‘วิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต’ วิทยาลัยน้องใหม่ส่งตรงจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

‘วิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต’ วิทยาลัยน้องใหม่ส่งตรงจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพราะทุกคนคือผู้เรียน

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ได้จัดงานพิธีเปิดโครงการจัดตั้ง ‘วิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต’ หรือ CMU School of Lifelong Education เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2563 ณ สำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ (ITSC) มช.

โดยมีศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต อธิบการดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีดังกล่าว ปาฐกถาพิเศษจากดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และนายสุทธิชัย หยุ่น นักการสื่อสารมวลชนอาวุโสในงานพิธีเปิดโครงการจัดตั้งครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีกระทรวงอุดมศึกษาฯ ในการกล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “การเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อการยกระดับการพัฒนาประเทศสู่อนาคต”

โดยดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีฯได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเรียนรู้ที่ยั่งยืนที่จะช่วยให้เกิดการขับเคลื่อนไปในทางที่ดีทั้งในระดับประเทศและระดับโลก การพัฒนาบุคคลให้ตอบรับกับยุคดิจิทัลได้อย่างเท่าทัน อีกทั้งยังกล่าวว่าการจัดตั้งวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิตนั้นเป็นคำตอบสำคัญต่อแนวทางของการศึกษาที่จะเปิดโอกาสให้กับทุกคน

นายสุทธิชัย หยุ่น ได้ปาฐกถาพิเศษจาก ในหัวข้อ “การศึกษาและทักษะที่จำเป็นสำหรับคนทุกช่วงวัยในโลกยุค Disruption” ซึ่งได้กล่าวถึงการรับมือกับโลกในภาวะที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงและวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น คาดการณ์รูปแบบของอาชีพที่จะอุบัติในอนาคต รวมไปถึงทักษะ วิชาความรู้ที่จะช่วยให้สามารถดำรงอยู่ได้ในยุค Disruption เช่นนี้

นอกจากนี้ยังมีจัดบูธของหลักสูตรนำร่องจากทางคณะต่าง ๆ ที่ได้เข้าร่วมกับทางวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต อาทิ หลักสูตรผู้ประกอบการกาแฟครบวงจร จากคณะเกษตรศาสตร์ เหมาะกับผู้ที่สนใจในการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับกาแฟ จะได้เรียนรู้ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตจนถึงมือผู้บริโภค Digital Trainer วิทยาการคำนวณ เป็นหลักสูตรที่จะสอนให้ผู้เรียนมีกระบวนการคิด สามารถแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนได้อย่างเป็นระบบโดยมีการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือ

โดยเป็นหลักสูตรจากวิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี หลักสูตรจากคณะพยาบาล และบูธหลักสูตรอื่น ๆ โดยมีคณาจารย์และหน่วยงานของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สถาบันการศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือตอนบน รวมถึงสื่อมวลชนร่วมแสดงความยินดีในงานพิธีเปิดครั้งนี้ด้วย

วิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต เป็นวิทยาลัยที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จัดตั้งขึ้นเพื่อการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม และเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้กับคนทุกคนที่มีความสนใจและพร้อมจะปรับตัวให้เท่าทันกับโลกที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทุกวัน สามารถเข้ามาเรียนรู้เพื่อพัฒนาความสามารถ ศักยภาพ และทักษะที่เคยได้เรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น หรือมาศึกษาเพิ่มเติมในวิชาที่สนใจ เพื่อนำไปต่อยอดด้านอาชีพ หรือการดำรงชีวิตในด้านต่าง ๆ

ทำบุญครบรอบ 1 ปีการจากไปของพ่อเลี้ยงปางช้างแม่สา”ชูชาติ กัลมาพิจิตร”

งานทำบุญครบรอบ 1 ปีการเสียชีวิตพ่อเลี้ยงปางช้างแม่สา

เมื่อเช้าวันที่ 26 มกราคม.นี้ที่ลานพระพิฆเนศ ในปางช้างแม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ทางนางอัญชลี กัลมาพิจิตร ประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทปางช้างแม่สาจำกัด บุตรสาวคนโตของนายชูชาติ กัลมาพิจิตร วัย 79 ปีบิดาที่ล่วงลับไปเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2562 เป็นเวลา 1ปีเต็ม ถึงแม้นายชูชาติผู้วายชนม์จะเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์ แต่ทางญาติได้ประกอบพิธีทางศาสนาพุทธตามวิถีชาวล้านนา

โดยนิมนต์พระสงฆ์มาประกอบพิธี 9 รูปโดยมีญาติๆและพนักงานของปางช้างแม่สามาร่วมพิธี ซึ่งในช่วงประกอบพิธีสวดและกรวดน้ำให้ผู้วายชนม์ โดยมีการนำรูปภาพของนายชูชาติ กัลมาพิจิตร มาตั้งไว้ในพิธี

นางอัญชลี กัลมาพิจิตร บุตรสาวคนโต ได้บอกว่า พิธีทำบุญให้กับพ่อ 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเป็นพิธีทางพราหมณ์ พ่อก็มารับรู้ และในครั้งนี้ทำพิธีทางพุทธศาสนา พ่อมารับรู้ตนรู้สึกได้ทั้งสองครั้งเพราะพ่อเป็นห่วงและรักปางช้างแม่สาที่ท่านสร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของท่าน และท่านเฝ้าดูการทำงานของตน ซึ่งท่านได้ไว้วางในช่วงที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งตนจะขอสานต่อในการดูแลช้างและพนักงานทุกคนของปางช้างแม่สาซึ่งตนเชื่อว่าพ่อขอตนได้มาช่วยตนและขอให้ตนทำงานสืบทอดเจตนารมณ์ของท่านตลอดไป

อำเภอแม่แจ่มพร้อมจัดงานมหกรรมผ้าตีนจกและผลิตภัณฑ์ชนเผ่าแม่แจ่ม ครั้งที่ 27 ประจำปี 2563

อำเภอแม่แจ่มพร้อมจัดงานมหกรรมผ้าตีนจกและผลิตภัณฑ์ชนเผ่าแม่แจ่ม ครั้งที่ 27 ประจำปี 2563

the linked page
อำเภอแม่แจ่ม พร้อมจัดงานมหกรรมผ้าตีนจกและผลิตภัณฑ์ชนเผ่าแม่แจ่ม ครั้งที่ 27 ประจำปี 2563 อย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 6 -10 กุมภาพันธ์ 2563 โดยจะนำผ้าตีนจกที่หาดูได้ยากมาอวดโฉมให้แก่นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อกันอย่างมากมาย


นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ นายอำเภอแม่แจ่ม เปิดเผยว่า อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ กำหนดจัดงานมหกรรมผ้าตีนจกและผลิตภัณฑ์ชนเผ่าแม่แจ่ม ประจำปี 2563 ระหว่างวันที่ 6 – 10 กุมภาพันธ์ 2563 ณ บริเวณที่ว่าการอำเภอแม่แจ่ม

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ของอำเภอแม่แจ่ม และสืบทอดศิลปะ มรดกทางวัฒนธรรมล้านนา อนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่โดดเด่น แหล่งกำเนิดของผ้าตีนจก (สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์(GI)) ของอำเภอแม่แจ่ม และผ้าทอชนเผ่า ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษนับร้อยปี

รวมทั้งเป็นการส่งเสริมอาชีพของประชาชนให้มีรายได้สูงขึ้น และส่งเสริมการท่องเที่ยวของอำเภอแม่แจ่มให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ตามคำขวัญของอำเภอแม่แจ่ม “เที่ยวบ่อน้ำแร่ ล่องแพแม่แจ่ม พักแรมน้ำตก ผ้าตีนจกยอดน้ำมือ”

สำหรับผ้าตีนจกแบบดั้งเดิมของอำเภอแม่แจ่มนั้น สืบสายสกุลมาจากกลุ่มไทยวน ที่นิยมใช้ฝ้ายย้อมสีธรรมชาติสำหรับการจกลวดลาย โดยใช้ด้ายเส้นยืนสีดำเป็นพื้นที่สำหรับลวดลายจก ส่วนเส้นยืนสีแดงใช้เป็นพื้นที่สำหรับเล็บ (ช่วงล่างสุด) ของตีนจก จะไม่มีลวดลายจก ยกเว้นลวดลาย เป็นเส้นเล็กๆ สีขาวดำ เรียกว่า “หางสะเปา” การทอจก แบบดั้งเดิมของชาวอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ จะทำการทอโดยให้ด้านหลังของจกอยู่ด้านบน


“ผ้าซิ่นจก (ตีนจก) มีความละเอียดปราณีต ลวดลายอ่อนช้อย มีความหมายในตัวเอง ความประณีตของลวดลายเป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้มีอารมณ์เยือกเย็นสุขุมมีกฎเกณฑ์ บางผืนอาจซ่อนเร้นเรื่องราวและเนื้อหาที่สามารถเล่าขานถึงความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ เป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มชน การตั้งถิ่นฐาน เชื้อชาติ สภาพภูมิศาสตร์ ความเชื่อ ประเพณี”


ปัจจุบัน ชุมชนแม่แจ่มส่วนใหญ่ ยังคงนิยมทอและใช้ผ้าทอที่ทำขึ้นในท้องถิ่น เช่น เสื้อผ้า สะลีหรือที่นอน หมอน ผ้าต้วบหรือผ้าห่ม ซิ่นหรือผ้าถุงแบบต่างๆ ได้แก่ ซิ่นหอมอ้วน ซิ่นตาล่อง ซิ่นแอ้ม ซิ่นตาตอบ ซิ่นลัวะ ซิ่นยาง ตลอดจนซิ่นตีนจก ซึ่งเป็นการทอเพื่อนำมาต่อกับผ้าถุงหรือที่ชาวบ้านภาคเหนือ เรียกว่า “ซิ่น” นอกจากนี้ ยังมีผ้าที่ใช้เทคนิคการจกในการตกแต่งลวดลาย ได้แก่ ผ้าเช็ด ผ้าพาด ผ้าหลบ (ผ้าปูที่นอน) และหน้าหมอนจก เป็นต้น


สำหรับการจัดงานครั้งนี้ มีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ นิทรรศการกระบวนการผลิตผ้าตีนจก การออกร้านจำหน่ายสินค้าผ้าตีนจก ผลิตภัณฑ์โอทอป ผลิตภัณฑ์ชนเผ่า กาดมั้วคัวฮอม กิจกรรมการประกวดการแข่งขันต่างๆ เช่น การประกวดไก่สวยงาม การแข่งขันมวยทะเล การแสดงดนตรี การแข่งขันกีฬาเปตอง และการแข่งขันล่องแพน้ำแจ่ม เป็นต้น และการจัดกิจกรรมสืบสานภูมิปัญญาของแม่แจ่มอีกมากมาย พร้อมทั้งจุดถ่ายภาพ Check in เพื่อเก็บความประทับใจที่สวยงามให้แก่นักท่องเที่ยวและผู้ที่มาร่วมงานทุกท่าน


จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ มาร่วมงานมหกรรมผ้าตีนจกและผลิตภัณฑ์ชนเผ่าแม่แจ่ม ครั้งที่ 27 ประจำปี 2563 อย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 6 -10 กุมภาพันธ์ 2563 ณ บริเวณลานหน้าที่ว่าการอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ โดยจะมีพิธีเปิดงานและขบวนแห่งานมหกรรมผ้าตีนจกและผลิตภัณฑ์ชนเผ่าสุดยิ่งใหญ่ ในวันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 ณ สนามโรงเรียนบ้านเนินวิทยา ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป

เชียงใหม่เปิดงาน”เทศกาลไชน่าทาวน์เมืองเชียงใหม่ ครั้งที่ 18

เชียงใหม่เปิดงาน”เทศกาลไชน่าทาวน์เมืองเชียงใหม่ ครั้งที่ 18 ”

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 25 ม.ค.นี้ที่บริเวณหน้าเวทีการแสดง หน้าตลาดวโรรส ถ.วิชยานนท์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายวิรุฬ พรรณเทวี รอง ผวจ.เชียงใหม่เป็นประธานเปิดงาน”เทศกาลไชน่าทาวน์เมืองเชียงใหม่ ครั้งที่ 18 “วันที่ 25-26 ม.ค.นี้โดยมี นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายก อบจ.เชียงใหม่ ,นายทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ และนายเหริน ยี่เซิง กงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดเชียงใหม่ มาร่วมพิธีพร้อมกับชาวไทยเชื้อสายจีนและนักท่องเที่ยวมาร่วมงานจำนวนมาก

โดยภายในงานมีการปิดถนนสายวิชยานนท์ตลอดสายมีการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมจีนพร้อมมีการออกร้านอาหารไทย-จีนกว่า 100 ร้านและในภาคกลางคืนมีการประกวดมิสไชน่า ทาวน์ 2020 และประกวดหนูน้อย ตี๋ หมวย สวยเก่ง และการแสดงเชิดสิงโตและมังกร พ่นไฟ

ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ เตรียมเปิดการประมูลหมายเลขทะเบียนรถสวย ครั้งที่ 25

ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ เตรียมเปิดการประมูลหมายเลขทะเบียนรถสวย ครั้งที่ 25

ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ เตรียมเปิดการประมูลหมายเลขทะเบียนรถสวย ครั้งที่ 25 “หมวด ขอ” จำนวน 301 หมายเลข และป้ายทะเบียนรถสวยหมวดเสริม “หมวด ขค ขง ขจและขฉ” จำนวน 140 หมายเลข ในวันที่ 8 – 9 กุมภาพันธ์ 2563 ณ โรงแรมดิเอ็มเพรสเชียงใหม่

ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ นางวราภรณ์ วรพงศธร ขนส่งจังหวัดเขียงใหม่ เปิดเผยว่าสำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ กำหนดจัดการประมูลหมายเลขทะเบียนรถสวย ครั้งที่ 25 หมวด ขอ จำนวน 301 หมายเลข และป้ายทะเบียนรถสวยหมวดเสริม ในหมวด ขค ขง ขจและขฉ จำนวน 140 หมายเลข ในวันที่ 8 – 9 กุมภาพันธ์ 2563 ณ โรงแรมดิเอ็มเพรสเชียงใหม่ โดยแผ่นป้ายที่จะนำออกประมูล เป็นแผ่นป้ายภาพกราฟฟิคที่มีสีสันสวยงาม มีเอกลัษณ์และความหมายบ่งบอกความเป็นจังหวัดเขียงใหม่

ซึ่งจะสื่อความหมายของจังหวัดเชียงใหม่ที่เป็นจังหวัดที่มีความเจริญรุ่งเรือง สงบร่มเย็นประชาชนมีความสุขโดยถ้วนหน้าหมวดอักษร ขอ ยังสื่อความหมายถึง “ขับรถเลขสวย อำนวยโชคลาภ” อันจะส่งผลให้ผู้ที่ครอบครองป้ายดังกล่าวจะมีแต่ความเจริญเป็นสิริมงคลรถที่ใช้อยู่จะนำพาให้มีทรัพย์เพิ่มพูนทวียิ่งๆขึ้นไป นอกจากนั้นยังมีแผ่นป้ายทะเบียนรถหมวดเสริมในหมวดอักษร “ขค ขง ขจ และ ขฉ” และแผ่นป้ายทะเบียนรถหมวดเสริมเป็นภาพกราฟฟิกครอบครัวหมีแพนด้าช่วงช่วง หลินฮุ่ยและหลินปิง


นางวราภรณ์ วรพงศธร ขนส่งจังหวัดเขียงใหม่ กล่าวอีกว่า ในช่วงที่ผ่านมาสำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวยมาแล้วจำนวน 24 ครั้ง ซึ่งได้ดำเนินรายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) จำนวนรวมทั้งสิ้น 523,038,811 บาท ทั้งนี้ได้นำรายได้จากการประมูลหมายเลขทะเบียนรถไปใช้ในกิจกรรมในโครงการด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนทั่วประเทศ

ซึ่งในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจาก กปถ. ในโครงการต่างๆ อาทิเช่น โครงการมั่นใจทั่วไทย รถใช้ GPS, โครงการจัดซื้อเครื่องมือตรวจจับความเร็วรถ, เครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์, โครงการปลูกฝังเด็กไทย ใส่ใจวินัยจราจร, โครงการนักเรียนรุ่นใหม่มีใบขับขี่, โครงการขนส่งห่วงใยใส่ใจผู้ประสบภัยจากรถโดยมอบอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการจากอุบัติเหตุจากการใช้รถใช้ถนน, โครงการขนส่งสัญจร สอนน้องใช้รถใช้ถนน, โครงการสื่อประชาสัมพันธ์ข่าวสารและข้อมูลด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน กล้องโทรทัศน์วงจรปิด CCTV และ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมกำกับดูแลสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) เป็นต้น


ทางสำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมทำบุญสร้างกุศลด้วยการร่วมประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวย หมวด “ขอ” “ขับรถเลขสวย อำนวยโชคลาภ” จำนวน 301 หมายเลขและป้ายเลขสวยหมวดเสริม “ขค ขง ขจและขฉ” จำนวน 140 หมายเลข ในวันที่ 8 – 9 กุมภาพันธ์ 2563 ณ โรงแรมดิเอ็มเพรสเชียงใหม่ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายทะเบียนรถ โทร.053 270 412, 053 140 405, สำนักงานขนส่งสาขาอำเภอฝาง โทร. 053 346 421, สำนักงานขนส่งสาขาอำเภอจอมทอง โทร. 053 106 867 และสำนักงานขนส่งสาขาอำเภอแม่แตง โทร. 053 104 119.

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เพิ่มสีสันวันตรุษจีน ปีหนูทองมอบอั่งเปาให้แก่ “หนูยักษ์ คาพีบาร่า”

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เพิ่มสีสันวันตรุษจีน ปีหนูทองมอบอั่งเปาให้แก่ “หนูยักษ์ คาพีบาร่า”

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 22 มกราคม 2563 สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) โดยสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี มอบอั่งเปา “บุฟเฟ่ต์ผลไม้” ให้แก่ “คาพีบาร่า” (capybara) หรือเจ้าหนูยักษ์ เป็นของขวัญต้อนรับเทศกาลตรุษจีน (ปีหนูทอง) พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสความน่ารักของคู่พี่น้องหนูยักษ์ คาพีบาร่า สัตว์ฟันแทะในตระกูลหนูที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และชมการแสดงเชิดสิงโตในช่วงเทศกาลวันตรุษจีนนี้

นายอนุชา ดำรงมณี กรรมการบริหาร ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาพิงคนคร เปิดเผยว่า เนื่องจากไนท์ซาฟารีมีนักท่องเที่ยวชาวจีนให้ความนิยมมาท่องเที่ยวจำนวนมาก ถึงร้อยละ 90 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด ดังนั้นเราจึงให้ความสำคัญกับวันสำคัญของชาวจีนคือ วันตรุษจีน และเพื่อเป็นการฉลองตรุษจีนรับปีชวด หรือปีหนู ซึ่งในปีนี้เป็นปีชวดธาตุทองที่ 60 ปี จะเวียนมา 1 ครั้ง ถือได้ว่าเป็นปีแห่งการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีจึงต้อนรับเทศกาลวันตรุษจีน โดยมอบอั่งเปา “บุฟเฟ่ต์ผลไม้” เป็นของขวัญให้แก่ “คาพีบาร่า” (capybara) หรือเจ้าหนูยักษ์ สัตว์ฟันแทะในตระกูลหนูที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อันเป็นการแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ ความเพิ่มพูน ความสุข ให้กับตัวแทนของเหล่าสรรพสัตว์ในเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี โดยจัดตกแต่งอั่งเปาด้วยผลไม้ที่ชื่นชอบ ประกอบด้วย ต้นข้าวโพด แครอท ใบไผ่ หญ้าแห้ง หญ้าสด ถั่วฝักยาว เป็นต้น พร้อมตกแต่งเป็นถ้อยคำอวยพรในภาษาจีน คำว่า 发财 (ฟา – ฉาย) แปลว่า เจริญขึ้น ดีขึ้น เพื่ออวยพรให้แก่นักท่องเที่ยวชาวจีน และชาวไทยเชื้อสายจีนทุกท่าน และต้อนรับปีหนูทอง 2563 นี้ด้วย

“คาพีบาร่า” (capybara) เป็นหนูที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เลี้ยงลูกด้วยนม มีลักษณะเป็นทรงกระบอก หัวขนสีน้ำตาลอ่อนถึงสีดำ หูสั้น ไม่มีหาง มีพังผืดที่เท้าและขาหลัง เท้าหลังมี 3 นิ้ว ในขณะที่เท้าหน้านั้นจะมี 4 นิ้ว ขาหลังจะยาวกว่าขาหน้าเล็กน้อย เมื่อโตเต็มที่อายุ 15 – 18 เดือน จะมีน้ำหนักมากถึง 35 ถึง 66 กิโลกรัม ลำตัวยาวประมาณ 45 – 60 เซนติเมตร คาพีบาร่าเป็นสัตว์กินพืชเป็นส่วนใหญ่ จำพวกหญ้าและพืชน้ำ รวมไปถึงผลไม้และเปลือกไม้ ซึ่งปัจจุบันเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีมี “คาพีบาร่า” อาศัยอยู่จำนวน 2 ตัว (เพศผู้ 1 ตัว, เพศเมีย 1 ตัว) อายุ 10 ปี 9 เดือน เป็นคู่พี่น้องที่เกิดจากแม่เดียวกัน และเกิดในเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

นอกจากนี้ ในช่วงเทศกาลตรุษจีน เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีได้จัดการแสดงเชิดสิงโต ในเวลา 20.00 น. ซึ่งเชื่อกันว่าใครที่ได้ชมการเชิดสิงโตจะมีโชคลาภ เจริญรุ่งเรือง และเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง ในวันที่ 25 มกราคม 2563 พร้อมทั้งร่วมลุ้นรับอั่งเปา เมื่อซื้อบัตรเข้าชมครบ 2,000 บาท ในช่วงเทศกาลวันตรุษจีน ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 25 มกราคม 2563 รวมทั้งเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ชมความน่ารักของคู่พี่น้อง “คาพีบาร่า” หรือเจ้าหนูยักษ์ ได้ในโซนจากัวร์เทล (ทางเดินรอบทะเลสาบ) ผู้ที่สนใจสามารถเที่ยวชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 – 22.00 น. หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี โทร. 053 – 999000

สสจ.เชียงใหม่ แจ้งสถานการณ์ โรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่(2019-nCOV)

สสจ.เชียงใหม่ แจ้งสถานการณ์ โรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่(2019-nCOV)ที่ระบาดในเมืองอู่ฮั่น มลฑลหูเป่ย สาธารณรัฐประชาชนจีน

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2563 นายแพทย์จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ชี้แจงสถานการณ์โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ดังนี้ องค์การอนามัยโลกได้แถลงว่า ผู้ป่วยยืนยันทั้งหมดสาธารณรัฐประชาชนจีน 217 ราย เสียชีวิต 3 ราย ส่วนสถานการณ์นอกประเทศจีน มีรายงานพบผู้ป่วยยืนยันใน 3 ประเทศ คือ ประเทศญี่ปุ่น 1 ราย ประเทศเกาหลีใต้ 1 ราย และประเทศไทย 2 ราย
สำหรับสถานการณ์ในจังหวัดเชียงใหม่ นายแพทย์จตุชัย กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ได้มีการคัดกรอง 2 ระบบ คือ การคัดกรองด้วยเครื่อง Thermo scan ที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ในผู้โดยสารสายการบิน Air China เที่ยวบินตรงอู่ฮั่น-เชียงใหม่ และการคัดกรองที่โรงพยาบาลของรัฐ และเอกชนทุกแห่งในจังหวัดเชียงใหม่ จากรายงานพบผู้ป่วยที่ต้องสอบสวนโรค (PUI) 5 ราย ผลตรวจ ไม่พบไวรัสโคโรนา 2 ราย อีก 3 รายอยู่ระหว่างรอผลตรวจยืนยัน
รายที่ 1: หญิงไทย อายุ 29 ปี เดินทางไปเที่ยวอู่เซี๊ยะ มาขึ้นเครื่องกลับที่อู่ฮั่น ผลตรวจเป็นไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B
รายที่ 2: เด็กหญิงจีน อายุ 7 ปี คนเมืองอันหลู่ มานอนที่อู่ฮั่นเพื่อรอขึ้นเครื่องมาเชียงใหม่ ผลตรวจเป็น หลอดลมอักเสบ จากเชื้อไรโนไวรัส
รายที่ 3: หญิงจีน อายุ 23 ปี คนเมืองอู่ฮั่น ไปขึ้นเครื่องที่ฉางชา ลงเชียงราย เที่ยวเชียงราย แล้วขึ้นรถทัวร์มาเชียงใหม่ เบื้องต้นตรวจพบ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A รอผล ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่
รายที่ 4: ชายจีน อายุ 28 ปี คนเมืองอู่ฮั่น ขึ้นเครื่องสายการบินคุนหมิง เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2563 เริ่มมีอาการไข้ เจ็บคอ ปวดศีรษะ วันที่ 18 ม.ค. 2563 เข้ารักษาที่ รพ. มหาราช วันที่ 20 ม.ค. 2563 รอผลตรวจยืนยัน


รายล่าสุด รายที่ 5: ชายจีน อายุ 18 ปี คนเมืองอู่ฮั่น ขึ้นเครื่องจากอู่ฮั่นมาลงเชียงใหม่ วันนี้ (21 ม.ค. 2563) เวลา 11.20 น.ตรวจพบไข้ 38.2 จากเครื่อง Thermo scan ที่ด่านควบคุมโรคท่าอากาศยานเชียงใหม่ รับเข้ารักษาที่ รพ.นครพิงค์ รอผลตรวจยืนยัน
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้กล่าวย้ำว่า ขอให้ประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียง มั่นใจในระบบการเฝ้าระวังคัดกรอง ป้องกันและควบคุมโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ของประเทศไทย และจังหวัดเชียงใหม่ ที่จะสามารถทำการเฝ้าระวังและคัดกรอง กลุ่มเสี่ยงจากเมืองอู่ฮั่น
ที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ทุกคน รวมทั้งการคัดกรองผู้ป่วยที่มีอาการไข้ ร่วมกับมีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ และมีประวัติการเดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น ณ โรงพยาบาลของรัฐ และโรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดเชียงใหม่ทุกแห่ง หากพบผู้ป่วยสงสัยจะดำเนินการส่งต่ออย่างปลอดภัย
เพื่อแยกกักผู้ป่วยในห้องแยกกักความดันลบที่โรงพยาบาลนครพิงค์ และโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ พร้อมส่งตรวจหาเชื้อ และให้การรักษาพยาบาลอย่างมีมาตรฐาน และหากมีสถานการณ์ของโรคเปลี่ยนแปลง
ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ จะทำการแถลงข่าวแจ้งให้ทราบเป็นระยะๆ ต่อไป และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ กลุ่มงานควบคุมโรค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ โทร.053-211048-50 ต่อ 110

อาจารย์ประสิทธิ์ ชูดวง รับรางวัลบุคคลต้นแบบ “เหมราช” ครั้งที่ 4

หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุลเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติความยิ่งใหญ่ให้กับบุคคลต้นแบบ “เหมราช” ครั้งที่ 4 จัดโดย มูลนิธิดินดีน้ำใส แห่งประเทศไทย ณ หอประชุมพุทธวิชชาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ในวันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม 2563 เวลา 13.00 น.

สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดงานเพื่อเทิดทูนชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพื่อปกป้องผู้ประกอบคุณงามความดีบำเพ็ญตนเป็นประโยชน์ต่อสังคม สร้างความสัมพันธ์อันดี สร้างความเป็นปึกแผ่น สร้างรากฐานที่มั่นคงในกลุ่มต่าง ๆ เช่น ครอบครัว ชุมชน องค์กร รวมไปถึงสื่อมวลชนทุกแขนง (โทรทัศน์ วิทยุ สิ่งพิมพ์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ให้ทัดเทียมเป็นที่ยอมรับทั่วโลก พร้อมทั้งเป็นการเชิดชูเกียรติประวัติ สร้างความภาคภูมิใจ และสร้างขวัญกำลังใจให้กับ องค์กร บุคคล นักธุรกิจ ศิลปิน ดารา นักร้อง ฯลฯ ให้มีพลังในการสร้างสังคมให้มีคุณภาพ คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ ตระหนักถึงอุดมการณ์ของวิชาชีพ ต่อส่วนรวมต่อไป

ด้านอาจารย์ประสิทธิ์ ชูดวง รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีโปลิเทคนิคลานนา เชียงใหม่ ได้รับรางวัลด้านวิชาการและพัฒนางานด้านการศึกษา เพื่อนักเรียนนักศึกษาเป็นแบบอย่างที่ดีต่อไป


ทางด้านรางวัลประกอบด้วย 10 สาขา ได้แก่ 1. สาขาผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ 2.สาขาผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา 3.สาขาผู้นำคุณประโยชน์จิตอาสา 4. สาขาผู้ทำคุณประโยชน์อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม 5. สาขาผู้นำด้านบริหารและพัฒนาองค์กร 6. สาขาผู้นำด้านวิชาการและพัฒนางานด้านการศึกษา 7. สาขาผู้นำด้านอนุรักษ์ป่า รักษาสิ่งแวดล้อม 8.สาขาผู้นำด้านพัฒนาและบริหารธุรกิจ 9. สาขาข้าราชการ 10. สาขาสื่อมวลชน

มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ จัดพิธีประสาทปริญญาบัตรครั้งที่ 17

มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ จัดพิธีประสาทปริญญาบัตรครั้งที่ 17 วันอาทิตย์ ที่ 19 มกราคม 2563 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติเฉลิมพระเกียรติฯพิธีประสาทปริญญาบัตรครั้งที่ 17 ประจำปีการศึกษา 2562 มีผู้สำเร็จการศึกษาระดับดุษฎีบัณฑิต มหาบัณฑิต และบัณฑิต เข้ารับปริญญาจำนวนทั้งสิ้น 574 คน

โดยมีอาจารย์ณรงค์ ชวสินธุ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ เป็นประธานในพิธี และเป็นผู้ประสาทปริญญาบัตรแก่ดุษฎีบัณฑิต มหาบัณฑิตและบัณฑิต แยกเป็นมหาบัณฑิตจำนวน 78 คน คือ ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจ 8 คน ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา 32 คน ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการสอน 38 คน และบัณฑิตจำนวน 496 คนคือ ปริญญาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า 26 คน

ปริญญาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ 7 คน ปริญญาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมเครื่องกล 15 คน ปริญญาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาเทคโนโลยียานยนต์ 1 คน ปริญญาเทคโนโลยีบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีก่อสร้าง 9 คน ปริญญาเทคโนโลยีบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 4 คน

ปริญญาเทคโนโลยีบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีอุตสาหกรรม 7 คน ปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต (วิศวกรรมซอฟต์แวร์) 4 คน ปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต (เทคโนโลยีเครื่องสำอาง) 2 คนการประสาทปริญญาบัตรครั้งนี้มีบัณฑิตได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่งรวมทั้งสิ้นจำนวน 33 คน


นอกจากนี้ยังมีผู้เข้ารับปริญญากิตติมศักดิ์จำนวน 3 คนมี Dr.Chad Ruel Allred ศิลปศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการจัดการ ดร.บุญทา ชัยเลิศ ศิลปศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการจัดการการท่องเที่ยวและการบริการ และนายเศรษฐี โชคดั่งน้ำไหล ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขารัฐประศาสนศาสตร์

“ซินดี้”อเล็กซานดร้า แฮงกี่ คว้าตำแหน่งนางสาวเชียงใหม่ ประจำปี 2563พร้อมคว้า 4 ตำแหน่งพ่วง

การจัดประกวดนางสาวเชียงใหม่ ประจำปี 2563 ภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ในงานฤดูหนาวและงานโอทอปของดีเมืองเชียงใหม่ ประจำปี 2563 วันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม 2563 ณ เวทีประกวดนางสาวเชียงใหม่ในงานฤดูหนาวและงานโอทอปของดีเมืองเชียงใหม่ ประจำปี 2563 ท่ามกลางบรรยากาศกองเชียร์แน่นขนัดโดยสาวงามทั้ง20 คนได้ออกมาเดินโชว์โฉมในชุดล้านนา,ชุดว่ายน้ำและชุดราตรี จากนั้นคัดเลือกลงเหลือ 10 คนและ 5 คนตามลำดับท่ามเสียงเชียร์ดังสนั่น

จนกระทั่งเวลา 22.30 น.วันที่ 5 มกราคม.ทางคณะกรรมการประกาศผลการประกวดนางสาวเชียงใหม่ โดยผู้ที่รับตำแหน่งนางสาวเชียงใหม่ประจำปี 2563 ได้แก่น.ส.อเล็กซานดร้า แฮงกี่ ชื่อเล่น ซินดี้ อายุ 20 ปี นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่คว้าตำแหน่งพร้อมมงกุฎเพชร และเงินสดจำนวน 100,000 บาทโดยมี หมายเลข 12 น.ส.กัลย์สุดา ชนาคีรี หรือน้องมิมี่ อายุ 21 ปี ม.ราชภัฎเชียงใหม่ รองอันดับ 1,หมายเลข 8 น.ส.พิมพ์ผกา สุวรรณรัตน์ หรือน้องพิมพ์ ได้รองอันดับ 2,หมายเลข 6 น.ส.วชิราภรณ์ นันทวาศ ชื่อเล่นแอปเปิ้ล อายุ 23 ปี ได้รองอัน 3และ น.ส.ชุติกาญจน์ อารีลักษณ์ ชื่อเล่นน้องแพม อายุ 23 ปี ได้รองอันดับ 4

น.ส.อเล็กซานดร้า แฮงกี่ มีพ่อเป็นชาวสวิสเซอร์แลนด์ แม่เป็นคนไทย เดิมอยู่ที่ จ.ภูเก็ต ย้ายมาอยู่เชียงใหม่ได้ 18 ปี ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้นปีที่ 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาไฟฟ้า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และอนาคตอยากจะเป็นวิศวกรเกี่ยวกับไฟฟ้า ดีใจมากที่ได้ตำแหน่งนางสาวเชียงใหม่จะเผยแพร่ชื่อเสียงของเชียงใหม่ และรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อมและลดโลกร้อน

สำหรับการประกวดนางสาวเชียงใหม่ ประจำปี 2563 สร้างประวัติศาสตร์ตำนานความงามบนเวทีประกวดที่ยาวนานที่สุด 87 ปี เอื้องงามประกายแห่งล้านนนา ความงามคู่แผ่นดิน ภายใต้แนวคิด “งามสง่าอย่างมีคุณค่า สู่สากล”