สังคม » งานวิ่ง ‘สิงห์ขาว ชาเลนจ์รัน 2019’ ชิงโล่ประทาน พระองค์ภาฯช่วยเด็กยากไร้ ลั่นยกระดับเป็นงานอีเว้นท์วิ่งอันดับต้นของประเทศ

งานวิ่ง ‘สิงห์ขาว ชาเลนจ์รัน 2019’ ชิงโล่ประทาน พระองค์ภาฯช่วยเด็กยากไร้ ลั่นยกระดับเป็นงานอีเว้นท์วิ่งอันดับต้นของประเทศ

29 มกราคม 2019
396   0

Spread the love

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 28 มกราคม 2562 ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.) สมาคมศิษย์เก่าคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มช. แถลงข่าวการจัดงานวิ่งการกุศล โครงการ ‘สิงห์ขาว ชาเลนจ์รัน’ (SINGHAKAO CHALLENGE RUN 2019) ชิงโล่รางวัลประทาน พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ระดมทุนถวายเพื่อใช้ในโครงการฯ ตามพระราชอัธยาศัย และเพื่อใช้โครงการสาธารณกุศลอื่นๆของทางสมาคมฯ งานวิ่งจะจัดให้มีขึ้นในวันที่ 10 มีนาคม 2562 ที่ ศาลาอ่างแก้ว ภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะที่ปรึกษาการจัดงานสิงห์ขาวชาเลนจ์รัน นางรัตนประภา ดิศวัฒน์ ประธานการจัดงานฯ พร้อมคณาจารย์ และศิษย์เก่าคณะฯ ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน

นางรัตนประภา กล่าวว่า ที่มาของการจัดงาน มองว่า กิจกรรมการวิ่งเป็นกีฬาที่ทรงพลัง ให้คนก้าวออกมาท้าทายและอยากเอาชนะ(ชาเลนจ์)ตัวเอง ไม่หยุดพัฒนาศักยภาพ จากวิ่งไม่ได้เป็นวิ่งได้ วิ่งได้อย่างช้าๆเป็นเร็วขึ้นเรื่อยๆ อย่าท้อแท้ที่จะเอาชนะทุกอุปสรรค ทุกข้อจำกัด ทุกข้อปัญหา เพื่อทำให้สำเร็จ มุ่งพัฒนาทำสิ่งดีๆให้สังคมอย่างเต็มความสามารถ เหมือนกับสปิริตของพวกเราชาวสิงห์ขาวที่ปลูกฝังกันมาทุกรุ่น ทีมงานจึงหยิบเอาเรื่อง “ความมุ่งมั่น ท้าทาย ก้าวข้ามทุกอุปสรรค” มาเป็น คอนเส็ปต์ของงานวิ่ง SINGHAKAO CHALLENGE RUN 2019 ครั้งนี้ ในส่วนของโลโก้ ของงาน เราพัฒนามาจากชื่อ และสัญลักษณ์ของคณะ ให้อารมณ์เหมือนสิงห์ขาวกำลังพุ่งทะยานไปข้างหน้า เปรียบเสมือนทุกคนที่กำลังก้าววิ่ง พร้อมเผชิญกับทุกอุปสรรคที่รออยู่ และพร้อมที่จะทำลายอุปสรรคนั้นด้วยกายและใจที่เต็มร้อย โดยเลือกสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีประจำคณะ

 

“งานวิ่ง ‘สิงห์ขาวชาเลนจ์รัน 2019’ มีเส้นทางวิ่ง 2 ระยะ คือ ประเภท ฟันรัน 4.84 กิโลเมตร. และ ชาเลนจ์รัน 12.48 กิโลเมตร เส้นทางวิ่งฟันรัน ใช้เส้นทางภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นส่วนใหญ่ เริ่มรวมพลที่ข้างศาลาอ่างแก้ว จากจุดสตาร์ทข้างศาลาธรรมมุ่งหน้า แล้วเลี้ยวซ้ายทางตามถนน บริเวณเสาธง จนถึงจุดจอดรถไฟฟ้า เลี้ยวซ้ายไปตามสนามรักบี้ จากนั้นวิ่งเลียบไปตามเส้นทางขนานรั้ว ผ่านภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ ผ่านหมู่บ้านไผ่ล้อม จนถึงสนามเทนนิส จากนั้นเลียบตามทางไปผ่านหน้าหอ 40 ปี เลี้ยวซ้าย มุ่งหน้าถึงโรงพยาบาลสัตว์เล็ก ณ จุดนี้จะพบจุดบริการน้ำดื่มจุดแรก เลี้ยวขวาผ่านสนามกีฬากลาง สระว่ายน้ำรุจิรวงค์ มุ่งหน้าสู่หอนาฬิกา เลี้ยวขวามุ่งหน้าไปทาง อมช. ลงเนินมา วิ่งต่อมาจะผ่านคณะรัฐศาสตร์ จากนั้นมุ่งหน้าผ่านไปทางขึ้นอ่างแก้ว ผ่านหน้าธนาคารกสิกรไทย บริเวณหน้าคณะมนุษยศาสตร์ มีจุดบริการน้ำที่2 ก่อนที่จะวิ่งขึ้นเนิน เพื่อเลี้ยวเข้าอ่างแก้ว ณ จุดนี้นักวิ่งฟันรันเมื่อพ้นสันอ่างให้เลี้ยวซ้ายเข้าเส้นชัยไปก่อน”

 

 

นางรัตนประภา กล่าวต่อว่า ส่วนวิ่งชาเลนจ์รัน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของเส้นทางวิ่ง 3 อ่าง ที่ยังไม่เคยมีการจัดมาก่อน ใช้เส้นทางวิ่งช่วงแรกเหมือนฟันรัน แต่จะวิ่งต่อ โดยวิ่งวนไปด้านในอ่างแก้ว วนออกมาด้านข้างคณะนิติศาสตร์ เลียบอ่างตาดชมพู ผ่านหน้าคณะการสื่อสารมวลชน ตรงด้านหน้าตลาดฝายหิน มีจุดบริการน้ำที่3 และจุดพยาบาล (จุดนี้ หากนักวิ่งท่านใดทำเวลาเกินกว่า 7.15 น. เราจะมีรถบริการนำท่านไปส่งที่ศาลาอ่างแก้ว (cut off time – DNF) จากนั้นวิ่งมุ่งหน้าสู่คณะสถาปัตย์ฯจนถึงประตูทางออกวัดฝายหิน เลี้ยวซ้ายไปจนถึงแยกทางขึ้นกาแล มีจุดบริการน้ำที่4 รวมถึงเกลือแร่ ผลไม้และจุดพยาบาล จากกาแลลงมา มีจุดบริการน้ำที่5 และบริเวณนี้ถ้านักวิ่งหมดแรง หรือทำเวลาเกิน 08.00 น. (cut off time 08.00) มีรถบริการ แต่ถ้าท่านผ่านจุดนี้ไปได้เป้าหมายคือ ประตูวิศวะ มุ่งตรงหอนาฬิกาอีกครั้ง ณ จุดนี้เลี้ยวซ้ายผ่านคณะวิศวะฯ แล้วเลี้ยวขวาถัดไปผ่านหอ 6 ชาย เพื่อผ่านลงเนินสหกรณ์ แล้วขึ้นเนินห้องสมุด จากนั้นเลี้ยวผ่านคณะสังคมศาสตร์ ผ่านโรงอาหารคณะมนุษย์ มุ่งหน้าสันอ่างแก้ว แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าเส้นชัย

 

นางรัตนประภา กล่าวอีกว่า ช่วงแรกเราเปิดรับสมัครไปไม่นาน มีผู้สมัครเข้ามาเต็มจำนวน คือ 2,000 คน โดยค่าสมัคร ฟันรัน 400 บาท วิ่งชาเลนจ์รัน 450 บาท และ VIP 2,500 บาท แต่เนื่องจากการตอบรับดีมาก ทางทีมจัดงานจึงขยายเพิ่มการเปิดรับสมัครรอบพิเศษอีก 500 คน ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงอีก 10 วัน

 

“สิทธิพิเศษที่นักวิ่งผู้สมัครจะได้รับ คือ โล่รางวัลประทาน พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา สำหรับผู้ได้อันดับ1 รางวัล over all ชาย-หญิง และยังมีโล่เกียรติยศ พร้อมเงินรางวัลในแต่ละประเภทอายุ รวมถึงเหรียญรางวัล ที่ออกแบบเป็นรูปหัวสิงห์ที่มีความสวยงามเป็นอย่างมากให้กับนักวิ่งที่เข้าเส้นชัยทุกระยะ และมีรางวัลพิเศษ เป็นการจับฉลากตั๋วเครื่องบินแอร์เอเชีย ค่างประเทศ 4 ใบ ในประเทศ 3 ใบ มีการเปิดคลินิกนักวิ่งทีมชาติ แนะนำการพัฒนาการวิ่งให้กับ ผู้สมัครที่สุ่มมา 100 คน ในเวลา 13.00 น. วันที่ 24 กุมภาพันธ์ สามารถติดตามรายละเอียดการจัดงานได้ที่ เฟซบุ๊ค แฟนเพจ สิงห์ขาว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่” นางรัตนประภา กล่าว

 

ด้านนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ที่ปรึกษาการจัดงานฯ กล่าวว่า งานที่จัดขึ้นนี้รายได้เราจะนำไปช่วยเด็กยากไร้ นำมาซึ่งหน้าตอของเมืองเชียงใหม่ ตนจะผลักดันให้งานวิ่งของสิงห์ขาว ยกระดับขึ้นเป็นอีเว้นท์งานวิ่งระดับต้นๆของประเทศไทยที่ใครๆก็ต้องไม่พลาดที่จะมา ส่วนช่วงของการจัดงานที่จะมีขึ้นในวันที่ 10 มีนาคมนั้น หลายคนเป็นห่วงเรื่องของภาวะหมอกควัน ตนเองมั่นใจว่าไม่น่ากังวล เนื่องจากหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่แล้ว จะมีการประกาศภาวะต่อสู้กับอากาศเสียโดยจะคิกออฟในต้นเดือนหน้านี้ เชื่อว่าเชียงใหม่อากาศจะไม่เลวร้ายเหมือนกรุงเทพฯ

////////