เชียงใหม่จัดวิ่งเทรลDoi Inthanon Thailand By UTMB® 2023 พร้อมรับนักวิ่งเทรลทั่วโลกเข้าแข่งขัน

เปิดฤดูกาล Doi Inthanon Thailand By UTMB® 2023 พร้อมรับนักวิ่งเทรลทั่วโลกเข้าแข่งขันสนามเมเจอร์ จัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 7-10 ธันวาคม 2566 และได้มีการเปิดระบบรับสมัครอย่างไม่เป็นทางการล่วงหน้า โดยมีผู้สมัครเข้าร่วมการแข่งขันแล้วกว่า 2,200 คน จาก 50 ประเทศทั่วโลก ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ย้ำชัด ประเทศไทยคือ “หนึ่งในศูนย์กลางกีฬาวิ่งเทรลของโลก และเป็นหนึ่งเดียวของทวีปเอเชีย-แปซิฟิก”

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2566 ที่หอคำหลวง อุทยานหลวงงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ นายสิรภพ ดวงสอดศรี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในการแถลงข่าว Doi Inthanon Thailand by UTMB 2023 โดยมี พร้อมด้วยนายเขมพล อุ้ยตยะกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม รองผู้ว่าการ ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย ผู้แทนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ Mrs.Sabrina De Nadai DUMONT ผู้แทนจาก UTMB Asia ร่วมแถลงข่าวเปิดรับสมัคร Doi Inthanon Thailand by UTMB 2023

นายสิรภพ ดวงสอดศรี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ประเทศไทยได้สร้างผลงานอย่างยอดเยี่ยมจากการจัดในปีที่ผ่านมา ทาง UTMBI (Ultra-Trail du Mont-Blanc International) จึงมอบสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพสนามเมเจอร์ประจำเอเชีย-แปซิฟิกต่อเนื่องไปอีก 2 ปี ด้วยความมุ่งมั่นในการทำงาน และยกระดับการจัดการแข่งขันในทุกปีอย่างต่อเนื่อง ทำให้รายการนี้เป็นที่ยอมรับจากนักวิ่งเทรลทั่วโลกที่เดินทางมาร่วมแข่งขัน ขณะนี้จึงสามารถกล่าวได้อย่างมั่นใจว่า ในวันนี้ประเทศไทยคือ “หนึ่งในศูนย์กลางกีฬาวิ่งเทรลของโลก และเป็นหนึ่งเดียวของทวีปเอเชีย-แปซิฟิก” และถือเป็นแหล่งรายได้ใหม่ของประเทศ ที่จะสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจในแต่ละปีนับร้อยล้านบาท

โดยเฉพาะปี 2566 นี้ในรายการ Doi Inthanon Thailand by UTMB® คาดว่าจะมีนักกีฬา และ ผู้ติดตามกว่า 15,000 คน ที่เดินทางมาจากทั่วโลก ซึ่งสามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้มากกว่า 800 ล้านบาทได้อย่างแน่นอน

นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม รองผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาอาชีพ และกีฬามวย ได้กล่าวถึงการจัดการแข่งขันในปี 2566 ที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ คือ การย้ายศูนย์กลางการจัดการแข่งขันจากอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ มาอยู่ที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสามารถรองรับนักกีฬา และผู้ติดตามได้นับหมื่นคน โดยปีนี้จะทำการจัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 7-10 ธันวาคม 2566 และได้มีการเปิดระบบรับสมัครอย่างไม่เป็นทางการล่วงหน้า โดยมีผู้สมัครเข้าร่วมการแข่งขันแล้วกว่า 2,200 คน จาก 50 ประเทศทั่วโลก

ด้าน Mrs.Sabrina De Nadai DUMONT ผู้แทน UTMB เอเชีย กล่าวชื่นชมในความสำเร็จ และการมีมาตรฐานการจัดการแข่งขันและการทำงานที่สูง จนเป็นที่ยอมรับจากนักกีฬา และ Committee ของ UTMBI (Ultra-Trail du Mont-Blanc International)

การแข่งขัน Doi Inthanon Thailand By UTMB® 2023 นี้ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-10 ธันวาคม 2566 ณ หอคำหลวง อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ โดยแบ่งประเภทการแข่งขัน 6 ระยะ ได้แก่ TRANS-INT 160 ระยะทาง 179 กิโลเมตร ความสูงสะสม 9,000 เมตร, ELEPHANT 100 ระยะทาง 94 กิโลเมตร ความสูงสะสม 4,970 เมตร, HMONG 50 ระยะทาง48 กิโลเมตร ความสูงสะสม 2,410 เมตร, PALACE 20 ระยะทาง 25 กิโลเมตร ความสูงสะสม 1,220 เมตร, RAJAPRUEK 10 ระยะทาง 10 กิโลเมตร ความสูงสะสม 290 เมตร, WARM UP RUN ระยะทาง 3 กิโลเมตร เส้นทางการแข่งขันนั้นได้มีการปรับเส้นทางการแข่งขันให้ผ่านจุดธรรมชาติที่สวยงาม และมีชื่อเสียงที่สถานที่ท่องเที่ยวหลักและรองของจังหวัดเชียงใหม่ ปรับให้ผ่านหมู่บ้าน ชุมชน วัด เพื่อให้นักวิ่งได้สัมผัสบรรยากาศที่น่าประทับใจ โดยผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมแข่งขันได้ที่ https://inthanon.utmb.world/

นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม รองผู้ว่าการ ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย ผู้แทนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ว่า การจัดงานวิ่งเทรลดังกล่าว เป็นครั้งที่ 4 ของการวิ่งที่ดอยอินทนนท์ และเป็นการวิ่งครั้งที่ 2 ของเมเจอร์ประจำเอเชีย-แปซิฟิก ประสบความสำเร็จอย่างสูงที่จัดวิ่งที่ดอยอินทนนท์ วันนี้ที่ดอยอินทนนท์คับแคบไปแล้วสำหรับการจัดวิ่งดังกล่าว ไม่สามารถที่จะรองรับนักวิ่งที่เดินทางมาจากทั่วโลกมาวิ่งกันจำนวนมาก และที่สำคัญเป็นห่วงเรื่องระบบนิเวศน์ จึงได้พิจารณาสถานที่ที่เหมาะสม ก็เลือกเอาที่หอคำหลวง อุทยานหลวงงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ เพราะมากด้วยความสวยงาม และมั่นใจว่านักวิ่งทั้งชาวไทยและต่างชาติประทับใจกับบรรยากาศที่สวยสดงวดงาม และในช่วงเดือนธันวาคม อากาศที่เย็นสบาย ไม่มีบรรยากาศที่สมบูรณ์แบบไปมากกว่านี้แล้ว

“ได้เลือกเส้นทางไว้หลายระยะ เราจะกระจายไปวิ่งในชุมชนต่างๆ เช่น จัดนักวิ่งไปออกสตาร์ท ที่ อ.จอมทอง ไปตามตำบลอื่นๆบ้าง ประมาณ 4-5 แห่ง และสุดท้ายทุกคนมาจบที่เส้นทางแห่งนี้ คือ ที่อุทยานหลวงงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่แห่งนี้ อย่างไรก็ก็ตามทีมทำงานของหาและเลือกจุดออกสตาร์ทที่เหมาะสม เพื่อกระจายรายได้ไปยังจุดออกสตาร์ทในพื้นที่ต่างๆในอำเภอต่างๆ ซึ่งขอเวลาคณะทำงานจะสรุปได้ในช่วง 1 เดือนนี้ จะได้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น”

สำหรับข้อกังวัลว่าการวิ่งเทรลจะกระทบกับธรรมชาติที่เสียหายทำให้นักอนุรักษ์ไม่เห็นด้วยนั้น นายทนุเกียรติ กล่าวว่า “การวิ่งเทรล เราเข้าใจความรู้สึกและเคารพนักอนุรักษ์ เพื่อคลายความกังวล เราเองได้พยายามเต็มที่แล้วที่กำหนดเส้นทางวิ่งที่เป็นเส้นทางแนวกันไฟอยู่แล้ว ไม่วิ่งในเส้นทางกำหนดใหม่ ไม่กระทบกับระบบนิเวศ

TAGTHAiแพลตฟอร์มท่องเที่ยวแห่งชาติ เปิดตัว “เชียงใหม่พาส ซิตี้พาสใบแรกของจังหวัดเชียงใหม่ ในคอนเซ็ปท์ กิน เที่ยว ครบ จบในบัตรเดียว

TAGTHAi (ทักทาย) แพลตฟอร์มท่องเที่ยวแห่งชาติ เปิดตัว “เชียงใหม่พาส (Chiang Mai Pass)” ซิตี้พาสใบแรกของจังหวัดเชียงใหม่ ในคอนเซ็ปท์ กิน เที่ยว ครบ จบในบัตรเดียว

TAGTHAi (ทักทาย) แพลตฟอร์มท่องเที่ยวรูปแบบดิจิทัลแห่งชาติ ที่รวบรวมบริการด้านการท่องเที่ยวต่าง ๆ แบบไร้ขีดจำกัด นำเสนอรูปแบบประสบการณ์การท่องเที่ยวในหลากหลายมิติ เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ ขานรับการท่องเที่ยวและการใช้ชีวิตในรูปแบบดิจิทัล เปิดตัว “เชียงใหม่พาส (Chiang Mai Pass)” ซิตี้พาสที่ตอบโจทย์และอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวในรูปแบบบัตรรวมสถานที่ท่องเที่ยว หรือ Multi-attraction City Pass หวังสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวฉบับใหม่ ด้วยการรวบรวมและเชื่อมต่อบริการ สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร  และสปา  รวมถึงร้านค้าต่าง ๆ จากผู้ประกอบการในจังหวัดเชียงใหม่มากกว่า 60 ราย เข้า เสริมทัพและตอกย้ำความเป็นแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวหลักของประเทศ เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวและช่วยเหลือผู้ประกอบการไทย

นายกลินท์ สารสิน ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และประธานคณะจัดการ บริษัท ไทย ดิจิทัล แพลตฟอร์ม วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ผู้ร่วมก่อตั้งแอปฯ TAGTHAi กล่าวว่า “จากความสำเร็จของ TAGTHAi (ทักทาย) แพลตฟอร์มบริการด้านการท่องเที่ยว ที่เปิดตัว Bangkok pass, Golf pass, ONESIAM pass ในช่วงที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นกว่า 700,000 ครั้ง ซึ่งเป็นที่ชัดเจนว่า TAGTHAi (ทักทาย) นั้นเป็นแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวอย่างแท้จริง จึงเป็นที่มาของการเปิดตัว “เชียงใหม่พาส” ตัวช่วยอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยวแบบไร้รอยต่อ (Seamless) และไร้สัมผัส (Contactless) ในรูปแบบของซิตี้พาส กิน เที่ยว ครบ จบในบัตรเดียว โดยนักท่องเที่ยวสามารถเลือกไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบ ซึ่งถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดีโดยคนท้องถิ่นด้วยตัวคุณเอง จึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับบริการที่ดี สะดวกสบาย และคุ้มค่าจากพันธมิตรธุรกิจของเราทั่วจังหวัดเชียงใหม่กว่า 60 ราย ”

ซึ่ง TAGTHAi (ทักทาย) เป็นแพลตฟอร์มที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวของไทยที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2566 คาดว่า รายได้จากการท่องเที่ยวจะอยู่ที่ 2.4 ล้านล้านบาท ประกอบกับการแพร่ระบาดของโควิด -19 ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ให้ความสำคัญการเว้นระยะห่างและลดการสัมผัส ทำให้เชื่อว่า TAGTHAi (ทักทาย) จะเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นการจับจ่ายภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีเชี่ยวชาญในการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อวางแผนการท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เฉพาะตัว

“นอกจาก TAGTHAi (ทักทาย) จะตอบโจทย์ครบจบในบัตรเดียวสำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว เรายังมุ่งหวังให้คนท้องถิ่น หรือผู้ประกอบรายย่อยใช้ “เชียงใหม่พาส” เป็นอีกหนึ่งช่องทางจัดจำหน่าย และขยายฐานลูกค้านักท่องเที่ยวต่างชาติ ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสเพิ่มรายได้บนช่องทางดิจิทัล เพราะสามารถเข้าถึงลูกค้าได้กว้างและหลากหลายมากขึ้น เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนท้องถิ่น” นายกลินท์ กล่าว

สำหรับ TAGTHAi (ทักทาย) คือแพลตฟอร์มบริการด้านการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยวในทุกมิติ ตั้งแต่การให้ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว ช่วยวางแผนการท่องเที่ยว และเชื่อมโยงไปยังระบบการจองที่พัก และตั๋วเครื่องบิน รวมไปถึงการร่วมกันพัฒนาศักยภาพด้านดิจิทัล เทคโนโลยีระหว่างภาคเอกชนชั้นนำของประเทศกว่า 20 หน่วยงาน  โดยมีความมุ่งหมายให้เป็นแพลตฟอร์มท่องเที่ยวแห่งชาติ (National Tourism Platform) ของคนไทย ในปัจจุบันมีการให้บริการ City Pass, การจองตั๋วเครื่องบิน โรงแรม บริการให้ความช่วยเหลือสำหรับนักท่องเที่ยว (SOS) รวมไปถึงการให้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวต่างๆ

โดยนักท่องเที่ยวสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน TAGTHAi ได้แล้ววันนี้ที่ App Store และ Play Store และสามารถซื้อ Chiang Mai TAGTHAi Pass ในราคาเริ่มต้นเพียง 1,490 บาท พร้อมใช้รหัสส่วนลด (Promo Code) CNX100 เพื่อรับส่วนลดจำนวน 100 บาท สำหรับทุกการซื้อ (จำกัดเพียง 100 ท่านแรก) นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการด้านธุรกิจท่องเที่ยวที่สนใจ

มาป่ะกั๋นตี๊เจียงใหม่เจ้า…..นาย ใบเฟิร์น พรีเซ็นเตอร์คู่ Better Together สุดปัง! มอบมหัศจรรย์ความสุข ของการรวมทรูดีแทค ให้จาวเหนือกุ้มแต๊กุ้มว่า

3 มิถุนายน 2566 – ทรู คอร์ปอเรชั่น ชูภาพเทเลคอม เทคคอมปานี ที่มุ่งนำเทคโนโลยีเข้าถึงทุกคนและทำให้ชีวิตดียิ่งขึ้นในทุกวัน เดินหน้าส่งมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งกว่าจากการรวมทรูดีแทค ด้วยกิจกรรมโรดโชว์ นำพรีเซ็นเตอร์คู่ใหม่ นาย-ใบเฟิร์น ขึ้นเหนือแอ่วเชียงใหม่ เรียกกระแสความฟินทะลุจอไปทั่วเมือง จากวิดีโอโฆษณาออนไลน์ซีรีส์ 5EP ในแนวมัลติเวิร์ส ที่ใหม่และแปลกตา เพิ่มความผูกพันของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ทรู พร้อมสานต่อแนวคิด Better Together ชีวิตดีกว่า เมื่อมีกันและกัน ด้วย 5 สิ่งที่ดีกว่าคือ 1.เครือข่ายที่ดีกว่า 2. แพ็กเกจที่คุ้มกว่า 3.ความบันเทิงที่เต็มอิ่มกว่า 4. สิทธิพิเศษที่เหนือกว่า 5. คุณภาพบริการที่ล้ำกว่า ยกขบวนสินค้าที่ครบกว่า คุ้มกว่า เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงชีวิตดิจิทัล และ5G ที่ดีที่สุด ด้วยสมาร์ทโฟนแบรนด์ดังราคาพิเศษ แพ็กเกจที่ดีที่สุด ครบ คุ้ม ได้เยอะแบบไม่เคยมีมาก่อน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ชาวเหนือ รวมถึงเน็ตบ้านที่แรงคุ้มยิ่งกว่า และดิจิทัลโซลูชั่นส์เพื่อบ้านอัจฉริยะจาก TrueX พร้อมคอนเทนต์บันเทิงระดับโลกจากทรูวิชั่นส์

นายฐานพล มานะวุฒิเวช หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า “หลังการควบรวมกิจการระหว่าง บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ภายใต้ชื่อ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้นำ เทเลคอม-เทคโนโลยี ที่มุ่งนำเทคโนโลยีเข้าถึงทุกคนและทำให้ชีวิตดียิ่งขึ้นในทุกวัน ทำให้ลูกค้าทั้งแบรนด์ทรูและดีแทคได้รับประโยชน์จากคุณภาพเครือข่ายที่ดีขึ้น และสามารถเข้าถึงการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงด้วยบริการ 5G บนคลื่น 2600 MHz และความครอบคลุมของเครือข่าย 4G/5G ที่ดีขึ้นบนคลื่น 700 MHz ใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถเพลิดเพลินกับผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลายครบวงจรตอบโจทย์ชีวิตยุคดิจิทัลยิ่งขึ้น ทั้งโมบายล์จากแบรนด์ทรู 5G และดีแทค 5G เน็ตบ้านทรูกิกะเทคไฟเบอร์จากทรูออนไลน์ ดิจิทัลโซลูชันส์เพื่อชีวิตอัจฉริยะจากทรูเอ็กซ์ พร้อมคอนเทนต์บันเทิงระดับโลกจากทรูวิชั่นส์


หนึ่งในภารกิจที่สำคัญของทีมการตลาดคือการเร่งสร้างการรับรู้สิ่งที่ดียิ่งกว่าของทรูใน 5 แกน ทั้ง เครือข่าย แพ็กเกจความบันเทิง สิทธิพิเศษและคุณภาพบริการที่ล้วนดียิ่งขึ้นภายหลังการรวมธุรกิจ อันจะเป็นกลยุทธ์หลักในการรุกตลาดชูความโดดเด่นของการรวมกันของสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อสร้างสิ่งที่ดียิ่งกว่า และคุ้มค่ากว่าให้ลูกค้าของเรา ภายใต้แนวคิด Better Together โดยนำพรีเซ็นเตอร์ นาย และใบเฟิร์น ซึ่งเป็นคู่ที่น่ารัก ลงตัว สามารถสร้างพลังงานเชิงบวก มีเสน่ห์ เข้าถึงได้ และมีความเป็นตัวตนที่แท้จริง ตรงกับบุคลิกภาพของแบรนด์ทรู ซึ่งถ่ายทอดในรูปแบบซีรีส์ 5 EP. แนวมัลติเวิร์ส ให้ทั้งคู่พบกันในเวิร์ส หรือมิติต่างๆ มาถ่ายทอดจุดยืนแบรนด์ทรูและดีแทคในการส่งมอบสินค้าและบริการที่เข้าใจในความต้องการอย่างแท้จริง และโปรโมตสินค้าและบริการเข้าถึงคนได้ทุกกลุ่ม ซึ่งได้รับการตอบรับและประสบความสำเร็จอย่างสูง


ในวันนี้ทรู ตั้งใจจะนำนายและ ใบเฟิร์น มามอบมหัศจรรย์ความสุขของการรวมทรู ดีแทค พร้อมกับสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าทรูและดีแทคในงาน Better Together Festival ที่เชียงใหม่ และทุกภาคทั่วประเทศไทย รวมถึงข้อเสนอที่คุ้มค่าที่สุดของแพ็กเกจสมาร์ทโฟน เพื่อช่วยขจัดข้อจำกัดในการเข้าถึงวิถีดิจิทัลของคนไทยทั่วประเทศ

นางสาวทิพยรัตน์ แก้วศรีงาม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการจัดการระดับภูมิภาค บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การรวมกันของทรู ดีแทค เป็นการรวมสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อยกระดับมาตรฐานประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าทั่วประเทศกว่า 50.5 ล้านคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการดูแลและให้บริการลูกค้า โดยได้มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัล มาช่วยในการวิเคราะห์ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ลูกค้าได้ตรงใจมากขึ้น ทั้งการนำเสนอสินค้าบริการ การมอบสิทธิพิเศษ ตลอดจนช่องทางการเข้าถึง O2O ผ่านการผนึกพลังทั้งออฟไลน์ในเครือทั่วประเทศและออนไลน์แบบ 24 ชั่วโมง ทำให้ลูกค้าจะได้สัมผัสสุดยอดประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง และไร้รอยต่อในทุกจุดบริการ รวมทั้งยกระดับบริการหลังการขายที่นำเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ทำให้ลูกค้าใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและราบรื่น


กิจกรรม Better Together Festival ที่เชียงใหม่และในภาคเหนือ ในครั้งนี้ เราต้องการนำเอาประโยชน์จากการใช้บริการของทั้งแบรนด์ทรูและดีแทค ที่เพิ่มมากขึ้นมามอบให้ผู้ใช้บริการในภาคเหนือ ได้สัมผัสประสบการณ์ ชีวิตที่ดีขึ้น เมื่อเรามีกันและกัน โดยได้จัดแพ็กเกจและสิทธิพิเศษมาเอาใจหมู่เฮาจาวเหนือตลอด เดือน มิ.ย. – ก.ค. 66ประกอบด้วย”
Wonderful deal แพ็กเกจพิเศษสุดเฉพาะคนบ้านเฮาจาวเหนือ

คุ้ม! ได้ใจคนทุกวัย
1) นักเรียน นักศึกษา – เฉพาะลูกค้าทรู รับสิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่สมัครแพ็ก Super You Sim ภายในงาน Better Together Festival รับเพิ่ม อินเทอร์เน็ต 5GB และ เติมเงิน มูลค่า 100 บาท
2) วัยเก๋า – เฉพาะลูกค้าทรู สิทธิพิเศษสำหรับคนสูงวัย…เติมเงิน 250 บาท (ใช้เบอร์เดิม หรือเปิดเบอร์ใหม่ภายในงาน Better Together Festival) รับเน็ต 4Mbps (50 GB) ใช้งานได้ 30 วัน รับฟรี สิทธิ์ ปรึกษาหมอดี 1 ครั้ง/FWD ประกันชีวิตฟรี 30 วัน/True Coupon 100 บาท ใช้แลกซื้อสินค้าได้ที่ 7-Eleven/Lotus’s/Makro

คุ้ม! ได้ใจสายมู เป็นเจ้าของ เลขหงส์ เลขมังกรแท้ ในราคาสุดคุ้ม! เลขมหาเศรษฐี มีบารมี รับเงิน ก้อนโต เบอร์มังกรแท้ 789 เบอร์หงส์แท้ 289 เพียงสมัคร พร้อมแพ็กเกจรายเดือน 5G Together รับเพิ่มสิทธิพิเศษ Wonderful Pack ในราคา เริ่มต้นเพียง 699 ต่อเดือน

คุ้ม! ได้ใจสายเกม
1) UP2U Top Up – เฉพาะลูกค้าทรู สิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่สมัครแพ็ก UP2U รับคูปองพิเศษ ฟรี McDonald’s ภายในงาน Better Together Festival *มีจำนวนจำกัด
2) Game Up – เฉพาะลูกค้าทรู 5G Better Together Festival ตลอดเดือน พฤษภาคม ถึง กรกฎาคม 2023 พบกับแพ็กเกจสำหรับลูกค้า Truemove H รับส่วนลดเติมเกมที่กำหนด 16% สูงสุด 500 บาท (จากปกติแค่ 200 บาท) เพียงกรอกโค๊ด TOGETHER 1 เบอร์สามารถใช้โค๊ดได้ 3 ครั้ง ตลอดระยะเวลาแคมเปญ
3) Gaming Nation – เล่นได้ทุกเครือข่าย


สมาชิกใหม่ – ลูกค้าดีแทค สมัครสมาชิก Gaming Nation รับส่วนลด 15% สูงสุด 300 บาททันที เมื่อชำระผ่านเบอร์ดีแทค ลูกค้าทรูและทั่วไป สมัครสมาชิก Gaming Nation รับส่วนลด 5% สูงสุด 300 บาททันทีสมาชิกปัจจุบัน – ลูกค้าดีแทค เติมเกมลด 10% สูงสุด 150 บาท เมื่อชำระผ่านเบอร์ดีแทค
ลูกค้าทรูและทั่วไป เติมเกมลด 5% สูงสุด 200 บาท
4) Gaming Nation Play – เฉพาะลูกค้าดีแทค เล่น 1,800 เกมฟรีไม่อั้น 7 วัน เมื่อสมัคร Gaming Nation Play เพียง 59 บาทต่อสัปดาห์ รับสิทธิ์ได้ที่ ดีแทค แอป

คุ้ม! โดนใจ กับสมาร์ทโฟนแบรนด์ดัง และเน็ตบ้านเสถียรกว่า ดูแลดีกว่า เลือกได้มากกว่า
1) สมาร์ทโฟน 4G/5G ราคาสุดพิเศษ พร้อมรับเน็ตเพิ่มรวม 20 GB นาน 6 เดือน มูลค่า 2,994 บาท เมื่อซื้อเครื่องพร้อมสมัครแพ็กเกจรายเดือน 5G Together หรือ 5G Better เริ่มต้น 499 บาท
ทรู: ซื้อมือถือคุ้มสุดซื้อที่ทรู รุ่นที่ร่วมรายการ
iPhone: iPhone 12 / iPhone 14 Series / True Brand: True A 5G /OPPO: A17K / A78 5G / Find N2 Flip 5G / Redmi: Note12 5G / Redmi Note 12 Pro 5G / Samsung: A04s / A14 5G / Realme: C33
ดีแทค: ครบดีถูก รุ่นที่ร่วมรายการSamsung: A14 5G / A23 5G / OPPO: A78 5G / Realme: 10T 5G
2) มือถือ iPhone ราคาสุดพิเศษ พร้อมรับเน็ตเพิ่มรวม 20GB นาน 6 เดือน เมื่อซื้อเครื่องพร้อมสมัครแพ็กเกจรายเดือน 5G Together หรือ 5G Better เริ่มต้น 499 บาท รุ่นไฮไลท์ iPhone 12เริ่มเพียง 16,700 บาท iPhone 14 Series เริ่มเพียง 21,800 บาท เมื่อสมัครตามแพ็กเกจที่กำหนด
3) ทรูกิกะเทคไฟเบอร์ เสถียรกว่า ดูแลดีกว่า เลือกได้มากกว่า เน็ตบ้านเร็วแรงที่คนไทยใช้มากที่สุดพร้อมฟรี! อุปกรณ์อัจฉริยะและคอนเทนต์ระดับโลก แพ็กเกจเริ่มต้น 599 บาท พิเศษลดค่าแรกเข้า 50% เหลือเพียง 450 บาท จากราคาปกติ 890 เฉพาะในงาน Better Together Festival * รับฟรีกล้องCCTV 1ชิ้น
4) แพ็กเกจทรูกิกะเทคไฟเบอร์ พร้อม ทรูวิชั่นส์นาว ให้เลือกในราคาพิเศษ

คุ้ม! จุใจ ทั้งครอบครัว กับ TrueX และทรูวิชั่นส์
1) TrueX: X-Home ดูแลบ้านและคนในครอบครัวให้ปลอดภัยครบวงจร อยู่บ้านให้ปลอดภัย สบายใจด้วย Smarter Kit pack ชุดเริ่มต้นบ้านอัจฉริยะพร้อมกล้องวงจรปิด สมัครวันนี้ รับสิทธิพิเศษ 2 ต่อ ต่อที่ 1 จ่ายเพียง 199 บาท/เดือน จากปกติ 299 บาท ต่อที่ 2 รับส่วนลดบริการติดตั้งถึงบ้าน เหลือเพียง 770 บาท จากปกติ 1,380 บาท เมื่อจองผ่านแอป TrueX วันนี้ ถึง 31 ก.ค. 2566
2) ทรูวิชั่นส์แพ็กเกจแพลททินัม เอชดี และ แพ็กเกจโกลด์ เอชดี ครบทุกคอนเทนต์ชั้นนำ และกีฬาดังระดับโลกสมัคร พร้อมเน็ตทรู ติดตั้งด้วยอินโนไฮบริด พิเศษในงาน ฟรี! ค่าบริการจุดที่ 2 นาน 24 เดือน มูลค่ากว่า 10,000 บาท
3) ทรูวิชั่นส์แพ็กเกจสมาร์ท แฟมิลี่ เอชดี มีการ์ตูนดี สารคดีดัง หนังกีฬามันส์ แบรนด์ดังระดับโลก
สมัครพร้อมเน็ตทรู 1GB เพียง 999 บาท ติดตั้งด้วยอินโนไฮบริด
พิเศษในงาน รับส่วนลด 100 บาท นาน 12 เดือน มูลค่า 1,200 บาท /ฟรีค่าแรกเข้า
4) ทรูวิชั่นส์แพ็กเกจ แฮปปี้ แฟมิลี่ เอชดี แพ็กเริ่มต้นความสุข จุใจ ดูได้ทั้งครอบครัว
สมัครพร้อมเน็ตทรู 1 GB เพียง 799 บาท ติดตั้งด้วยอินโนไฮบริด พิเศษในงาน

Wonderful Together Gift & Lucky draw กินฟรี แลกฟรี หรือ รับส่วนลด และลุ้นกับของรางวัลมากมาย
1) กินฟรี แลกฟรี หรือส่วนลด กดรับ Code คูปองในแอป จากร้านค้าที่ร่วมรายการในเครือเซ็นทรัล
2) สมัครบริการ หรือ ซื้อสินค้าที่ร่วมรายการในงาน หรือ ทรูช็อป ดีแทคช็อป ลุ้นรับ Oppo A78 5G ฟรี จำนวน 40เครื่อง มูลค่าเครื่องละ 8,499 บาท เมื่อสมัครบริการ หรือ ซื้อสินค้าที่ร่วมรายการในงาน หรือ ลุ้นรับ Travel SIM Asia 60 ชิ้น / Go Inter Asia SIM 60 ชิ้น และ Game Coin 50 ชิ้น มูลค่าของรางวัลรวมกันกว่า 500,000 บาท

Wonderful Together มีทแอนด์กรี๊ด “นาย-ใบเฟิร์น”
พบกับพรีเซ็นเตอร์ คู่ใหม่ของครอบครัวทรู มาโชว์ตัวบนเวที ร่วมเล่าความรู้สึกและเบื้องหลังแนวคิดชีวิต ดีกว่า เมื่อมีกันและกัน หรือ Better Together จากวิดีโอโฆษณาออนไลน์ซีรีส์ 5EP ให้แฟนคลับคนเจียง ใหม่ ได้ฟินจิกหมอน นอนหลับฝันดีกันอย่างใกล้ชิด
#TrueXdtacBetterTogether #TruedtacXNineBaifern #BetterTogether
#ชีวิตดีกว่าเมื่อมีกันและกัน #true #dtac

SYM Clinic จัดกิจกรรมแนะนำความงามแบบฉบับเกาหลี

SYM Clinic จัดกิจกรรมแนะนำความงามแบบฉบับเกาหลี

พญ.อัญธิกา ทิพพารักษ์ ผู้บริหาร Sym Clinic จัดกิจกรรมให้คำปรึกษาความงาม ครั้งแรกของเชียงใหม่ที่ได้รับเกียรติจาก “หมอลีวอน” แพทย์เจ้าของ โรงพยาบาล 21 Plastic Surgery บินตรงมาให้คำปรึกษา แนะนำ ความงามตามแบบฉบับเกาหลี ในแบบ Exclusive สุดๆ วันที่ 27 และ 28 พฤษภาคม 2566 ณ โรงแรมบุรีศรีปิงริเวอร์ไซค์เชียงใหม่

งานปรึกษาศัลยกรรมเกาหลี แบบExclusive ครั้งแรกในภาคเหนือพิเศษ พร้อมบริการดูแลก่อน และหลังทำศัลยกรรมเกาหลี พักฟื้นที่ไทย กับคอร์สลดบวม ภายใต้การดูแลของแพทย์ ที่Sym clinicประหยัดเวลา และค่าใช้จ่าย ดูแลความสวยจนถึงกลับประเทศไทย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 065-9416924Page FB Sym Clinic IG Sym.koreasurgery

สมาคมสมองกลฝังตัวไทย จัดงานสัมนา เพื่อหาความร่วมมือแก้ปัญาฝุ่นควันอย่างถาวร ยกให้จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเมืองนำร่อง

วันที่ 19 เมษายน 2566 – จ.เชียงใหม่ : สมาคมสมองกลฝังตัวไทย (TESA : Thai Embedded System Association) จัดงานสัมมนา “เชียงใหม่ กับ PM2.5 ผลกระทบต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจองค์รวม การออกมาตรการ ควบคุม ป้องกัน ปัจจัยที่ผู้ว่าฯ สามารถควบคุมได้ และ ปัจจัยที่ไม่สามารถ
ควบคุมได้” เพื่อหาความร่วมมืออย่างยั่งยืนในการแก้ปัญหาฝุ่นควัน ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ, การท่องเที่ยว และสุขภาพของประชาชน ของชาวเชียงใหม่เป็นอย่างหนัก โดยในงานนี้ได้เชิญผู้เกี่ยวข้อง และองค์กรที่จะร่วมแก้ปัญหา ณ ห้องหลักเมือง โรงแรมคุ้มภูคำ

ปัญหาฝุ่นควันเรื้อรังมานาน ตั้งแต่ พ.ศ. 2550 จนปัจจุบันกว่า 16 ปี ที่ชาวเชียงใหม่ต้องใช้ชีวิตกับอากาศเป็นพิษ หายใจติดขัด และส่งผลกระทบทั้งเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และสุขภาพของประชาชนที่รุนแรง โดยการจัดงานสัมนาในครั้งนี้จะเป็นการบรรยายหัวข้อ เชียงใหม่ เมือง Smart แก้ปัญหามลพิษ จังหวัดนำร่อง” แนวทางของ Smart City สำหรับเมืองเชียงใหม่ที่ถูกต้อง เพื่อแก้ปัญหามลพิษ รวมถึงการสร้าง Ecosystem ที่ยั่งยืน สำหรับเมืองแห่งอนาคต ตามนโยบาย ESG โดย ดร.วัชระ ฉัตรวิริยะ นายกสมาคมสมองกลฝังตัวไทย

 

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้เกียรติเป็นประธานในการเปิดงาน พร้อมด้วย ดร.วัชระ ฉัตรวิริยะ นายกสมาคมสมองกลฝังตัวไทย (TESA : Thai Embedded System Association) ร่วมเปิดงานอย่างเป็นทางการ

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อชี้แจ้งปัญหาให้ทุกภาคส่วน ที่มีศักยภาพเสนอแนวทางการแก้ปัญหาทั้งปัจจัยที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ บูรณาการร่วมกัน ให้เป็นวาระแห่งชาติ เพราะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกแง่มุมทั้งด้านเศรษฐกิจสุขภาพ อนามัย และสุขภาพจิต ยังผลไปสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนและรายรับของประเทศ และเพื่อขอความร่วมมือทุกภาคส่วนโดยเฉพาะภาคเอกชนที่มีศักยภาพ และนำแนวทางจากหน่วยงานในต่างประเทศที่มีการนำกระบวนการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นรูปธรรมด้วยแนวคิด ESG (Environment, Social และ Governance) ซึ่งเป็นแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน เช่น หอการค้าจีน หรือ ประเทศสิงคโปร์ เป็นต้น และเพื่อขอความร่วมมือ ภาคครัวเรือน ภาคประชาชน ให้ตระหนักถึงภาวะสิ่งแวดล้อม และแนะนำการใช้งาน Mobile Application ทั้ง Android และ iOS ชื่อว่า “Windy” เพื่อตรวจสอบสภาพอากาศด้วยตนเอง

บรวงสรวง อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ เปิดกล้องซีรี่ส์ “ผมม้าเดอะซีรี่ส์…รักแรกหรือรักสุดท้าย”“ซีรี่ส์ไทยเรื่องแรกที่ส่งเสริมความหลากหลายทางเพศ” ที่เชียงใหม่​

บรวงสรวง อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ กลางเมืองเชียงใหม่ เปิดกล้องซีรี่ส์ไทย “ผมม้าเดอะซีรี่ส์…รักแรกหรือรักสุดท้าย” “ซีรี่ส์ไทยเรื่องแรกที่ส่งเสริมความหลากหลายทางเพศ”และเผยแพร่แหล่งท่องเที่ยวที่งดงามของเชียงใหม่​

เมื่อ​วันที่ ​29 มี.ค.นี้ ที่ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ จ.เชียงใหม่​ บริษัท ชมิทหลามีเดีย จำกัด โดย “ชมิทหลา เหลี่ยววิริยกิจ” นำคณะเหล่านักแสดงเข้าพิธีบวงสรวงเพื่อเปิดกล้องการถ่ายทำ ซีรี่ส์ไทย เรื่อง “ผมม้าเดอะซีรี่ส์…รักแรกหรือรักสุดท้าย” โดยมี “มุนีพราหมณ์” จากสำนักวัดสุทัศนเทพวราราม มาประกอบพิธีบวงสรวง เพื่อเสริมสิริมงคลในการเปิดกล้องถ่ายทำซีรี่ย์ไทยเรื่องนี้ ซึ่งเป็นการกำกับการแสดงโดย “น้ำฝน” ชมิทหลา เหลี่ยววิริยกิจ ซึ่งเป็นภาคต่อของ “ผมม้าหน้าเต่อ” ซีรี่เรื่องดังเมื่อ ปี 62 โดยมีเหล่า FC ที่ติดตามเข้าร่วมพิธีในครั้งนี้

 

“น้ำฝน” ชมิทหลา เหลี่ยววิริยกิจ เผยว่า การกลับมาของซีรี่ส์ที่เคยสร้างปรากฎการณ์ “ซีรี่ส์ไทยเรื่องแรกที่ส่งเสริมความหลากหลายทางเพศ” โดยเฉพาะกลุ่ม LTที่มีพระเอก นางเอก นักแสดงนําเป็น ทอม ดี้ เลสเบี้ยนทและหลากหลายทางเพศ สร้างเรตติ้งและกระแสการยอมรับให้กับสังคม ด้วยเนื้อหาเกี่ยวกับวัยรุ่น และสังคมที่มีความสนุกสนาน มิตรภาพ ความรัก ครอบครัวที่เกิดขึ้นในกลุ่มนี้ โดย 8 ปีที่หายไป ยังคงมีแฟนคลับที่คอยเฝ้าติดตามอย่างเหนียวแน่น และต่อเนื่อง

จนในวันนี้เราได้มาทำพิธี​บรวงสรวงเปิดกล้องถ่ายซี่รี่ส์ “ผมม้าเดอะซีรี่ส์…รักแรกหรือรักสุดท้าย” โดยเรื่องนี้ทําการถ่ายทําในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่เพื่อเผยแพร่ให้ผู้ชมละครเรื่องนี้ได้ชมตวามสวยงามของเชียงใหม่ท้ังเรื่อง ควบคุมการผลิตและกํากับการแสดงโดย “ชมิทหลา เหลี่ยววิริยกิจ” นําแสดงโดย นักแสดงนําที่เคยร่วมเล่นจากซีรี่ส์ก่อนหน้านี้ อาทิเช่น “พลอย” ศรนรินทร์, “ซาโอะ” กานต์สินี – กันกัน ณัฐวัฒน์ พร้อมด้วยพระเอกนางเอก นักแสดงกลุ่มหลากหลายทางเพศหน้าใหม่ (เจน) ณัฐชา แสงทอง – (ปลายฟ้า) นฤมล สิทธิวัง อดีตนางสาวเชียงใหม่ประจำปี 2562- (จีน่า) ณัฐกฤตา รํามะนู – (ราชัน) ราชัน รุ่งไพรพนา

โดยจะเริ่มออกอากาศทางแพล็ตฟอร์ม The Best Net ไปทั่วโลกตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาค​ม 2566 เป็นต้นไป./

บสย. จัดกิจกรรม นำ SubPAC เยี่ยมชมกิจการลูกค้า บสย. พื้นที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.ลำพูน

นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) นำคณะอนุกรรมการจัดทำบันทึกข้อตกลงและประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจ สาขาสถาบันการเงิน (Performance Agreement Sub-Committee : SubPAC) ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูน เยี่ยมชมกิจการผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นลูกค้าของ บสย. จำนวน 2 ราย โดยมี นายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ ประธานคณะอนุกรรมการประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจ สาขาสถาบันการเงิน (SubPAC) พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการ และหน่วยงานกำกับดูแล ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และ บริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด เมื่อวันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ 2566

สำหรับการเยี่ยมชมกิจการลูกค้า บสย. นั้น เพื่อศึกษาประสบการณ์การเริ่มต้นธุรกิจ จนประสบความสำเร็จ ซึ่ง บสย. ได้ให้การสนับสนุนด้านการค้ำประกันสินเชื่อจนเติบโตและพัฒนากิจการอย่างต่อเนื่อง จนก้าวสู่ตลาดโลก โดยบริษัทที่ บสย. และคณะ SubPAC เยี่ยมชมกิจการมี จำนวน 2 ราย ประกอบด้วย บริษัท เอ็กซา ซีแลม จำกัด ประกอบธุรกิจผลิตทันตกรรมเทียม หรือฟันปลอมที่มีนวัตกรรมและขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีนวัตกรรมการผลิตและส่งให้กับคลินิกทันตกรรม โรงพยาบาล ทั้งในประเทศและส่งออก

บริษัท โกลด์มิลค์ฟาร์ม จำกัด ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่มพาสเจอร์ไรส์ และยูเอชที ภายใต้แบรนด์ “GOLD MILK GUERNSEY” เป็นฟาร์มผลิตน้ำนมโคสายพันธุ์เกิร์นซีย์ ซึ่งเป็นโคนมสายพันธุ์เก่าแก่และหายาก มีองค์ประกอบของน้ำนมและสารอาหารต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ ให้คุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าน้ำนมจากโคนมสายพันธุ์ทั่ว ๆ ไป แห่งแรกในประเทศไทยและใหญ่ที่สุดในเอเชีย

ซึ่ง บสย. สนับสนุนและเข้าไปเติมเต็ม โดยให้การค้ำประกันสินเชื่อผ่านสถาบันการเงินต่าง ๆ จนมีความเข้มแข็ง เติบโต สามารถขยายธุรกิจได้ และเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน

ครูบาน้อย เตชปัญโญ เกจิอาจารย์ล้านนา ออกนิโรธกรรมครั้งสุดท้าย ท่ามกลางศิษยานุศิษย์หลายพันรอใส่บาตร

เมื่อเวลา 06.09 น.วันที่18 ก.พ. 2566 ครูบาน้อย เตชปัญโญ หรือ พระครูสิริศิลสังวรณ์ อายุ 72 ปีเกจิอาจารย์ล้านนา เจ้าอาวาสวัดศรีดอนมูล อ.สารภี จ.เชียงใหม่ออกนิโรธกรรมหลังจากที่เข้านิโรธกรรมตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ.โดย อดอาหาร ฉันน้ำ 1 บาตร เป็นเวลา 3 วัน 3 คืนอยู่ในกระท่อมฟางที่มีรั้วไม้ไผ่ล้อมรอบ7 ชั้นภายในบริเวณวัด

โดยมีศิษยานุศิษย์นับพันมารอตักบาตรทำบุญในการออกนิโรธกรรมในครั้งนี้โดยครูบาน้อยได้นั่งสมาธิท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นและฝนตกลงมาตลอดในช่วงที่เข้านิโรธกรรม3 วัน 15-18 ก.พ. โดยในช่วงที่เข้านิโรธกรรมทางครูบาน้อยจะชักธง”ปราบมารบันดาลโชค”ที่ลงอักขระคาถาไว้ในผืนธงชักขึ้นเหนือกระท่อมฟางในช่วงเข้านิโรธกรรมจะมีเพียงเสียงระฆังเคาะบอกให้ญาติโยมเป็นระยะเท่านั้น จนครบ3 วัน3 คืน


ซึ่งก่อนหน้านี้ ครูบาน้อย เตชปัญโญ หรือ พระครูสิริศิลสังวรณ์ ได้เข้านิโรธกรรมเคยเข้าเป็นเวลานานถึง 9 วัน จากนั้นลดลงมาเหลือ 7 วัน และ 5 วัน จนมาถึง 3 วัน ตามอายุของครูบาน้อย โดยขณะนี้ท่านมีอายุ 72 ปี บรรดาศิษยานุศิษย์ขอให้เข้าเพียง 3 วัน และเป็นครั้งสุดท้าย

สำหรับประวัติครูบาน้อย เตชปญฺโญหรือพระครูสิริศีลสังวร มีนามเดิมว่า ประสิทธิ์ กองคำ (น้อย) เป็นบุตรของคุณพ่อคำ กองคำ และคุณแม่ต๋าคำ กองคำ เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2494 แรม 4 ค่ำ เดือน 3 (เหนือ) ปีขาล ที่บ้านศรีดอนมูล ต.ชมภู อ.สารภี จ.เชียงใหม่มีพี่น้องร่วมบิดา – มารดา เดียวกัน 4 คน เมื่อแรกเกิด เด็กชายประสิทธิ์ กองคำ มีสายรกพันรอบตัว ซึ่งตามความเชื่อของครูโบราณในภาคเหนือได้เล่ากันมาว่า จะได้บวชเป็นพระสืบทอดพระพุทธศาสนาต่อไปและแล้วก็เป็นไปตามความเชื่อของคนโบราณ เด็กชายน้อย ชอบติดตามคุณแม่ต๋าคำไปทำบุญที่วัดในวันพระเสมอ เวลาพระเทศน์ เด็กชายน้อย สำรวม กาย วาจา ใจ ตั้งใจฟังพระเทศน์อย่างใจจดใจจ่อ มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างจริงจัง เมื่ออายุได้ 7 ขวบ คุณแม่ต๋าคำ กองคำ ได้นำไปฝากเป็นเด็กวัดเพื่อเรียนหนังสือกับครูบาผัด (พระครูใบฎีกาผัด ผุสฺสิตธมฺโม) ณ วัดศรีดอนมูล

ซึ่งในสมัยนั้นครูบาผัดเป็นพระที่มีความสามารถทางคาถาอาคม อยู่ยงคงกระพัน และการรักษาผู้ป่วยด้วยยาสมุนไพร จนชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักกันดีในจังหวัดเชียงใหม่ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเด็กชายน้อย ได้รับการพร่ำสอนในเรื่องของ ธรรมมะ อักขระภาษาล้านนา(ซึ่งเป็นภาษาที่รวบรวมคาถาอาคมของคนล้านนาไว้) จากครูบาผัด ด้วยความตั้งใจ เมื่อสิ้นครูบาผัด จึงได้สืบทอดวิชา และการปฎิบัติธรรมที่เคร่งสืบทอดต่อมา จนมีชื่อเสียงด้านปฎิบัติดีปฎิบัติชอบมีลูกศิษย์ที่เลื่อมใสศรัทธาทั้งภายในประเทศและต่างประเทศจำนวนมาก//

Sichuan Global Travel International Travel Service Co.,Ltd ร่วมกับ Sichuan Airlines จัดเที่ยวบินเหมาลำจากเฉินตูบินตรงเข้าจังหวัดเชียงใหม่

Sichuan Global Travel International Travel Service Co.,Ltd ร่วมกับ Sichuan Airlines จัดเที่ยวบินเหมาลำจากเฉินตูบินตรงเข้าจังหวัดเชียงใหม่ หวังกระตุ้นการท่องเที่ยวหลังโควิดเริ่มคลี่คลาย เผยชาวเมืองเฉินตูนิยมมาเที่ยวเชียงใหม่ เพราะอากาศดี สถานที่ท่องเที่ยวและความเป็นอยู่ทุกอย่างเอื้ออำนวย เตรียมบินตรงเข้ามาทุกวัน ขณะที่จะประสานเมืองต่างๆของประเทศจีนให้บินตรงเข้ามาเที่ยวเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง


เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2566 เวลา 19.05 น. สายการบินเสฉวนแอร์ เที่ยวบิน 3 U 3933 ได้ถึงยังท่าอากาศยานจังหวัดเชียงใหม่ เป็นเที่ยวบินปฐมฤกษ์เฉินตู – เชียงใหม่ แบบเหมาลำ โดยนายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นตัวแทนจังหวัดเชียงใหม่ให้การต้อนรับ


MR.GUO HUI ประธานบริหาร Sichuan Global Travel International Travel Sevice เปิดเผยว่า ทาง Sichuan Giobal Travel International Travel Service ดำเนินกิจการเหมาลำสายการบินระหว่างประเทศ มาตลอดระยะเวลา 8 ปี และมีสถิติโดยสารนักท่องเที่ยวจีนหลายแสนคนต่อปีที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย รวมถึงเชียงใหม่ ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจไทย การท่องเที่ยวไทยให้ดียิ่งๆขึ้นไป จากสถานการณ์โควิด 19 ที่เริ่มคลี่คลาย ทางSichuan Global Travel International Travel Service จึงได้ดำเนินการเหมาลำสายการบินเสฉวนแอร์ไลน์ และมีการเหมาลำสายการบินอื่นๆ เพื่อเพิ่มไฟล์บินและกระตุ้นการท่องเที่ยว


“สถานการณ์โควิด 19 ใน 3 ปีที่ผ่านมาภาคธุรกิจท่องเที่ยวกระทบหนักมากนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนงดเดินทางออกนอกประเทศ แต่ปัจจุบันสถานการณ์โควิด 19 ที่เริ่มคลี่คลายก็เป็นโอกาสอันดีที่เราจะเปิดการท่องเที่ยวมายังจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางที่คนจีนโดยเฉพาะชาวเมืองเฉินตูนิยมเดินทางมา ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ความเป็นอยู่ทุกอย่าง เอื้ออำนวยและ อากาศที่เชียงใหม่ก็ดีมาก สำหรับผู้โดยสารที่มาเที่ยวบินในครั้งนี้มีจำนวน 159 คน มาพำนักท่องเที่ยวตั้งแต่ 8 วัน ไปจนถึง 1 เดือน โดยนักท่องเที่ยวที่มาเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง” ประธานบริหาร Sichuan Global Travel International Travel Sevice กล่าวและว่า.


จากการเปิดไฟล์ทบินเหมาลำไฟล์ทแรกคือไฟล์ปฐมฤกษ์เฉินตู เชียงใหม่ ในครั้งนี้คาดการณ์ว่าจะมีการเปิดบินตรงทุกวัน วันละไฟล์ทเลยทีเดียว ในขณะเดียวกัน ทางบริษัท Sichuan Global Travel International Travel Sevice จะประสานกับเมืองต่างๆของประเทศจีนให้บินตรงเข้ามาเที่ยวเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง

TCEB จับมือภาคีเปิดตัวงาน World Tea & Coffee Expo 2023 ที่เชียงใหม่

เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 19 มกราคม 2566 ที่ร้านอาหารชิดลมคาเฟ่ แอนด์ เรสเตอร์รองท์ เชียงใหม่ ดร.จุฑา ธาราไชย ผู้อํานวยการสํานักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคเหนือ (สสปน.) นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ น.ส.จงรัก อิ่มใจ ผู้อํานวยการสํานักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 1 น.ส.สุลัดดา ศรุติลาวัลย์ ผู้อํานวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สํานักงานเชียงใหม่ นายสงกรานต์ มูลวิจิตร นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชํานาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มนโยบายและแผนงานสํานักงานอตุสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ และนายสุรพล ปลื้มใจ ผู้อํานวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน World Tea & Coffee Expo 2023 ซึ่งเป็นงานประชุมและแสดงสินค้าในอุตสาหกรรมชาและกาแฟระดับโลก ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-29 มกราคม 2566 ณ one nimman จ.เชียงใหม่ เพื่อแสดงศักยภาพทางด้านการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชาและกาแฟจากแหล่งปลูกที่ดีที่สุด
ดร.จุฑา กล่าวว่า เรามีเป้าหมายและผลักดันสร้างชื่อเสียงให้ภาคเหนือเป็น “ถิ่นของชาและกาแฟระดับโลก” จากการจัดงานประชุมและแสดงสินค้า World Tea & Coffee Expo 2023 กําหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-29 มกราคม 2566 ณ ศูนย์การค้า One Nimman ย่านธุรกิจที่สําคัญใจกลางเมืองเชียงใหม่ ซึ่งทาง สสปน. ใช้กลไก การแสดงสินค้าขับเคลื่อนพืชเศรษฐกิจระดับภาค เพื่อสร้างชื่อเสียง (Destination Branding) ต่อยอดความพร้อมของ ภาคเหนือตอนบนในการเป็นผู้นําอุตสาหกรรมชาและกาแฟระดับโลก ซึ่งเป็นโครงการที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2563 โดยในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “A Cup of Success” เพื่อเน้นย้ำถึงความสําเร็จของธุรกิจชาและกาแฟในไทยที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด รวมถึงความสําเร็จที่กําลังจะเกิดขึ้นในอนาคต
“ภายในงานแบ่งเป็นสองส่วน ได้แก่ ส่วนของงานแสดงและจําหน่ายสินค้า ในบริเวณพื้นที่ลาน กิจกรรม กลางแจ้ง และส่วนของงานประชุมวิชาการนานาชาติในชื่อ The 3rd Tea and Coffee International Symposium ณ ห้องประชุม Nimman Convention Centre โดยในส่วนของงานแสดง สินค้าประกอบด้วยบูธของผู้ประกอบการจํานวน 50 ราย แบ่งเป็นบูธผู้ประกอบการชาและกาแฟภาคเหนือ รวมทั้งภาคอื่น ๆ จํานวน 45 ราย และต่างประเทศจํานวน 5 ราย จากประเทศบราซิล กัวเตมาลา ลาว ญี่ปุ่น และเวียดนาม โดยท้ังหมดเป็นผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติ ผ่านเกณฑ์ตามที่ สสปน. กําหนดไว้ ไม่ว่าจะเป็นในด้านความน่าเชื่อถือ คุณภาพ และมาตรฐานของสินค้า การ นํานวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ในกระบวนการผลิต และศักยภาพที่สามารถต่อยอดธุรกิจต่อไปได้ในอนาคต”
ดร.จุฑา กล่าวว่า อีกหนึ่งกิจกรรมที่จะเป็นโอกาสทางการค้าที่สําคัญของผู้ประกอบการคือ การเจรจาธุรกิจ (Business Matching) ซึ่งในครั้งนี้มีการเชิญคู่ค้า หรือ buyer จากทั่วประเทศ 20 ราย ทั้ง ซีพี โออาร์ และแบล็คแคนยอน และจากต่างประเทศ จํานวน 5 ราย โดยการเจรจาจะมีทั้งรูปแบบออฟไลน์ภายในงาน และการเจรจาผ่านทางออนไลน์ ทั้งนี้ตัวเลขคาดการณ์มูลค่าซื้อขายจากการเจรจาธุรกิจอยู่ที่ 8 ล้านบาท และส่วนของการซื้อขายภายในงานอยู่ที่ 2 ล้าน บาท ในส่วนของผู้เข้าชมนั้น เดิมตั้งเป้าไว้ที่ 1,000 คน แต่ด้วยสถานที่จัดงานที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง จึงมั่นใจว่าจะมีผู้เข้าชมมากกว่าที่ตั้งเป้าไว้อย่างแน่นอน
ทั้งนี้ในส่วนของงานประชุมวิชาการนานาชาติ Tea & Coffee International Symposium จะเป็น การประชุม Hybrid แบบเต็มวันในวันที่ 26 มกราคม 2565 ณ ห้องประชุม Niman Convention ซึ่งอยู่ใน บริเวณเดียวกัน โดยได้เชิญนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญจากในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งกงสุลต่างประเทศ มาแลกเปลี่ยน และให้ความรู้ในห้วข้อต่าง ๆ ได้แก่ A cup Of success : ความสําเร็จของ ธุรกิจชาและกาแฟ ในไทย บทบาทความสําคัญ ของหน่วยงานต่าง ๆ ในการมีส่วนร่วมและผลักดันอุตสาหกรรมชาและกาแฟ, Light Cup : ทิศทางตลาด ชา และกาแฟไทยกับแนวโน้มตลาดโลก, Meduim Cup : ตลาด ชาและกาแฟใน ไทย โอกาสและอุปสรรคในการเติบโต, Dark Cup : เจาะลึก การส่งออก และการเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ และ Special Cup : Tea and Coffee Tourism ชากาแฟกับ โอกาสในการต่อยอดอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
นอกเหนือจากนี้ ยังมีกิจกรรมพิเศษ A Cup of Country ซึ่งเป็นการนําเสนอ สาธิตการชง เครื่องดื่มชา กาแฟจากประเทศต่าง ๆ เพื่อแลกเปลี่ยนและแสดงถึงทั้งคุณค่าและความยิ่งใหญ่ของเครื่องดื่มชา กาแฟที่แทรกซึม อยู่ในวิถีชีวิตของผู้คน ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมทั่วโลกมายาวนานจนถึงปัจจุบัน
ทั้งนี้ น.ส.สุลัดดา ศรุติลาวัณย์ ผู้อํานวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สํานักงานเชียงใหม่ กล่าวว่า เชียงใหม่มีร้านกาแฟที่จดทะเบียนการค้า จำนวน 3,510 ร้าน เป็นอันดับ 2 ของประเทศรองจากกรุงเทพมหานคร ซึ่งจากการสำรวจงานวิจัยพบว่า ในปี 2020-2027 การท่องเที่ยวเชิงอาหารเติบโตทั่วโลก 16-18% ต่อปี จากจำนวน 5,400 คนต่อปี สร้างรายได้ 1,700 ล้านเหรียญสหรัฐ ถือว่าเป็นกลุ่มลูกค้าที่ใหญ่มาก เพราะการดื่มชาและกาแฟถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต โดยในส่วนของคนไทยถือว่าชื่นชอบการเข้าร้านกาแฟเพื่อดื่มและเสพบรรยากาศในหลากหลายรูปแบบ
นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ตัวเลขการเติบโตของกาแฟในภาคเหนือ รวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท ในช่วง 2-3 ปีนี้ และสำหรับ จ.เชียงใหม่ น่าจะมีตัวเลขมากกว่าครึ่งของการเติบโต เพราะเรามีทั้งพื้นที่ผลิตและร้านค้า และผลผลิตในประเทศไม่เพียงพอต่อการส่งออก ยังต้องนำเข้าเพื่อนำเมล็ดมาบดคั่วและส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศอีกครั้ง
นายสุรพล ปลื้มใจ ผู้อํานวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 กล่าวว่า นอกจากสุดยอดกาแฟที่มีเอกลักษณ์จาก 9 ยอดดอยของเชียงใหม่ แล้วยังมีกาแฟดีจากมณีพฤกษ์ จ.น่าน ซึ่งได้รับการนำไปเสิร์ฟในงานเอเปคที่ผ่านมา และกาแฟระดับท็อปเทรนด์ จ.เชียงราย และแม่ฮ่องสอน