) จำกัด นำทัพโดย นายอภิรัตน์ ลีลาพฤทธิ์ RMC Director – North และ นายอรรณพ แสงพานิชย์ RMC Manager – North พร้อมด้วย นางสาวสิริญญา เหลียงไพบูลย์ CPAC & Green Solution Marketing and Branding Director นำนวัตกรรมคอนกรีตสูตรพิเศษเพื่องานก่อสร้างภาคเหนือเดินสายตะลุย พร้อมให้ความรู้ต่อเนื่องด้าน“เทคโนโลยีคอนกรีต สำหรับงานก่อสร้างสมัยใหม่”ภายใต้คอนเซ็ปต์ “CPAC ซูเปอร์ซีรีส์ THE HEROผู้ช่วยงานก่อสร้างทั่วไทย” ที่ จ.เชียงใหม่

งานนี้มีทีมผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ นายศักรินทร์ เหลืองกำจร Group Leader : Green Construction มาบรรยาย ในหัวข้อ “เทคโนโลยีคอนกรีตสำหรับงานก่อสร้างสมัยใหม่” เป็นการอัปเดตความรู้งานคอนกรีต พร้อมด้วยนวัตกรรมคอนกรีตในปัจจุบันให้ผู้ร่วมสัมมนาว่า งานคอนกรีตมีการพัฒนาไปไกลเป็นอย่างมาก ไม่ได้เน้นในเรื่องกำลังอัดเหมือนที่ผ่านมาเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีการเพิ่มสมรรถภาพทั้งในเรื่องของความแข็งแรง อายุการใช้งาน รวมถึงการเลือกใช้ให้เหมาะสมกับประเภทของงานแต่ละชนิด สามารถตอบสนองต่อความท้าทายใหม่ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย

ส่วนทางด้าน นายกฤษฎา อินดี Concrete Tech & Technical Service Assist Manager ก็มาร่วมบรรยายในหัวข้อ “คอนกรีตซีแพคซูเปอร์ และคอนกรีตพิเศษซีแพคที่ตอบโจทย์ทุกงานก่อสร้าง”เป็นการให้ความรู้สินค้าพิเศษจาก CPAC ซึ่งได้แก่กลุ่มสินค้าคอนกรีตซีแพคซูเปอร์ นวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่องานก่อสร้างยุคใหม่ที่มาช่วยตอบโจทย์การทำงานของพื้นที่ภาคเหนือให้สามารถทำงานได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น ด้วยคอนกรีตที่เทง่าย ไหลลื่น มีคุณภาพ อีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการงานภาพสูง ช่วยประหยัดเวลาและลดต้นทุนการก่อสร้าง เพิ่มความมั่นใจให้กับเจ้าของโครงการว่างานที่สร้างขึ้นจะมีความทนทานและยั่งยืนในระยะยาว

สำหรับ คอนกรีตซีแพคซูเปอร์ เป็นนวัตกรรมคอนกรีตที่มีความไหลลื่นสูงกว่าคอนกรีตทั่วไปถึง 7 เซนติเมตร โดยไม่ต้องเติมน้ำ ไม่เสียคุณภาพคอนกรีต มีค่ายุบตัว (Slump) 12 – 17 เซ็นติเมตรเหมาะกับหน้างานทั่วไปที่ต้องการเพิ่มความสะดวกสบายในการทำงาน เพราะคอนกรีตซูเปอร์มีความไหลลื่น เทเร็ว โกยไว เข้าถึงแบบง่าย ช่วยลดการจี้เขย่า จึงเบาแรงกว่าการใช้งานคอนกรีตทั่วไป ที่สำคัญยังเป็นคอนกรีตรักษ์โลกสูตร Low Carbon จึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะทุกการใช้ 1 คิวเท่ากับการปลูกต้นไม้ 2.5 ต้น หรือเทียบเท่ากับการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 25 กก.  (*เมื่อเปรียบเทียบระหว่างคอนกรีตที่ใช้ปูนงานโครงสร้าง เอสซีจี คาร์บอนต่ำที่ผสมเถ้าลอยทดแทนปูนซีเมนต์กับคอนกรีตที่ใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 1)

พร้อมปิดท้ายโดย นายอนุสรณ์ ปราบสงคราม Marketing Manager – North กับหัวข้อสัมมนา “โปรแกรมสะสมยอดใช้คอนกรีต และโปรโมชันพิเศษภายในงาน” ซึ่งการจัดงานครั้งนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมงานมากกว่า 50 ท่าน ทั้งนี้นอกเหนือจากความรู้ที่ได้รับฟังจากการสัมมนาในครั้งนี้แล้วนั้น ผู้ร่วมงานยังได้ร่วมสนุกกับเกมสนุกๆ พร้อมลุ้มรับของรางวัลอีกมากมายรวมมูลค่ามากกว่า 50,000 บาทอีกด้วย


#CPAC #ยกระดับความกรีนไปกับCPAC#คอนกรีตCPAC #คอนกรีตซีแพค
#CPACซูเปอร์ซีรีส์THEHEROผู้ช่วยงานก่อสร้างทั่วไทย

ชูกลยุทธ์ ‘The Future-Fluent Transformation’ พลิกโฉมมิกซ์ยูสในย่านสำคัญครั้งยิ่งใหญ่ “เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต”

เซ็นทรัลพัฒนา ผู้นำอสังหาฯไทย ชูกลยุทธ์ ‘The Future-Fluent Transformation’ พลิกโฉมมิกซ์ยูสในย่านสำคัญครั้งยิ่งใหญ่ “เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต” – Reimagining Lanna โฉมใหม่ Q1/2026 Tourist Influx และกำลังซื้อเติบโตพร้อม Mega Projects ของรัฐ เตรียมพัฒนาเป็น The Most Complete Mixed-Use Development in the North เดสติเนชั่นที่นักท่องเที่ยวทุกคน และชาวเชียงใหม่ต้องมาเยือน มีแบรนด์ใหม่มากกว่า 50%, MUJI’s Largest Flagship, ขยาย ‘กาดหลวง แอร์พอร์ต’ 9,000 ตร.ม. พร้อมพบกับ Local Food Market, Hug Craft

• ทรานส์ฟอร์มสู่อนาคต ตอกย้ำเป็น Centre of District ของทุกที่สำหรับทุกเจนเนเรชั่น
• ปักหมุดมิกซ์ยูสใหม่ยิ่งใหญ่ “เซ็นทรัล กระบี่” ส่งเสริมศักยภาพเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ที่มีรายได้ท่องเที่ยวมหาศาล, ผู้คนที่มีเอกลักษณ์และหลากหลาย ด้วยไลฟ์สไตล์กำลังซื้อสูง
• Area of Growth & Area of Affluence พลิกโฉมมิกซ์ยูสแบบ Total Transformation & New Masterplanning ได้แก่ เซ็นทรัล บางนา, เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ เพื่อตอบโจทย์กลุ่ม Upper Class และกำลังซื้อสูงแบบย่าน Bangkok CBD พร้อมปั้น เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต เดสติเนชั่นที่ทุกคนต้องมา ตอบรับกำลังซื้อ 3 จังหวัดภาคเหนือ รับนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้นอย่างล้นหลามจากการขยายสนามบิน / Mega Projects

นายชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล Chief Development and Commercial Officer บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “เซ็นทรัลพัฒนา พร้อมที่จะทรานส์ฟอร์มสู่อนาคตและสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในย่านสำคัญต่างๆ ของกรุงเทพฯ และจังหวัดสำคัญของประเทศ เพื่อตอบโจทย์ Future Consumers โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราเป็นนักพัฒนาที่สร้างสรรค์ Future-Fluent Development ให้กับผู้คน ชุมชน และใส่ใจสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำแนวคิด ‘Centre of Life’ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิต และกระจายความเจริญทั่วประเทศ โดยมีโครงการ Retail-Led Mixed-Use ทั้งหมด 5 โครงการสำคัญที่จะประกาศในวันนี้

ซึ่งมีมูลค่าโครงการรวมทุกองค์ประกอบทั้งศูนย์การค้า ที่อยู่อาศัย โรงแรม และ Convention Hall รวมกันกว่า 15,000 ล้านบาท นำโดย ‘เซ็นทรัล กระบี่’ โครงการมิกซ์ยูสที่ยิ่งใหญ่แห่งแรกใจกลางกระบี่ และ ยังมีการพลิกโฉมสู่โครงการมิกซ์ยูสแห่งอนาคตครั้งยิ่งใหญ่ในย่านสำคัญต่างแบบ Total Transformation ได้แก่ ‘เซ็นทรัล บางนา’, ‘เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า’, ‘เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ’, และ ‘เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต’ อีกด้วย”

โดยภายในงานแถลงข่าวได้รับเกียรติจากผู้บริหารของเซ็นทรัลพัฒนาร่วมให้วิสัยทัศน์และกลยุทธ นำโดย นายชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล Chief Development and Commercial Officer, ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา Chief Marketing Officer, นายชาตรี โกวิทานุพงศ์ Executive Project Director Regional Development 1 และนายคุณายุธ เดชอุดม Head of Business Development Strategy
โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในครั้งนี้ เป็นการยกระดับทั้ง Brand Mix, Central Group ปรับโฉมคอนเซ็ปต์ใหม่ทั้งหมด, ออกแบบ Customer Journey & Experience ใหม่, และ Total Redesign ใหม่ทั้งหมด

 


เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต (Central Chiangmai Airport) – Reimagining Lanna (Authentic | Attraction | Culture) ปักหมุดใจกลางเมือง ใกล้สนามบินนานาชาติเชียงใหม่ เมืองขยายตัวอย่างรวดเร็วด้วย Mega Projects ของภาครัฐและแผนเตรียมรับนโยบายเมืองแห่ง Creative Economy Hub ปี 2571 อีกทั้งมี Emerging Demand เพิ่มขึ้นจาก Catchment Area ที่ขยายครอบคลุมประชากรกว่า 2,000,000 คนในจังหวัดเชียงใหม่, ลำพูน, ลำปาง โครงการที่อยู่อาศัยโตขึ้นกว่า 34%, Luxury Hotels ที่เพิ่มมากขึ้น แวดล้อมด้วยโรงเรียนนานาชาติและมหาวิทยาลัย และมี Tourist Influx ล้นหลาม โตขึ้น 300% จากปี 2562

การพัฒนาคอนเซ็ปต์ใหม่ นำเสนอ Local Essence in Modern Twist เพื่อสร้างเดสติเนชั่นที่ผู้คนต้องมาเยือนและตอบโจทย์ชาวเชียงใหม่ได้ครบวงจร
• The Most Complete Mixed-Use Project of the North: เป็น New Masterplanning กว่า 100 ไร่ ทั้งศูนย์การค้า, Convention Hall, Tourist Hub และ Multi-Generation Space รวมถึง Go Wholesale แห่งแรกในภาคเหนือที่เปิดให้บริการแล้ว
• เติมเต็มแบรนด์ใหม่อีกมากกว่า 50% พร้อมด้วยแบรนด์ดังที่ประสบความสำเร็จแล้ว อาทิ Uniqlo, Nike, Adidas, Puma และ MUJI Flagship Store แห่งแรกของภาคเหนือและใหญ่ที่สุดในไทย สินค้ากว่า 3,000 รายการและมีกระแสตอบรับดีมาก
• Tourist & Family Destinations บนพื้นที่ 17,000 ตร.ม. โดยขยายพื้นที่ “กาดหลวง แอร์พอร์ต” ถึง 9,000 ตร.ม. ที่ประสบความสำเร็จมากในปัจจุบัน และ Local Food Market ที่ใหญ่ที่สุด มีแบรนด์ Local Michelin Brands ที่ชาวเชียงใหม่ชื่นชอบ รวมถึงสินค้า Hug Craft และ Local Craftmanship

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เดินหน้าสู่อนาคตภายใต้เจตจำนงค์ของแบรนด์ Imagining better futures for all ด้วยการสร้างและพัฒนาพื้นที่เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนและชุมชน รวมถึงสิ่งแวดล้อม พร้อมดำเนินกลยุทธ์ The Ecosystem for All เป็นระบบที่แข็งแกร่งและยั่งยืน เพื่อเติบโตไปกับทุกฝ่ายควบคู่ไปกับการเป็นพลังขับเคลื่อนหลักที่ช่วยผลักดันเศรษฐกิจและประเทศ ในปี 2566 เซ็นทรัลพัฒนาก้าวสู่อันดับ 1 องค์กรยั่งยืนระดับโลก โดยได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกของดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices: DJSI) ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ (Top 1% S&P Global Score) จากจำนวนทั้งหมด 299 บริษัททั่วโลก อีกทั้งยังได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งในบริษัทใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใน 2024 Fortune Southeast Asia 500 โดยขึ้นแท่นอันดับหนึ่งในกลุ่มบริษัท Real Estate ไทยทั้งหมดที่ได้รับการคัดเลือกในครั้งนี้ด้วย

 

ติดตามความเคลื่อนไหวเซ็นทรัลพัฒนา คลิก https://www.centralpattana.co.th/th/shopping/shopping-update/lifestyle-activities#CentralPattana #เซ็นทรัลพัฒนา #Imaginingbetterfuturesforall #Thefuturefluenttransformation

“MEDEZE” นำเสนอข้อมูลนักลงทุน เตรียมเสนอขาย IPO เข้าจดทะเบียน SET

“MEDEZE” นำเสนอข้อมูลนักลงทุน เตรียมเสนอขาย IPO เข้าจดทะเบียน SETโรงแรมแมริออท เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่


นายแพทย์วีรพล เขมะรังสรรค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายพิพัฒน์ พิศณุวงรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายบัญชีและการเงิน MEDEZE Treasury PTE. LTD และ รศ.ดร.ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา ที่ปรึกษาวางแผนทางการเงิน บริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MEDEZE ผู้ให้บริการตรวจวิเคราะห์ คัดแยก เพาะเลี้ยง และรับฝากเซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cells) และตรวจศักยภาพเซลล์ภูมิคุ้มกัน (NK Cells) พร้อมด้วยนายปวริศ เวสส์สุภารัตน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด

ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและแกนนำผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน ร่วมนำเสนอข้อมูลนักลงทุน (Retail Investor Roadshow) ร่วมนำเสนอข้อมูลรายละเอียดหลักทรัพย์แก่นักลงทุนเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 268 ล้านหุ้น ณ โรงแรมแมริออท เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2567

น่าชื่นชม นักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีโปลิเทคนิคลานนาจิตอาสาลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

อาจารย์ และนักศึกษา วิทยาลัยโปลิฯ จัดกิจกรรมจิตอาสา ลงพื้นที่ ต.ริมเหนือ อ.แม่ริม ช่วยซ่อมรถจมน้ำและเครื่องใช้ไฟฟ้าชาวบ้าน หลังจากเกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าร่วมบ้านเรือน มาแบบไม่ได้ตั้งตัวข้าวของ ได้รับความเสียหาย

นักศึกษาสาขาไฟฟ้ากำลัง พร้อมด้วยอาจารย์ วิทยาลัยเทคโนโลยีโปลิเทคนิคลานนา เดินเท้าลงพื้นที่ นำเครื่องมือซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อให้ความช่วยเหลือซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้าให้กับยายอำไพ ผลดี วัย 73 ปี ชาวบ้านท้องฝาย ต.ริมเหนือ อ.แม่ริม ที่บ้าน หลังยายอำพ ได้ปั่นจักรยาน คู่ชีพมาที่ศาลาอเนกประสงค์ภายใสนหมู่บ้าน ที่ถูกจัดให้เป็น ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมเพื่อขอให้อาจารย์และนักศึกษาช่วยซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่บ้านหลังบ้านของยายถูกน้ำท่วมจนทำให้เครื่องซักผ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆแช่น้ำจนเสียไม่สามารถใช้งานได้หลังเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ตำบลริมเหนือ อ.แม่ริม เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ซึ่งยายไม่สามารถขนย้ายเครื่องซักผ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าไปซ่อมที่ศาลาเอนกประสงค์ของหมู่บ้านได้ ก่อนที่ทีมนักศึกษาและอาจารย์ วิทยาลัยเทคโนโลยีโปลิเทคนิคลานนา จะช่วยกันรื้อเครื่องซักผ้าและไล่ความชื่นออกจากระบบไฟฟ้าเครื่องซักผ้าจนสามารถเดินเครื่องและใช้งานได้ในที่สุด

ยายอำไพ ผลดี เปิดเผยว่า ตนอาศัยอยู่บ้านหลังดังกล่าวกับลูกชายเพียงสองคน วันที่เกิดเหตุน้ำท่วมตนกับลูกชายขนข้าวของขึ้นที่สูงบางส่วนที่มีน้ำหนักมากก็จะยกขึ้นที่สูงไม่ได้ทำให้เครื่องซักผ้าที่อยูข้างบ้านแช่น้ำ พอหลังน้ำลดไม่กล้าใช้เครื่องซักผ้าเนื่องจากกลัวไฟฟ้าซ็อต หลังจากนั้นทราบข่าวจากเพื่อนบ้านว่ามีกลุ่มนักศึกษาเข้ามาช่วยเหลือซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าให้กับชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมตนจึงปั่นจักรยานไปขอความช่วยเหลือขอให้นักศึกษาและอาจารย์มาซ่อมเครื่องซักผ้าให้ที่บ้านเนื่องจากวันนี้ตนอยู่บ้านคนเดียวลำพังไม่สามารถขนเครื่องซักผ้าไปซ่อมที่ศาลเอนกประสงค์ได้ ซึ่งวันนี้ตนรูสึกดีใจมากที่ลุกๆหลานๆ นักศึกษาและอาจารย์มาช่วยเหลือซ่อมแซมเครื่องซักผ้าให้จนใช้งานได้ตามปรกติซึ่งหลังจากนี้ตนก็จะได้ซักผ้าแล้วหลังจากที่ไม่ได้ซักผ้าหลายวันเนื่องจากช่วงก่อนฝนตกติดต่อกันหลายวัน

ด้านอาจารย์ประสิทธิ์ ชูดวง รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยเทคโนโลยีโปลิเทคนิคลานนา เปิดเผยว่า ได้อาจารย์และนักศึกษาระดับชั้นปวช. และปวส. สาขางานยนต์ และสาขาช่างไฟฟ้ากำลัง รวมกว่า 50 คน ได้เข้าไปช่วยเหลือซ่อมแซม เครื่องใช้ไฟฟ้า และรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ให้กับชาวบ้าน 4 หมู่บ้านพื้นที่ ต.ริมเหนือ อ.แม่ริม ที่ถูกน้ำท่วมโดยได้มีการตั้งจุดบริการประชาชน ที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ศาลาอเนกประสงค์ บ้านท้องฝาย ต.ริมเหนือ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่มีชาวบ้านรวม 400 รายได้นำเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่จะสามารถยกออกจากบ้านเรือนมาให้อาจารย์และนักศึกษา ช่วยซ่อมบำรุงให้ฟรี เช่นเดียวกับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ที่ถูกน้ำป่าไหลหลาก ได้เข้ามาเอ่อท่วมและจมอยู่ในน้ำเป็นเวลานานจนได้รับความเสียหาย

นอกจากนี้อาจารย์ และนักศึกษา บางส่วนได้ออกตระเวนไปตามบ้านเรือนของชาวบ้านเพื่อซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ไม่สามารถนำเครื่องใช้ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ เครื่องสูบน้ำ ปั๊มน้ำ มายังศูนย์ช่วยเหลือได้ นอกจากนี้ยังให้อาจารย์และนักศึกษาลงพื้นที่ซ่อมแซมระบบไฟฟ้า ปลั๊กไฟ สวิชท์ไฟ ในบ้านเรือนของชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วม อาจจะส่งผลให้ปลั๊กไฟ สายไฟอาจทำให้เกิดชำรุดเสียหาย หากนำกลับมาใช้อาจจะเกิดไฟช็อต เกิดการลัดวงจรมีความเสียหายเกิดขึ้นได้ภายหลัง นอกจากนี้ทางวิทยาลัยฯ ยังได้มอบเงินช่วยเหลือ พร้อมนำของใช้ อาหารแห้งไปมอบให้ผู้ป่วยติดเตียงที่บ้านเรือนถูกน้ำท่วมและยังได้จัดซื้อที่นอน เครื่องใช้ส่วนตัว ข้าวสารอาหารแห้ง มอบให้กับชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วมได้รับความเสียหายทั้งหลัง อยู่ติดกับลำน้ำแม่ริม อีกด้วย

รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนักศึกษาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกิจกรรมออกหน่วยช่วยเหลือผู้ประสบภัย น้ำท่วมครั้งนี้นอกจากทางวิทยาลัยฯเล็งเห็นความสำคัญ ในเรื่องของวิชาการ ความรู้ในสถานศึกษาแล้ว ซึ่งวันนี้เป็นการให้นักศึกษาได้ฝึกประสบการณ์จริงกับประเภทงานที่ต้องแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้านอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งจะเป็นการปลูกฝังความคิดจิตสาธารณะให้กับนักศึกษาในการให้บริการชุมชนและสังคมต่อไปในอนาคต

ขณะที่นายอภินันท์ สมจันทร์ฉาย นักศึกษาสาขาไฟฟ้ากำลัง กล่าวว่าตนอาสาลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยฯกับอาจารย์และเพื่อนๆ เนื่องจากเห็นว่าเมื่อมีโอกาสควรให้ความช่วยเหลือผู้อื่นที่กำลังได้รับความเดือดร้อนตามกำลังที่มี เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้มีโอกาสเข้าค่ายพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ทางวิทยาลัยฯจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี จึงได้นำประสบการณ์ครั้งนั้นมาต่อยอด ทำงานให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่กำลังได้รับความเดือดร้อนนอกจากนี้ยังมีโอกาสได้ฝึกประสบการณ์จริงและได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวบ้านอีกด้วยซึ่งถือว่าเป็นอีกประสบการณ์ที่สร้างความประทับใจให้ ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ที่บ้านถูกน้ำท่วมทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าเช่น พัดลม เครื่องซักผ้า ตู้เย็น พัดลมไอน้ำ ปั๊มน้ำ เป็นต้น

ด้าน อ.พิภพ ปัญญาฟู ผู้ช่วย รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ รับผิดชอบประเภทวิชาช่างอุตสาหกรรม กล่าวว่า จากการที่ลงพื้นที่สอบถามข้อมูลชาวบ้านทราบว่าขณะเกิดเหตุน้ำท่วม ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่สามารถขนย้ายข้าวของได้ทันทำให้รถจักรยานยนต์และเครื่องมือทางการเกษตรถูกน้ำท่วมและแช่ขังเป็นเวลานานจึงแนะนำชาวบ้านที่รถที่ถูกน้ำท่วม น้ำจะเข้าที่ท่อเสีย หากมีการสตาร์ทเครื่องก็จะทำให้น้ำเข้าระบบเผาไหม้ ทำให้ชิ้นส่วนเครื่องยนต์เสียหายได้ ซึ่งตนได้แนะนำนักศึกษาว่าหากชาวบ้านนำรถที่ถูกน้ำท่วมมาซ่อมให้ถอดท่อไอเสีย ถอดหัวเทียน ถอดหม้อกรองอากาศ และไล่น้ำออกก่อน หากมีน้ำเข้าไปในห้องเครื่องให้ล้างระบบในห้องเครื่องให้สะอาดก่อนเนื่องจากรถทุกคันที่ถูกน้ำห้องท่วมเครื่องจะเต็มไปด้วยดินโคลน

เปิดแล้ว ..มหกรรมหนังสือนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในล้านนาInternational Book Sale Featuring Big Bad Wolf

เปิดแล้ววันนี้ มหกรรมหนังสือนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในล้านนาInternational Book Sale Featuring Big Bad Wolf ตั้งแต่วันนี้ 30 ส.ค. – 8 ก.ย. 67ที่ เชียงใหม่ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต

30 ส.ค. 67 – จ.เชียงใหม่ : บริษัท แปลน ฟอร์ คิดส์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายหนังสือและสื่อส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับเด็กและครอบครัว ร่วมด้วย Big Bad Wolf ผู้จัดงานมหกรรมหนังสือนานาชาติ ที่เคยจัดใน 34 เมือง 13 ประเทศ และศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ชวนทุกท่านมารักการอ่าน กับงานมหกรรมหนังสือนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในล้านนา “International Book Sale Featuring Big Bad Wolf” จัดตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม ถึง 8 กันยายน นี้ พร้อมยกขบวนหนังสือกว่า 1 ล้านเล่ม มาให้พี่น้องชาวเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียงได้เลือกช้อป เลือกอ่าน ในราคาลดสูงสุดกว่า 80%

ทั้งนี้ได้จัดให้มีพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 30 สิงหาคม 2567 เวลา 10.30 น. ได้รับเกียรติจาก คุณตรัสวิน จิตติเดชารักษ์ ผู้อำนวยการ สำนักพิมพ์ซิลค์เวอร์ม, คุณแจคเคอลีน อึ้ง ผู้จัดงานมหกรรมหนังสือนานาชาติ “Big Bad Wolf”, คุณริสรวล อร่ามเจริญ กรรมการผู้จัดการบริษัท แปลน ฟอร์ คิดส์ จำกัด, คุณศิระ สันติตรานนท์ ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ร่วมเปิดงานอย่างเป็นทางการ

งานเดียวที่รวบรวมหนังสือภาษาอังกฤษจากต่างประเทศและภาษาไทย จากสำนักพิมพ์ไทยชั้นนำที่ใหญ๋ที่สุด ที่ พร้อมสื่อการเรียนการสอน สื่อการเรียนรู้ สำหรับลูกน้อยทุกขวบวัย ที่เสริมสร้างพัฒนาการด้านต่างๆ ของลูกน้อย สวรรค์สำหรับคนรักการอ่าน ที่รวบรวมหนังสือสำหรับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย อาทิ หนังสือพัฒนาการเด็ก & จิตวิทยา, นิทานเด็ก, หนังสือภาพ, หนังสือเสียง, ประวัติ, ชีวประวัติ, บันเทิง, กีฬา, สารคดี, ท่องเที่ยว, วรรณกรรม, เรื่องสั้น, นิยาย, ของตกแต่งบ้าน, สถาปัตยกรรม, งานอดิเรก, ตําราอาหาร, หนังสืออ้างอิง รวมถึงหนังสือเอ็ดดิชั่นพิเศษสำหรับการสะสม

พิเศษสำหรับครั้งนี้ Big Bad Wolf ชวนน้องๆ จากโรงเรียนในจังหวัดเชียงใหม่ มาเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงความสามารถพิเศษไม่ว่าจะเป็น การเล่นดนตรี การเต้น หรือจะเป็นการแสดงอื่นๆ มาร่วมสนุกได้ในงาน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ FB: International Book Sale

งานที่รวมหนังสือกว่า 1 ล้านเล่ม ลดราคากว่า 80% ในงานมหกรรมหนังสือนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในล้านนา International Book Sale Featuring Big Bad Wolf ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม ถึง 8 กันยายน 2567 เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ เชียงใหม่ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต

หมู่บ้านสุดหรูบรรยากาศเยี่ยม “เกรซแลนด์ หางดง เปิดเฟส 2 กับแบบบ้าน 3 สไตล์ โมเดิร์น อเมริกัน บาร์น เฮ้าส์”

โครงการเกรซเเลนด์ ถ.หางดง – เชียงใหม่ ภายใต้การบริหารงานของโครงการเกรซแลนด์ แฟมิลี่ เรสซิเดนซ์ ในเครือ น้ำทองกรุ๊ป บริษัทที่พัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีประสบการณ์มากว่า 30 ปี พร้อมเปิดให้ชมครั้งแรกกับเฟสใหม่ล่าสุด แบบบ้าน 3 สไตล์ แนวโมเดิร์น อเมริกัน บาร์น เฮ้าส์ ราคาเริ่มต้นที่ 4.95 ล้านบาท รับข้อเสนอสุดพิเศษ ลดจริง แจกจริง เพียง 3 วันเท่านั้น วันที่ 23 – 25 สิงหาคม 2567 นี้

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2567 ได้มีการจัดงาน Grand Opening Graceland Phase 2 โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวอัญชลี ล้อบุณยารักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เกรซ เฮ้าส์ แอนด์ พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด, นายจักราวุธ กันมะโณ นายกเทศมนตรีตำบลหารแก้ว, นายชลิต ทิพย์คำ นายอำเภอหางดง, Mr. Zen Tan Co-Managing Director, นางอรสา จันทเสน ร่วมเปิดงานอย่างเป็นทางการ

พร้อมเปิดหน้าประวัติศาสตร์ไปด้วยกัน กับโครงการเกรซเเลนด์ ถ.หางดง เพื่อการลงทุนที่คุ้มค่า และยกระดับคุณภาพชีวิตครอบครัวของคุณให้ดีขึ้น อย่างมีสไตล์ เริ่มต้นสร้างอนาคตที่มั่นคง และอบอุ่นได้แล้ววันนี้ กับเฟส 2 ที่พร้อมเปิดตัววันนี้วันแรก สำหรับที่อยู่อาศัยสไตล์ “Modern American Barn House” ที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งการออกแบบที่สะท้อนการใช้ชีวิตสมัยใหม่ และความเชื่อมโยงกับธรรมชาติเชียงใหม่ ในราคาเริ่มต้นเพียง 4.95 ล้านบาท มาพร้อมส่วนลดกว่า 300,000 บาท หรือเลือกรับข้อเสนอสุดพิเศษ และของแถมอีกมากมาย พร้อมพาทุกท่านสัมผัสกับบ้าน 3 แบบ กับดีไซน์ที่ลงตัว สวยงามในทุกรายละเอียด


• Type M “ACACIA” 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 205 ตารางเมตร บนที่ดิน 53 ตารางวา
• Type L “PONDEROSA” 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 2 ห้องรับแขก พื้นที่ใช้สอย 264 ตารางเมตร บนที่ดิน 62 ตารางวา
• Type X “SEQUOIA” 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 2 ห้องรับแขก 1 ห้องแม่บ้าน พื้นที่ใช้สอย 336 ตารางเมตร บนที่ดิน 70 ตารางวา

กับทำเลทองสุดพรีเมี่ยมของเมืองเชียงใหม่บนถนน.หางดง ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ โรงเรียนนานาชาติเกรซ เชียงใหม่, สปอร์ตเซ็นเตอร์ (GSC), บิ๊กซี หางดง 2, กาดฝรั่งวิลเลจ, อุทยานหลวงราชพฤกษ์, แม็คโคร หางดง และสนามบินเชียงใหม่

เปิดให้เข้าชมบ้านตัวอย่างได้แล้ววันนี้ที่ โครงการเกรซเเลนด์ ถ.หางดง – เชียงใหม่ ทุกวันตั้งแต่เวลา 9.00 – 17.00 น. หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 099-5035-999, 097-4261-474, 061-1639-282 FB: https://www.facebook.com/GracelandCNX


เกี่ยวกับโครงการเกรซแลนด์ แฟมิลี่ เรสซิเดนซ์

โครงการเกรซแลนด์ แฟมิลี่ เรสซิเดนซ์ คือ ผลงานชิ้นเอกในเครือ น้ำทองกรุ๊ป นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประสบการณ์มากกว่า 30 ปี เริ่มก่อตั้งขึ้นที่จังหวัดแพร่ โดยการสร้างโครงการน้ำทองซิตี้ ซึ่งเป็นโครงการอาคารพาณิชย์จำนวน 200 ยูนิต หลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมเมืองแพร่ ในปี 2538 ชาวบ้านในพื้นที่จำนวนมาก ต่างแสวงหาบ้านที่มีมาตรฐานความปลอดภัย ความสะดวกสบาย เราได้คำนึงถึงความต้องการด้านต่าง ๆ จึงนำสถานที่ ที่มีความสำคัญในการดำรงชีวิต เข้ามารวมในพื้นที่ เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ต, ตลาด, ห้างสรรพสินค้า, โรงพยาบาล โรงเรียน และ หน่วยงานราชการต่าง ๆ เพื่อทำให้ทุกอย่างอยู่ใกล้แค่เอื้อม ทั้งยังได้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่อเนื่องมาเป็น 3,000 ยูนิต และสร้างชื่อเสียงให้กับน้ำทองกรุ๊ปในฐานะผู้พัฒนาที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดแพร่ จนถึงทุกวันนี้

โครงการเกรซแลนด์ แฟมิลี่ เรสซิเดนซ์ เป็นโครงการในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งใช้แนวคิดเดียวกัน ด้วยวิสัยทัศน์ของนักพัฒนาที่ต้องการสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย หลีกหนีความวุ่นวาย ปัญหารถติด และความรีบเร่งจากสังคมเมือง สู่โครงการที่อยู่อาศัยที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ใกล้โรงเรียนนานาชาติหลายแห่ง โดยเฉพาะโรงเรียนนานาชาติ เกรซ แคมปัสใหม่ ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โครงการพัฒนาแบบบูรณาการของเกรซแลนด์ ประกอบด้วย 3 โซน เราใช้วิธีการแบบองค์รวม เพื่อให้ครอบครัวอยู่ในชุมชนที่มีพร้อมด้วยกิจกรรมทางธุรกิจ การค้า การศึกษา สังคม นันทนาการ และศูนย์กลางเทคโนโลยี ฟาร์มและอาหาร องค์ประกอบชุมชนเกรซแลนด์ ประกอบด้วย 3 โซนดังนี้

1. Graceland Family Residences โครงการบ้านจัดสรร เกรซแลนด์ แฟมิลี่ เรสซิเดนซ์ ประกอบด้วยเนื้อที่โครงการ กว่า 74 ไร่ แบ่งเป็น 5 เฟส จำนวน 235 หลังคาเรือน สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกของโครงการ ประกอบด้วย พื้นที่สีเขียว 4,100 ตรม. พร้อมกับสนามเด็กเล่น และลู่วิ่งรอบสวนออกกำลังกายยาว 300 ม. พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. พร้อมกล้องวงจรปิด ทั้งโครงการ

2. Graceland Community Village ครอบคลุมพื้นที่เชิงพาณิชย์ จำนวน 20 ไร่ คาเฟ่ Co-working space สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ 25 เมตร, สระเด็ก, Gym พื้นที่ค้าปลีก รวมไปถึงห้องอเนกประสงค์เพื่อใช้ประชุม Playground BBQ Area สนามออกกำลังกาย หรือจัดกิจกรรมต่างๆ พร้อมทั้งโซนค้าขาย ร้านค้าชั้นนำ ไลฟ์สไตล์และบริการมากมาย ถูกจัดให้บริการในโซนนี้ (ส่วน GSC Sport Center ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของส่วนกลางของโครงการเกรซแลนด์)

3. Graceland Farm & Food Tech Hub ศูนย์กลางเทคโนโลยี ฟาร์มและอาหาร ด้วยความร่วมมือจาก บริษัท NETATECH จากประเทศสิงคโปร์ มาตั้งศูนย์กลางเทคโนโลยีการเกษตรและอาหารระดับโลก มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างเครือข่ายที่สำคัญเพื่อเชื่อมต่อระหว่างผู้ประกอบการ, องค์กร, เกษตรกร, สถาบันการศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวิจัย และพัฒนาการเกษตรและอาหาร

คณะมนุษยศาสตร์ มช. เฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี คณะมนุษยศาสตร์ “Bridge to Livable Future”31สิงหาคม.นี้

เมื่อ​วันที่​ 20 ส.ค.67 เวลา 13.00 ​น. ณ ห้องประชุมศาสตราจารย์ ดร.หม่อมหลวงตุ้ย ชุมสาย อาคาร HB7 ชั้น 8 คณะมนุษยศาสตร์ ​มหา​วิทยาลัย​เชียงใหม่โดยมี​ ผู้ช่วยศาสตราจารย์​ระพี แสงสาคร รองคณบดีคณะมนุษยศาสตร์​ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พศุตม์ ลาศุขะ รองคณบดีคณะมนุษยศาสตร์​ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กรวรรณ พรหมแย้ม ผู้ช่วยคณบดีคณะมนุษยศาสตร์​และ เจ้าสุรีย์ ณ เชียงใหม่ ศิษย์เก่าดีเด่นของคณะมนุษย์ศาสตร์ รุ่นแรกๆของคณะมนุษย์ศาสตร์ พ.ศ. 2010 ร่วมแถลงข่าวการจัดงานในครั้งนี้​

คณะมนุษยศาสตร์ เป็นหนึ่งในสามคณะที่ได้รับการจัดตั้งขึ้นในระยะเริ่มแรกของการก่อตั้ง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งได้แก่ คณะวิทยาศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ และคณะมนุษยศาสตร์ ทั้งสามคณะนี้ ได้เปิดสอนวิชาขั้นพื้นฐานทั้ง 3 หมวด คือ วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ทั้งนี้เพราะ นักการศึกษาสมัยนั้นเชื่อว่าบัณฑิตที่สมบูรณ์แบบควรจะมีความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติของสิ่งต่าง ๆ เกี่ยวกับ สังคมของมนุษย์ เกี่ยวกับจิตใจและคุณสมบัติต่าง ๆ ของมนุษย์เอง ในปีแรกของการจัดตั้งคณะเมื่อปี พ.ศ.2507 นั้น


คณะมนุษยศาสตร์ เป็นหน่วยงานที่ก่อตั้งขึ้นพร้อมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อจัดการศึกษา ส่งเสริมด้านวิชาการ วิชาชีพ ผลิตบัณฑิตและงานวิจัยที่มีความเป็นเลิศทางวิชาการ รวมถึงบริการวิชาการสู่สังคม ทำนุบำรุงและส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม เนื่องในวาระโอกาสครบรอบ 60 ปี แห่งการก่อตั้ง คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงกำหนดจัดงานเฉลิมฉลองขึ้นในวันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม 2567 เป็นโอกาสสำคัญในวาระครบรอบ 60 ปี คณะมนุษยศาสตร์ได้จัดพิธีทำบุญวันคล้ายวันสถาปนา และพิธีทำบุญครบรอบ 115 ปี ชาตกาลศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.หม่อมหลวงตุ้ย ชุมสาย และบุรพชน และงานเฉลิมฉลอง เวลา 08.30 – 12.00 น. ณ ห้องประชุมศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.หม่อมหลวงตุ้ย ชุมสาย HB7804

และในวันเดียวกันตั้งแต่เวลา 17.00 น. งานเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี คณะมนุษยศาสตร์ “Bridge to Livable Future” คืนสู่เหย้าชาวมนุษยศาสตร์ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษาเก่า กับนักศึกษาปัจจุบัน ในวันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม 2567 ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยภายในงานจะมีพิธีมอบรางวัลนักศึกษาเก่าดีเด่น กิจกรรมเล่นเกมชิงรางวัลพิเศษจากคณะมนุษยศาสตร์ กิจกรรมแจกรางวัลพิเศษ ทองคำ จำนวน 6 รางวัล การจัดคอนเสิร์ตการเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี (Home Coming Day) จากวงดนตรี ได้แก่ 1) CMU Alumni Brand 2) Mary James และ3) SL MUSIC ซึ่งบรรยากาศของเทศกาลเฉลิมฉลอง ท่านจะได้สัมผัสความอบอุ่น ความสนุกสนาน และความประทับใจ ที่สำคัญคณะมนุษยศาสตร์ได้จัดเตรียมบูธอาหารที่ขึ้นชื่อในจังหวัดเชียงใหม่ อย่างหลากหลายไว้คอยต้อนรับทุกพี่ๆ ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน รวมถึงทุกท่านที่เข้าร่วมกิจกรรม

ขอเชิญทุกท่านมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำที่จะเกิดขึ้นไปพร้อมๆกัน “Bridge to Livable Future” กดซื้อบัตรง่ายๆ คลิกเลย https://cmu.to/human-60year-register กำหนดวันจัดกิจกรรม วันที่​31 สิงหาคม 2567 เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป
ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

พระสงฆ์นักพัฒนาผู้ที่มีเมตตาธรรมค้ำจูนโลก “พระครูวิสุทธิกิจจานนท์”ในโครงการช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงวัดล่ามช้าง

วันนี้ขอพาเข้าไปในวงการพระพุทธศานา พาไปกราบไหว้ให้รู้จักพระสงฆ์ธรรมดารูปหนึ่งของเมืองเชียงใหม่ แต่ในความเป็นพระธรรมดาของวัดเล็กๆใจกลางเมืองเชียงใหม่ แต่การพัฒนาคุณภาพชีวิตในคนชุมชนรอบวัดท่านไม่ได้เล็กเลย ความเป็นพระพัฒนา นักคิด นักไฝ่รู้ ทำให้ท่านไม่ใช่พระสงฆ์ธรรมดา ภาระกิจที่ท่านสร้างยิ่งใหญ่มาก สมกับคำว่า”ผู้มีเมตตาธรรมค้ำจูนโลก”วันนี้จึงขอพามารู้จักกับพระครูวิสุทธิกิจจานนท์ หรือ อดีตพระปลัดอานนท์ วิสุทโท หรือ ตุ๊นนท์ เจ้าอาวาสวัดล่ามช้าง ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จ้าคณะตำบลศรีภูมิเขต4 ผู้ที่ร่วมก่อตั้งโครงการช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงวัดล่ามช้าง โดยร่วมกับ คุณ พรฤดี พุทธิศรี สท.เทศบาลนครเชียงใหม่ และเพื่อร่วมงานที่รวบรวมผู้ใจบุญมาช่วยเหลือเพื่อมนุษย์ นอกจากพัฒนาคุณภาพชีวิตคนในชุมชนวัดล่ามช้าง จนเป็นชุมชนแบบอย่างของชุมชนเมืองเชียงใหม่ ที่มีหลายชุมชนมาดูงานกัน


ก่อนที่จะพาไปชมผลงานต่างๆของ พระครูวิสุทธิกิจจานนท์ หรือตุ๊นนท์ ของหมู่เฮา ก็จะพากันรู้จักกับประวัติความเป็นมาของพระสงฆ์ ท่านนี้ว่าเป็นใครมาจากไหน เท่าที่ได้ค้นหาประวัติท่านทราบว่าพระอานนท์เกิดที่อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ในวัย 12 ปี ท่านตัดสินใจจากบ้านเกิดเมืองนอนมาที่เชียงใหม่ใน พ.ศ. 2532 บวชเป็นสามเณรที่วัดล่ามช้าง เพื่อจะได้มีโอกาสได้เรียนต่อ โดยมี ครูบาสิงห์คำ กญจโน เจ้าอาวาสวัดล่ามช้างเวลานั้นเป็นผู้ประกอบพิธีบรรพชาอุปสมบทให้โดยในช่วงที่บวชเป็นสามเณรก็ใช้เวลาในการศึกษาหาความรู้เรียนที่โรงเรียนธรรมราชศึกษา วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร จนจบ ม.6และท่านก็มุมานะ เรียนต่อ ที่มหาวิทยาลัยปทุทธานี้จนจบระดับปริญญาตรีนิติศาสตร์

และในขณะนี้กำลังศึกษาต่อปริญญาโทโดยในช่วงเรียนก็ยังจำพรรษาอยู่ที่วัดล่ามช้างศึกษาด้านพระธรรมจากครูบาสิงห์คำ กญจโน เจ้าอาวาสวัดล่ามช้างเวลานั้น ต่อมาท่านอาจารย์มรณะภาพลง ก็ยังรักษาการเจ้าอาวาสจนกระทั่งได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสมาจนถึงปัจจุบันโดยในช่วงที่ดูแลวัดก็ได้ประสานกับทางชุมชนร่วมกันพัฒนาวัดและคุณภาพชีวิตโดยเริ่มจากการช่วยเหลือผู้คนในชุมชนรอบวัด และขยายไปยังจุดอื่น จนกระทั่งมีโครงการช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงวัดล่ามช้าง โดยร่วมกันศิษยานุศิษย์ผุ้ใจบุญ ทำหน้าช่วยเหลือชาวบ้านและขยายการช่วยเหลือออกไป


โดยในปัจจุบันโครงการช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงวัดล่ามช้าง ไดรับมอบเตียงผู้ป่วย ถังอ๊อกซิเจน และของใช้สำหรับผู้ป่วยติดเตียง เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่ขาดแคลน มากกว่า 300 รายรวมไปถึงศูนย์เด็กเล็กในพื้นที่ห่างไกลที่ขาดแคลนอุปกรณ์ทางการศึกษาด้วย โดยทางญาติผู้ป่วยที่มาขอรับเตียงและถังอ๊อกซิเจน จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาใช้บริการของทางวัด รวมทั้งการบริจาคโลงศพให้ผุ้ยากไร้อีกจำนวนมาก และการขยายการช่วยเหลือออกไปไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ห่างไกล ผุ้ป่วยยากไร้ติดเตียงร่วมทั้พระชราตามพื้นที่ชนบทเช่นใน อำเภออมก๋อย สะเมิง พร้าว และไกลสุดที่มาขอความช่วยเหลือจาก จ.ยะลา ซึ่งในหลายพื้นที่ห่างไกลที่ทางพระครูวิสุทธิกิจจานนท์ ต้องเดินทางไปเองพร้อมกับกลุ่มศิษยานุศิษย์ผู้ใจบุญ


อย่างไรก็ตามทางวัดและโครงการช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงวัดล่ามช้าง ยังต้องการรับบริจาคอุปกรณ์ต่างๆที่เป็นของจำเป็นในการช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง รวมทั้งอุปรณ์ทางการศึกษาของเด็กๆผู้ใจบุญสามารถนำมาติดต่อบริจาคได้ที่วัดล่ามช้าง อ.เมืองเชียงใหม่


จากผลงานการเป็นพระนักพัฒนาที่ทุ่มเทให้กับวงการพุทธศานา และสาธารณกุศลอย่างไม่หยุด และจะทำต่อไปของพระครูวิสุทธิกิจจานนท์ ทำให้ท่านได้รับรางวัลล่าสุด”บุคคลต้นแบบคนดีศรีแผ่นดิน ประจำปี 2567 จากโครงการคนดีศรีเชียงใหม่”ของ สมาพันธ์กวีวรรณกรรม ล้านนาภาคเหนือ