เชียงใหม่เปิดงาน”เทศกาลไชน่าทาวน์เมืองเชียงใหม่ ครั้งที่ 18

เชียงใหม่เปิดงาน”เทศกาลไชน่าทาวน์เมืองเชียงใหม่ ครั้งที่ 18 ”

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 25 ม.ค.นี้ที่บริเวณหน้าเวทีการแสดง หน้าตลาดวโรรส ถ.วิชยานนท์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายวิรุฬ พรรณเทวี รอง ผวจ.เชียงใหม่เป็นประธานเปิดงาน”เทศกาลไชน่าทาวน์เมืองเชียงใหม่ ครั้งที่ 18 “วันที่ 25-26 ม.ค.นี้โดยมี นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายก อบจ.เชียงใหม่ ,นายทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ และนายเหริน ยี่เซิง กงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดเชียงใหม่ มาร่วมพิธีพร้อมกับชาวไทยเชื้อสายจีนและนักท่องเที่ยวมาร่วมงานจำนวนมาก

โดยภายในงานมีการปิดถนนสายวิชยานนท์ตลอดสายมีการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมจีนพร้อมมีการออกร้านอาหารไทย-จีนกว่า 100 ร้านและในภาคกลางคืนมีการประกวดมิสไชน่า ทาวน์ 2020 และประกวดหนูน้อย ตี๋ หมวย สวยเก่ง และการแสดงเชิดสิงโตและมังกร พ่นไฟ

ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ เตรียมเปิดการประมูลหมายเลขทะเบียนรถสวย ครั้งที่ 25

ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ เตรียมเปิดการประมูลหมายเลขทะเบียนรถสวย ครั้งที่ 25

ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ เตรียมเปิดการประมูลหมายเลขทะเบียนรถสวย ครั้งที่ 25 “หมวด ขอ” จำนวน 301 หมายเลข และป้ายทะเบียนรถสวยหมวดเสริม “หมวด ขค ขง ขจและขฉ” จำนวน 140 หมายเลข ในวันที่ 8 – 9 กุมภาพันธ์ 2563 ณ โรงแรมดิเอ็มเพรสเชียงใหม่

ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ นางวราภรณ์ วรพงศธร ขนส่งจังหวัดเขียงใหม่ เปิดเผยว่าสำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ กำหนดจัดการประมูลหมายเลขทะเบียนรถสวย ครั้งที่ 25 หมวด ขอ จำนวน 301 หมายเลข และป้ายทะเบียนรถสวยหมวดเสริม ในหมวด ขค ขง ขจและขฉ จำนวน 140 หมายเลข ในวันที่ 8 – 9 กุมภาพันธ์ 2563 ณ โรงแรมดิเอ็มเพรสเชียงใหม่ โดยแผ่นป้ายที่จะนำออกประมูล เป็นแผ่นป้ายภาพกราฟฟิคที่มีสีสันสวยงาม มีเอกลัษณ์และความหมายบ่งบอกความเป็นจังหวัดเขียงใหม่

ซึ่งจะสื่อความหมายของจังหวัดเชียงใหม่ที่เป็นจังหวัดที่มีความเจริญรุ่งเรือง สงบร่มเย็นประชาชนมีความสุขโดยถ้วนหน้าหมวดอักษร ขอ ยังสื่อความหมายถึง “ขับรถเลขสวย อำนวยโชคลาภ” อันจะส่งผลให้ผู้ที่ครอบครองป้ายดังกล่าวจะมีแต่ความเจริญเป็นสิริมงคลรถที่ใช้อยู่จะนำพาให้มีทรัพย์เพิ่มพูนทวียิ่งๆขึ้นไป นอกจากนั้นยังมีแผ่นป้ายทะเบียนรถหมวดเสริมในหมวดอักษร “ขค ขง ขจ และ ขฉ” และแผ่นป้ายทะเบียนรถหมวดเสริมเป็นภาพกราฟฟิกครอบครัวหมีแพนด้าช่วงช่วง หลินฮุ่ยและหลินปิง


นางวราภรณ์ วรพงศธร ขนส่งจังหวัดเขียงใหม่ กล่าวอีกว่า ในช่วงที่ผ่านมาสำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวยมาแล้วจำนวน 24 ครั้ง ซึ่งได้ดำเนินรายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) จำนวนรวมทั้งสิ้น 523,038,811 บาท ทั้งนี้ได้นำรายได้จากการประมูลหมายเลขทะเบียนรถไปใช้ในกิจกรรมในโครงการด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนทั่วประเทศ

ซึ่งในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจาก กปถ. ในโครงการต่างๆ อาทิเช่น โครงการมั่นใจทั่วไทย รถใช้ GPS, โครงการจัดซื้อเครื่องมือตรวจจับความเร็วรถ, เครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์, โครงการปลูกฝังเด็กไทย ใส่ใจวินัยจราจร, โครงการนักเรียนรุ่นใหม่มีใบขับขี่, โครงการขนส่งห่วงใยใส่ใจผู้ประสบภัยจากรถโดยมอบอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการจากอุบัติเหตุจากการใช้รถใช้ถนน, โครงการขนส่งสัญจร สอนน้องใช้รถใช้ถนน, โครงการสื่อประชาสัมพันธ์ข่าวสารและข้อมูลด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน กล้องโทรทัศน์วงจรปิด CCTV และ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมกำกับดูแลสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) เป็นต้น


ทางสำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมทำบุญสร้างกุศลด้วยการร่วมประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวย หมวด “ขอ” “ขับรถเลขสวย อำนวยโชคลาภ” จำนวน 301 หมายเลขและป้ายเลขสวยหมวดเสริม “ขค ขง ขจและขฉ” จำนวน 140 หมายเลข ในวันที่ 8 – 9 กุมภาพันธ์ 2563 ณ โรงแรมดิเอ็มเพรสเชียงใหม่ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายทะเบียนรถ โทร.053 270 412, 053 140 405, สำนักงานขนส่งสาขาอำเภอฝาง โทร. 053 346 421, สำนักงานขนส่งสาขาอำเภอจอมทอง โทร. 053 106 867 และสำนักงานขนส่งสาขาอำเภอแม่แตง โทร. 053 104 119.

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เพิ่มสีสันวันตรุษจีน ปีหนูทองมอบอั่งเปาให้แก่ “หนูยักษ์ คาพีบาร่า”

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เพิ่มสีสันวันตรุษจีน ปีหนูทองมอบอั่งเปาให้แก่ “หนูยักษ์ คาพีบาร่า”

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 22 มกราคม 2563 สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) โดยสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี มอบอั่งเปา “บุฟเฟ่ต์ผลไม้” ให้แก่ “คาพีบาร่า” (capybara) หรือเจ้าหนูยักษ์ เป็นของขวัญต้อนรับเทศกาลตรุษจีน (ปีหนูทอง) พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสความน่ารักของคู่พี่น้องหนูยักษ์ คาพีบาร่า สัตว์ฟันแทะในตระกูลหนูที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และชมการแสดงเชิดสิงโตในช่วงเทศกาลวันตรุษจีนนี้

นายอนุชา ดำรงมณี กรรมการบริหาร ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาพิงคนคร เปิดเผยว่า เนื่องจากไนท์ซาฟารีมีนักท่องเที่ยวชาวจีนให้ความนิยมมาท่องเที่ยวจำนวนมาก ถึงร้อยละ 90 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด ดังนั้นเราจึงให้ความสำคัญกับวันสำคัญของชาวจีนคือ วันตรุษจีน และเพื่อเป็นการฉลองตรุษจีนรับปีชวด หรือปีหนู ซึ่งในปีนี้เป็นปีชวดธาตุทองที่ 60 ปี จะเวียนมา 1 ครั้ง ถือได้ว่าเป็นปีแห่งการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีจึงต้อนรับเทศกาลวันตรุษจีน โดยมอบอั่งเปา “บุฟเฟ่ต์ผลไม้” เป็นของขวัญให้แก่ “คาพีบาร่า” (capybara) หรือเจ้าหนูยักษ์ สัตว์ฟันแทะในตระกูลหนูที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อันเป็นการแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ ความเพิ่มพูน ความสุข ให้กับตัวแทนของเหล่าสรรพสัตว์ในเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี โดยจัดตกแต่งอั่งเปาด้วยผลไม้ที่ชื่นชอบ ประกอบด้วย ต้นข้าวโพด แครอท ใบไผ่ หญ้าแห้ง หญ้าสด ถั่วฝักยาว เป็นต้น พร้อมตกแต่งเป็นถ้อยคำอวยพรในภาษาจีน คำว่า 发财 (ฟา – ฉาย) แปลว่า เจริญขึ้น ดีขึ้น เพื่ออวยพรให้แก่นักท่องเที่ยวชาวจีน และชาวไทยเชื้อสายจีนทุกท่าน และต้อนรับปีหนูทอง 2563 นี้ด้วย

“คาพีบาร่า” (capybara) เป็นหนูที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เลี้ยงลูกด้วยนม มีลักษณะเป็นทรงกระบอก หัวขนสีน้ำตาลอ่อนถึงสีดำ หูสั้น ไม่มีหาง มีพังผืดที่เท้าและขาหลัง เท้าหลังมี 3 นิ้ว ในขณะที่เท้าหน้านั้นจะมี 4 นิ้ว ขาหลังจะยาวกว่าขาหน้าเล็กน้อย เมื่อโตเต็มที่อายุ 15 – 18 เดือน จะมีน้ำหนักมากถึง 35 ถึง 66 กิโลกรัม ลำตัวยาวประมาณ 45 – 60 เซนติเมตร คาพีบาร่าเป็นสัตว์กินพืชเป็นส่วนใหญ่ จำพวกหญ้าและพืชน้ำ รวมไปถึงผลไม้และเปลือกไม้ ซึ่งปัจจุบันเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีมี “คาพีบาร่า” อาศัยอยู่จำนวน 2 ตัว (เพศผู้ 1 ตัว, เพศเมีย 1 ตัว) อายุ 10 ปี 9 เดือน เป็นคู่พี่น้องที่เกิดจากแม่เดียวกัน และเกิดในเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

นอกจากนี้ ในช่วงเทศกาลตรุษจีน เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีได้จัดการแสดงเชิดสิงโต ในเวลา 20.00 น. ซึ่งเชื่อกันว่าใครที่ได้ชมการเชิดสิงโตจะมีโชคลาภ เจริญรุ่งเรือง และเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง ในวันที่ 25 มกราคม 2563 พร้อมทั้งร่วมลุ้นรับอั่งเปา เมื่อซื้อบัตรเข้าชมครบ 2,000 บาท ในช่วงเทศกาลวันตรุษจีน ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 25 มกราคม 2563 รวมทั้งเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ชมความน่ารักของคู่พี่น้อง “คาพีบาร่า” หรือเจ้าหนูยักษ์ ได้ในโซนจากัวร์เทล (ทางเดินรอบทะเลสาบ) ผู้ที่สนใจสามารถเที่ยวชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 – 22.00 น. หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี โทร. 053 – 999000

สสจ.เชียงใหม่ แจ้งสถานการณ์ โรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่(2019-nCOV)

สสจ.เชียงใหม่ แจ้งสถานการณ์ โรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่(2019-nCOV)ที่ระบาดในเมืองอู่ฮั่น มลฑลหูเป่ย สาธารณรัฐประชาชนจีน

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2563 นายแพทย์จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ชี้แจงสถานการณ์โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ดังนี้ องค์การอนามัยโลกได้แถลงว่า ผู้ป่วยยืนยันทั้งหมดสาธารณรัฐประชาชนจีน 217 ราย เสียชีวิต 3 ราย ส่วนสถานการณ์นอกประเทศจีน มีรายงานพบผู้ป่วยยืนยันใน 3 ประเทศ คือ ประเทศญี่ปุ่น 1 ราย ประเทศเกาหลีใต้ 1 ราย และประเทศไทย 2 ราย
สำหรับสถานการณ์ในจังหวัดเชียงใหม่ นายแพทย์จตุชัย กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ได้มีการคัดกรอง 2 ระบบ คือ การคัดกรองด้วยเครื่อง Thermo scan ที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ในผู้โดยสารสายการบิน Air China เที่ยวบินตรงอู่ฮั่น-เชียงใหม่ และการคัดกรองที่โรงพยาบาลของรัฐ และเอกชนทุกแห่งในจังหวัดเชียงใหม่ จากรายงานพบผู้ป่วยที่ต้องสอบสวนโรค (PUI) 5 ราย ผลตรวจ ไม่พบไวรัสโคโรนา 2 ราย อีก 3 รายอยู่ระหว่างรอผลตรวจยืนยัน
รายที่ 1: หญิงไทย อายุ 29 ปี เดินทางไปเที่ยวอู่เซี๊ยะ มาขึ้นเครื่องกลับที่อู่ฮั่น ผลตรวจเป็นไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B
รายที่ 2: เด็กหญิงจีน อายุ 7 ปี คนเมืองอันหลู่ มานอนที่อู่ฮั่นเพื่อรอขึ้นเครื่องมาเชียงใหม่ ผลตรวจเป็น หลอดลมอักเสบ จากเชื้อไรโนไวรัส
รายที่ 3: หญิงจีน อายุ 23 ปี คนเมืองอู่ฮั่น ไปขึ้นเครื่องที่ฉางชา ลงเชียงราย เที่ยวเชียงราย แล้วขึ้นรถทัวร์มาเชียงใหม่ เบื้องต้นตรวจพบ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A รอผล ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่
รายที่ 4: ชายจีน อายุ 28 ปี คนเมืองอู่ฮั่น ขึ้นเครื่องสายการบินคุนหมิง เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2563 เริ่มมีอาการไข้ เจ็บคอ ปวดศีรษะ วันที่ 18 ม.ค. 2563 เข้ารักษาที่ รพ. มหาราช วันที่ 20 ม.ค. 2563 รอผลตรวจยืนยัน


รายล่าสุด รายที่ 5: ชายจีน อายุ 18 ปี คนเมืองอู่ฮั่น ขึ้นเครื่องจากอู่ฮั่นมาลงเชียงใหม่ วันนี้ (21 ม.ค. 2563) เวลา 11.20 น.ตรวจพบไข้ 38.2 จากเครื่อง Thermo scan ที่ด่านควบคุมโรคท่าอากาศยานเชียงใหม่ รับเข้ารักษาที่ รพ.นครพิงค์ รอผลตรวจยืนยัน
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้กล่าวย้ำว่า ขอให้ประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียง มั่นใจในระบบการเฝ้าระวังคัดกรอง ป้องกันและควบคุมโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ของประเทศไทย และจังหวัดเชียงใหม่ ที่จะสามารถทำการเฝ้าระวังและคัดกรอง กลุ่มเสี่ยงจากเมืองอู่ฮั่น
ที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ทุกคน รวมทั้งการคัดกรองผู้ป่วยที่มีอาการไข้ ร่วมกับมีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ และมีประวัติการเดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น ณ โรงพยาบาลของรัฐ และโรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดเชียงใหม่ทุกแห่ง หากพบผู้ป่วยสงสัยจะดำเนินการส่งต่ออย่างปลอดภัย
เพื่อแยกกักผู้ป่วยในห้องแยกกักความดันลบที่โรงพยาบาลนครพิงค์ และโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ พร้อมส่งตรวจหาเชื้อ และให้การรักษาพยาบาลอย่างมีมาตรฐาน และหากมีสถานการณ์ของโรคเปลี่ยนแปลง
ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ จะทำการแถลงข่าวแจ้งให้ทราบเป็นระยะๆ ต่อไป และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ กลุ่มงานควบคุมโรค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ โทร.053-211048-50 ต่อ 110

อาจารย์ประสิทธิ์ ชูดวง รับรางวัลบุคคลต้นแบบ “เหมราช” ครั้งที่ 4

หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุลเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติความยิ่งใหญ่ให้กับบุคคลต้นแบบ “เหมราช” ครั้งที่ 4 จัดโดย มูลนิธิดินดีน้ำใส แห่งประเทศไทย ณ หอประชุมพุทธวิชชาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ในวันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม 2563 เวลา 13.00 น.

สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดงานเพื่อเทิดทูนชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพื่อปกป้องผู้ประกอบคุณงามความดีบำเพ็ญตนเป็นประโยชน์ต่อสังคม สร้างความสัมพันธ์อันดี สร้างความเป็นปึกแผ่น สร้างรากฐานที่มั่นคงในกลุ่มต่าง ๆ เช่น ครอบครัว ชุมชน องค์กร รวมไปถึงสื่อมวลชนทุกแขนง (โทรทัศน์ วิทยุ สิ่งพิมพ์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ให้ทัดเทียมเป็นที่ยอมรับทั่วโลก พร้อมทั้งเป็นการเชิดชูเกียรติประวัติ สร้างความภาคภูมิใจ และสร้างขวัญกำลังใจให้กับ องค์กร บุคคล นักธุรกิจ ศิลปิน ดารา นักร้อง ฯลฯ ให้มีพลังในการสร้างสังคมให้มีคุณภาพ คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ ตระหนักถึงอุดมการณ์ของวิชาชีพ ต่อส่วนรวมต่อไป

ด้านอาจารย์ประสิทธิ์ ชูดวง รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีโปลิเทคนิคลานนา เชียงใหม่ ได้รับรางวัลด้านวิชาการและพัฒนางานด้านการศึกษา เพื่อนักเรียนนักศึกษาเป็นแบบอย่างที่ดีต่อไป


ทางด้านรางวัลประกอบด้วย 10 สาขา ได้แก่ 1. สาขาผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ 2.สาขาผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา 3.สาขาผู้นำคุณประโยชน์จิตอาสา 4. สาขาผู้ทำคุณประโยชน์อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม 5. สาขาผู้นำด้านบริหารและพัฒนาองค์กร 6. สาขาผู้นำด้านวิชาการและพัฒนางานด้านการศึกษา 7. สาขาผู้นำด้านอนุรักษ์ป่า รักษาสิ่งแวดล้อม 8.สาขาผู้นำด้านพัฒนาและบริหารธุรกิจ 9. สาขาข้าราชการ 10. สาขาสื่อมวลชน

มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ จัดพิธีประสาทปริญญาบัตรครั้งที่ 17

มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ จัดพิธีประสาทปริญญาบัตรครั้งที่ 17 วันอาทิตย์ ที่ 19 มกราคม 2563 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติเฉลิมพระเกียรติฯพิธีประสาทปริญญาบัตรครั้งที่ 17 ประจำปีการศึกษา 2562 มีผู้สำเร็จการศึกษาระดับดุษฎีบัณฑิต มหาบัณฑิต และบัณฑิต เข้ารับปริญญาจำนวนทั้งสิ้น 574 คน

โดยมีอาจารย์ณรงค์ ชวสินธุ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ เป็นประธานในพิธี และเป็นผู้ประสาทปริญญาบัตรแก่ดุษฎีบัณฑิต มหาบัณฑิตและบัณฑิต แยกเป็นมหาบัณฑิตจำนวน 78 คน คือ ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจ 8 คน ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา 32 คน ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการสอน 38 คน และบัณฑิตจำนวน 496 คนคือ ปริญญาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า 26 คน

ปริญญาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ 7 คน ปริญญาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมเครื่องกล 15 คน ปริญญาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาเทคโนโลยียานยนต์ 1 คน ปริญญาเทคโนโลยีบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีก่อสร้าง 9 คน ปริญญาเทคโนโลยีบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 4 คน

ปริญญาเทคโนโลยีบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีอุตสาหกรรม 7 คน ปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต (วิศวกรรมซอฟต์แวร์) 4 คน ปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต (เทคโนโลยีเครื่องสำอาง) 2 คนการประสาทปริญญาบัตรครั้งนี้มีบัณฑิตได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่งรวมทั้งสิ้นจำนวน 33 คน


นอกจากนี้ยังมีผู้เข้ารับปริญญากิตติมศักดิ์จำนวน 3 คนมี Dr.Chad Ruel Allred ศิลปศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการจัดการ ดร.บุญทา ชัยเลิศ ศิลปศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการจัดการการท่องเที่ยวและการบริการ และนายเศรษฐี โชคดั่งน้ำไหล ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขารัฐประศาสนศาสตร์

“ซินดี้”อเล็กซานดร้า แฮงกี่ คว้าตำแหน่งนางสาวเชียงใหม่ ประจำปี 2563พร้อมคว้า 4 ตำแหน่งพ่วง

การจัดประกวดนางสาวเชียงใหม่ ประจำปี 2563 ภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ในงานฤดูหนาวและงานโอทอปของดีเมืองเชียงใหม่ ประจำปี 2563 วันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม 2563 ณ เวทีประกวดนางสาวเชียงใหม่ในงานฤดูหนาวและงานโอทอปของดีเมืองเชียงใหม่ ประจำปี 2563 ท่ามกลางบรรยากาศกองเชียร์แน่นขนัดโดยสาวงามทั้ง20 คนได้ออกมาเดินโชว์โฉมในชุดล้านนา,ชุดว่ายน้ำและชุดราตรี จากนั้นคัดเลือกลงเหลือ 10 คนและ 5 คนตามลำดับท่ามเสียงเชียร์ดังสนั่น

จนกระทั่งเวลา 22.30 น.วันที่ 5 มกราคม.ทางคณะกรรมการประกาศผลการประกวดนางสาวเชียงใหม่ โดยผู้ที่รับตำแหน่งนางสาวเชียงใหม่ประจำปี 2563 ได้แก่น.ส.อเล็กซานดร้า แฮงกี่ ชื่อเล่น ซินดี้ อายุ 20 ปี นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่คว้าตำแหน่งพร้อมมงกุฎเพชร และเงินสดจำนวน 100,000 บาทโดยมี หมายเลข 12 น.ส.กัลย์สุดา ชนาคีรี หรือน้องมิมี่ อายุ 21 ปี ม.ราชภัฎเชียงใหม่ รองอันดับ 1,หมายเลข 8 น.ส.พิมพ์ผกา สุวรรณรัตน์ หรือน้องพิมพ์ ได้รองอันดับ 2,หมายเลข 6 น.ส.วชิราภรณ์ นันทวาศ ชื่อเล่นแอปเปิ้ล อายุ 23 ปี ได้รองอัน 3และ น.ส.ชุติกาญจน์ อารีลักษณ์ ชื่อเล่นน้องแพม อายุ 23 ปี ได้รองอันดับ 4

น.ส.อเล็กซานดร้า แฮงกี่ มีพ่อเป็นชาวสวิสเซอร์แลนด์ แม่เป็นคนไทย เดิมอยู่ที่ จ.ภูเก็ต ย้ายมาอยู่เชียงใหม่ได้ 18 ปี ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้นปีที่ 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาไฟฟ้า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และอนาคตอยากจะเป็นวิศวกรเกี่ยวกับไฟฟ้า ดีใจมากที่ได้ตำแหน่งนางสาวเชียงใหม่จะเผยแพร่ชื่อเสียงของเชียงใหม่ และรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อมและลดโลกร้อน

สำหรับการประกวดนางสาวเชียงใหม่ ประจำปี 2563 สร้างประวัติศาสตร์ตำนานความงามบนเวทีประกวดที่ยาวนานที่สุด 87 ปี เอื้องงามประกายแห่งล้านนนา ความงามคู่แผ่นดิน ภายใต้แนวคิด “งามสง่าอย่างมีคุณค่า สู่สากล”

ชิงมงกุฎนางสาวเชียงใหม่ประจำปี 2563 เหลือ 20 สาวงาม

ผู้เข้าประกวดนางสาวเชียงใหม่ มาในชุดว่ายน้ำฝ่าฟันสายลมหนาวเวทีใกล้ดอยเข้ารอบ 20 คนสุดท้าย

สุดเข้มข้น 30สาวงามผู้ประกวดนางสาวเชียงใหม่ประจำปี 2563 เดินโชว์โฉมท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นเวทีใกล้ดอยในงานฤดูหนาวและงาน OTOP ของดีเมืองเชียงใหม่ บริเวณหลังศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อชิงชัยเข้ารอบ 20 คนสุดท้าย เข้าไปชิงตำแหน่งนางสาวเชียงใหม่ ประจำปี 2563 พร้อมมงกุฎเพชร พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท

โดยบรรยากาศของคืนวันที่ 3 มกราคม 2563 สาวงามผู้ประกวดนางสาวเชียงใหม่ทั้ง 30 คนจะต้องเดินโชว์ในชุดไทยล้านนา และชุดว่ายน้ำบนเวทีการประกวด ซึ่งวันนี้เนืองแน่นไปด้วยกองเชียร์ที่แห่กันเข้ามา ซึ่งสาวงามแต่ละคนมาจากมหาวิทยาลัยหลายแห่งในภาคเหนือและยังเป็นตัวแทนแต่ละอำเภอทำให้มีกองเชียร์แต่ละคนเข้ามาลุ้นกันเพื่อเชียร์ให้เข้ารอบ 20 คนสุดท้าย เพื่อชิงตำแหน่งในรอบตัดสินวันที่ 5 มกราคม. ซึ่งที่ฮือฮามากในชุดว่ายน้ำ ซึ่งแต่ละสาวงามต้องผจญกับความหนาวเย็นของสายลมหนาวที่พัดลงมาจากดอยสุเทพ เหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา แต่ในคืนนี้สายลมหนาวดูจะเป็นใจให้กับสาวงาม มิต้องถึงกับสะท้านกาย เพราะอากาศกลับไม่เย็นยะเยือกอย่างที่คิดกังวลกัน ทำให้การเดินโชว์โฉมเป็นไปอย่างงดงามยิ่ง จนกรรมการถึงกับกังวลแทนที่จะต้องคัดสรรสาวงามทั้ง 30 คนให้เหลือ 20 คน


ดร.อดิศร สุดดี ผอ.กองประกวดนางสาวเชียงใหม่ ได้เปิดเผยว่าในปีนี้สาวงามแต่ละคนมีตำแหน่งพ่วงท้ายการันตีความสวยมาจากเวทีต่างๆจนคณะกรรมการต้องดูอย่างละเอียด ทั้งด้านหน้าและด้านหลังเวที จนสามารถคัดสาวงามเข้ารอบ 20 คนสุดท้าย โดยมี น.ส.อล็กซานดร้า แฮงกี่ อายุ 20 ปี ได้ตำแหน่งขวัญใจประชาชน เป็นตำแหน่งแรก


สำหรับสาวงามทั้ง 20 คนมี น.ส.ธรรมสิริ สบายสูงเนิน อายุ 25 ปี,น.ส.ฉัตรกาญจน์ มาสอง อายุ 23 ปี,วชิรภรณ์ นันทวาศ อายุ 23 ปี ,น.ส.เบญจณัฎฐ์ อักษรศรี อายุ 24 ปี,น.ส.พิมพ์ผกา สุวรรณรัตน์ อายุ 20 ปี ,น.ส.มนัสนันท์ ทลาบุญ อายุ 22 ปี, น.ส.ธิดารัตน์ อ่อนเส็ง อายุ 25 ปี, น.ส.กัลย์สุดา ชนาศิริ อายุ 21 ปี ,น.ส.แพรวนภา ศรีสุชา อายุ 25 ปี,น.ส.อล็กซานดร้า แฮงกี่ อายุ 20 ปี, น.ส.ธนพร สุริยะคำ อายุ 22 ปี,น.ส.เสาวภา ดามิ อายุ 21 ปี ,น.ส.พรทิพา สดใส อายุ 20 ปี ,น.ส.ธัญญารัตน์ จินาดี อายุ 24 ปี ,น.ส.อุมาวดี ปิมปา อายุ 20 ปี,น.ส.มนัสชนก มุ่งหมาย อายุ21 ปี ,น.ส.ชุติกาญจน์ อารีลักษณ์ อายุ 23 ปี ,น.ส.เอมี ลอเร้น ซานเซส อายุ18 ปี,น.ส.ภัทรวดี ไชยเทพ อายุ 20 ปี ,น.ส.ณัณณชา ณัฐปภานนท์ อายุ 24 ปีทั้งหมดจะเดินรอบสุดท้ายเพื่อคว้าตำแหน่งนางสาวเชียงใหม่ ประจำปี 2563 ในคืนวันที่ 5 มกราคม.เวลาประมาณ 22.30 น.รู้ผล

“ซากุระเมืองไทย”พญาเสือโคร่งบานสะพรั่งกลางดอยอินทนนท์

“ซากุระเมืองไทย”พญาเสือโคร่งบานสะพรั่งกลางดอยอินทนนท์

(ภาพอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์)

หน่วยพิทักษ์​อุทยานแห่งชาติ​ดอยอินทนนท์​ (อน.7)​ ดอยผาตั้งค่ะ ห่างจากที่ทำการ 6 กิโลเมตร ดอกพญาเสือโคร่งบานสะพรั่งกลางดอย ภายในอุทยานแห่งชาติ​ดอยอินทนนท์​ นักท่องเที่ยวแห่ชมความงดงาม พร้อมกับบรรยากาศที่หนาวเย็นและพืชพรรณไม้งดงามตายิ่งนัก

(ภาพอุทยานดอยสุเทพ-ปุย)
นอกจากนี้ที่ลานกางเต็นท์ดอยปุย อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เช้านี้อุณหภูมิ 16 องศา ดอกนางพญาเสือโคร่งเริ่มบานทั่วลาาน มีนักท่องเที่ยวมากางเต็นท์และมาสัมผัสบรรยากาศหนาวและความสวยงามนี้ได้

ผู้ว่าฯเชียงใหม่ร่วม ผบช.ภ.5 ตรวจเส้นทางท่องเที่ยวพบ ดอยคำ ม่อนแจ่ม ดอยสุเทพแน่น

ผู้ว่าฯเชียงใหม่ร่วม ผบช.ภ.5 ตรวจเส้นทางท่องเที่ยวพบ ดอยคำ ม่อนแจ่ม ดอยสุเทพแน่น

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 30 ธ.ค.นี้ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ และ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผวจ.เชียงใหม่ ได้ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์สำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวของเชียงใหม่ โดยพบว่าสถานที่นักท่องเที่ยวหนาแน่นมากจนการจราจรแออัดเป็นเส้นทางขึ้นสู่วัดพระธาตุดอยคำ ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

โดยพบรถติดยาวตั้งแต่ด้านล่าง และรองลงมาเป็นเส้นทางขึ้นสู่วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ที่มีจำนวนรถเต็มความจุของลานจอดและทางขึ้น และสถานที่อีกแห่งเส้นทางขึ้นสู่ม่อนแจ่ม ที่มีปริมาณรถมากจนติดยาวตั้งแต่เส้นทางสายแม่ริมสะเมิง รถเคลื่อนไปอย่างช้าๆพร้อมกันนี้ได้มีการตรวจด่านบริการประชาชนตามจุดต่างๆรวมทั้งด่านสกัดกั้นยาเสพติดให้เป็นไปด้วยความเข้มข้น

พลตำรวจโท ประจวบ วงศ์สุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เปิดเผยว่าหลังจากมีการขึ้นบินสำรวจแล้วพบว่า เส้นทางปกติไม่หนาแน่น ส่วนการจราจรที่หนาแน่นนั้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวทั้งวัดพระธาตุดอยคำและวัดพระธาตุดอยสุเทพรวมไปถึงม่อนแจ่มซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตหลังจากนี้ทางตำรวจก็จะนำข้อมูลจากการสำรวจมาปรับเปลี่ยนวิธีการจราจรในการทำงาน ยังเช่นม่อนแจ่มก็จะมีการให้รถวิ่งแบบวันเวย์เพื่อป้ องกันปัญหารถติดและจุดอื่นๆก็จะมีการจุดระเบียบระบายรถจำกัดการขึ้นเพื่อปแก้ปัญหารถติดและลดการเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ส่วนการป้องกันปราบปรามยาเสพติดในช่วงเทศกาลปีใหม่นั้นได้มีการป้องกันและปราบปรามควบคู่ไปด้วยมีชุดเคลื่อนที่เร็วเฝ้าระวังตลอดถ้าหากพบมีรถต้องสงสัยหรือเป้าหมายที่ชัดเจนก็จะดำเนินการเข้าตรวจสอบทันที

ด้านนายเจริญฤทธิ์ สวงนสัตว์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เปิดเผยว่า อากาศที่หนาวเย็นอย่างต่อเนื่องส่งผลทำให้ปีนี้นักท่องเที่ยวเยอะกว่าปีที่ผ่านมาทางจังหวัดจึงได้บูรณการกับทุกฝ่ายในการตั้งด่านและในปีนี้ที่สำคัญมีจิตอาสาพระราชทานเข้ามาร่วมในจุดตรวจ 2000 กว่าจุด เชื่อว่าจะดูแลนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวได้อย่างคลอบคลุมแต่จากการสังเกตพบว่าในพื้นที่จังหวัดเชียใหม่นั้นพบว่าเป็นคนในพื้นที่ๆที่ประสบอุบัติเหตุ ดังนั้นจึงขอความร่วมมือด่านครอบครัวด่านหมู่บ้านถ้าหากพบคนภายในครอบครัวเมาก็อาจจะดึงสติไม่ให้ขับรถไม่ให้ออกนอกถนนซึ่งก็จะถือว่าเป็นการช่วยลดอุบัติเหตุและความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น