แม่ทัพภาคที่ 3 ร่วม ผบช.ภ.5 และผู้ว่าฯเชียงใหม่บินตรวจเส้นทางและจุดสกัดไวรัสโควิด19

เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.นี้พลโท อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์แม่ทัพภาคที่3 นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผวจ.เชียงใหม่ พล.ต.ท. ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 พล.ต.ต. พิเชษฐ จิระนันตสิน  ผบก.ภจว. ชม. ขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจเส้นทางตามแนวตะเข็บชายแดน อ .แม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ และอ.แม่สาย.จ.เชียงราย หลังพบหญิง อายุ 29ปี ทำงานที่ร้านเสริมสวย อ.แม่อาย ที่เดินทางไปเลือกตั้ง อบจ.ที่บ้านเกิด จ.อยุธยา  ติดเชื้อโควิด จนทำให้ทางคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่สั่งล๊อกดาวน์3 ตำบล อ.แม่อาย   คือ ตำบลท่าตอน ตำบลแม่อาย และตำบลมะลิกา และสั่งปิดโรงเรียน  ก่อนจะนำรถชีวนิรภัยไปตรวจหาเลื้อให้กับประชาชนในพื้นที่ 3ตำบล ที่ เทศบาลตำบลแม่อายตั้งแต่วันที่ 20ธค.63โดยวันแรกตรวจทั้งหมด145คน ผลตรวจเป็นลบทั้งหมดและวันที่2ตรวจ 386คน ผลตรวจทั้งหมดก็เป็นลบ

พลโท อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์แม่ทัพภาคที่3 ได้เผยว่าได้การมาตรวจในครั้งนี้เป็นเดสการติดตามเหตุที่มีคนติดเชื้อในพื้นที่ อ.แม่อาย โดยไปตรวจพบที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เนื่องจากในห้วงที่ผ่านมาทหารของเราสามารถสกัดกั้นโดยเฉพาะในพื้นที่ตรงข้าม อ.แม่สาย จ.เชียงรายที่จะเข้ามาได้อย่างดีมากโดยทุกคนที่้ผ่านเข้ามาจะผ่านระบบคลอรันทีน แต่ในพื้นที่แม่อายกลับมี 1 คนและหลุดเข้าไปที่ จ.พระนครศรีอยุธยาเราพยายามตามหาความจริงว่าในข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรและทางเชียงใหม่มีมาตรการอย่างไร แต่ในส่วนของตนต้องการทราบว่าเรามีจุดบอดอยู่ตรงไหน จะนำมาพิจารณาว่าการตั้งจุดตรวจจุดสกัดการจะสกัดกั้นคนที่จะเข้าเมืองอย่างลักลอบเรายังทำได้ดีมากน้อยแค่ไหน เรามีจุดบอดที่ไหน เพราะหลังวันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมาเรามีกำลังเพิ่มขึ้นอีก 2 กองร้อยเพื่อสกัดกั้นในพื้นที่ทีคิดว่ายังหละหลวมอยู่ จึงมาขอทราบข้อเท็จจริงและฟังมาตรการป้องกันจากทางจังหวัดและผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค5ว่าข้อมูลที่แท้จริงที่มีการติดจาก อ.แม่อายไปเป็นอย่างไร หากเป็นจุดอ่อนของเราก็จะได้ปรับการทำงานต่อไป


พลตำรวจโท ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ. 5เปิดเผยว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้จากการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ เป็นชาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ไปตรวจพบที่ จ.พระนครศรีอยุธยาทางตนและแม่ทัพภาคที่ 3 ผวจ.เชียงใหม่และคณะจึงได้เดินดูที่ อ.แม่อาย ซึ่งก็อยากจะบอกในขณะนี้เรายังไม่ทราบว่าผู้ติดเชื้อรายนี้ติดจากที่ไหนอย่างไร เนื่องจากบุคคลที่เกี่ยวข้องที่เสี่ยงใน อ.แม่อาย ทางเราได้ดำเนินการนำมาตรวจเป็นจำนวนมากแต่ยังไม่พบผู้ใดติดเชื้อดังกล่าว อย่างไรก็แล้วแต่ทางตำรวจภูธรภาค5 ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนได้ติดตามไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้ออย่างชัดเจนจึงอยากจะฝากไปยังผู้เกี่ยวข้องรับทราบข้อมูลผู้ติดเชื้อรายนี้ไปที่ไหนอย่างไรมาขอให้แจ้งให้ทางเราทราบเราจะติดตามตรวจสอบให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง ในส่วนการดำเนินการทางตำรวจภูธรภาค5 ได้จุดตรวจสกัดที่ลักลอบป้องกันคนต่างด้าวหลบหนีเข้ามาตามแนวชายแดนฝั่ง อ.แม่สาย เชียงรายและ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ซึ่งตำรวจภูธรภาค5 ได้ตั้งจุดตรวจยกระดับความเข้มข้นในการป้องกันและสกัดกั้นการป้องกันลักลอบข้ามมาของแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ตามแนวชายแดนในพื้นที่8จังหวัดภาคเหนือ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงได้มีการตั้งด่านตรวจจังหวัดแม่ฮ่องสอน 6จุด เชียงราย 6จุด และเชียงใหม่5จุด พร้อมกันนี้ได้มีการจุดชุดลาดตระเวนเคลื่อนที่เร็วอีก183นาย เพื่อป้องกันการลักลอบเข้ามายังพื้นที่พร้อมกันนี้ได้ขอความร่วมมือไปยัง ผู้ประกอบการ และสถานบันเทิง ให้มีการคัดกรองอีกทางด้วย

ด้านนายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่าสถานการณ์เดิมของเชียงใหม่มันไม่มีการแพร่ระบาดแล้วนานถึง 6 เดือน แต่ต่อมาช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน -ต้นธันวาคม พบว่ามีผู้ติดเชื้อในพื้นที่เชียงใหม่ แต่จากการสอบสวนโรคเป็นการลักลอบเข้ามาไม่ใช่การแพร่ระบาด ในส่วนของผู้มีความเสี่ยงทั้งหลายก็มีการผ่านขบวนการตรวจเชื้อผลก็เป็นเนกาตีฟ แต่ต่อมามีรายงานจาก จ.อยุธยา มีชาวอยุธยาที่มาทำงานที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ กลับไปที่อยุธยาพบว่ามีการติดเชื้อ เมื่อมีข้อมูลเช่นนี้เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ทางจังหวัดได้มีการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดและขอควบคุมการเดินทางของผู้มีไทม์ไลน์ของเขา ก็คือตำบลแม่อาย ,ท่าตอนและมะลิกา จำกัดการเดินทางเพื่อให้มีการเคลื่อนไหนน้อยที่สุด เพื่อดำเนินการในเชิงรุกได้มีการตรวจกลุ่มผู้เสี่ยงที่มีการสัมผัสในกลุ่มแรก 145 คนและจะตรวจไปเมื่อไม่พบก็จะทำการผ่อนคลาย โดยจะทำการตรวจ 3 วัน

ซึ่งในขณะนี้ยังไม่พบผลเป็นเนกาตีฟโดยทางเจ้าหน้าที่ สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับ รพ. แม่อายได้มีการนำรถพระราชทานชีวนิรภัยมาตั้งตรวจคัดกรองทั้ง3ตำบลพื้นที่เสียงแล้วซึ่งตั้งแต่ตรวจมายังไม่พบการติดเชื้อ โดยทางเจ้าหน้าที่ขอคัดกรองอีก1วันถ้าหากไม่พบว่ามีผู้ติดเชื้อก็จะเปิดให้ประชาชนใน3ตำบลของอำเภอแม่อายกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงที่ทางพลโทอภิเชษฐ ซื่อสัตย์ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมคณะตรวจสอบ นพ.เฉลิม โพธานารักษ์ ผอ.โรงพยาบาลอำเภอแม่อาย ได้รายงานให้ทางแม่ทัพและ ผวจ.เชียงใหม่ ว่าทางแพทย์ได้ทำการตรวจผู้ใกล้ชิดทั้งหมด ผลเป็นลบไม่พบผู้ติดเชื้อ ซึ่งตามรูปการณ์แล้ว มีการตรวจสอบเส้นทางที่นั่งรถยนต์ตู้จากแม่อายไป อำเภอฝาง คนที่ร่วมทางไปได้ติดต่อนำมาตรวจแล้วก็ไม่พบผู้ติดเชื้อ จึงจะทำการติดตามผู้ที่นั่งในรถประจำทางที่ออกจากเชียงใหม่ ซึ่งก็มีความเป็นไปได้อาจจะรับเชื้อในรถที่จะไปอยุธยา อย่างไรก็ตามอยู่ช่วงติดตามอยู่จากนั้นคณะแม่ทัพภาค 3 ได้เดินทางไปตรวจจุดสกัดที่ดอยผาหมี อ.แม่สาย จ.เชียงรายโดยกำชับมาตรการคุมเข้มผู้ลักลอบเข้ามาซึ่งมีการวางลวดหนามสกัดกั้นแนวชายแดนไว้หมดแล้ว

 

โอ๊ะแม่เจ้า..สวยสะคราญตา สาวงามว่าที่นางสาวไทย2563 โชว์โฉมชุดว่ายน้ำ

โชว์โฉมสะคราญเหนือเมืองเชียงใหม่ เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 10 ธ.ค.นี้ที่บริเวณสระว่ายน้ำดาดฟ้าชั้น5 โรงแรมยูนิมมาน ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ บรรดาสาวงามผู้ประกวดนางสาวไทย ทั้ง 30 สาวงาม ได้โชว์โฉมในชุดว่ายน้ำให้คณะกรรมการผู้ร่วมตัดสินนางสาวไทย ได้โชว์โฉมพร้อมให้สื่อมวลชนบันทึกภาพ

ซึ่งในเวลาดังกล่าวอากาศไม่หนาว มีแต่ลมพัดโชย สาวงามแต่ละนางออกมาโชว์ในชุดว่ายน้ำแบ่งกลุ่มเป็นสีชมภู สีม่วง สีเขียว ซึ่งสาวงานแต่ละคนมีความงดงามทั้งรูปร่างหน้าตาที่ใกล้เคียงกันมาก ซึ่งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้ดูและมีการไลฟ์สดทางเพจ นางสาวไทย ด้วย


นายอดิศร สุดดี ผู้จัดการประกวดนางสาวไทย ได้เผยว่าในขณะนี้สาวงามทั้งหมดมีความพร้อมอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นบรรดาสาวงามที่ได้รับบาดเจ็บจากสะพานขาดที่ปางเปาก็กลับมาร่วมกิจกรรมได้ทุกคนแล้ว

ซึ่งในวันที่ 13 ธ.ค.นี้ก็จะมีการตัดสินตำแหน่งนางสาวไทยประจำปี 2563 โดยผู้ชนะเลิศได้ตำแหน่งนางสาวไทยจะได้เงินสดจำนวน 1 ล้านบาทพร้อมมงกุฎเพชรสายสะพายและรางวัลอื่นอีกมากมาย

โดยการตัดสินตำแห่งภายในเวลา 22.30 น.ของวันที่ 13 ธ.ค.นี้ที่เวทีการประกวดที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จ.เชียงใหม่

ตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมทหาร ปส. เปิดยุทธการฟ้าสางที่ล้านนา เชียงราย ล้างเครือข่ายนรกยึดทรัพย์กว่า300 ล้านบาท

ตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมทหาร ปส. เปิดยุทธการฟ้าสางที่ล้านนา เชียงราย ล้างเครือข่ายนรกยึดทรัพย์กว่า300 ล้านบาท

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 30 พ.ย.63 ที่หน้า สภ.เวียงป่าเป้า อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี ผบก.สส.ภ.5 พล.ต.ต.ชินวิช วิชัยธนพัฒน์ ผบก.ภ.จว.เชียงราย พล.ท.บุญยืน อินกว่าง มทน.3/ผบ.ศป.บส.ชน. นายไกรเลิศ ดาวเรือง ผอ.ป.ป.ส.ภาค 5 ได้แถลงข่าวการกวาดล้างยาเสพติดและขยายผลการยึดทรัพย์ ภายใต้การปฏิบัติการยุทธการฟ้าสางที่ล้านนา@เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย” โดยปฎิบัติการต่อเนื่้องตั้งในห้วงวันที่ 21 – 30 พ.ย.2563 โดยมีเป้าหมายปิดล้อมตรวจค้น จำนวนทั้งสิ้น 842 เป้าหมาย โดยเน้นตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติด นายวิวัฒน์ชัย หรืออู๋ ศิริมิรินทร์ เอเย่นต์รายเสพติดรายใหญ่ระดับประเทศ โดยได้นำของกลางยาเสพติด และรถยนต์ บ้านพักหรู ทั้งในพื้นที่ อ.เวียงป่าเป้าและในกรุงเทพ ที่มีมูลค่ากว่า300 ล้านบาท


พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 ได้เผยว่าในคดีของนายวิวัฒน์ชัย หรืออู๋ ศิริมิรินทร์ เอเย่นต์รายเสพติดรายใหญ่ระดับประเทศ สืบเนื่องจากวันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 ด่านตรวจกิ๋วคอหมา สภ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ทางตำรวจสืบสวนภาค 5 ได้จับกุมนายปรเมศ รวยสูงเนิน พร้อมของกลางยาบ้า 2,800,000 เม็ด ก่อนขยายผลออกหมายจับนายวิวัฒน์ชัย หรืออู๋ ศิริมิรินทร์ อายุ 36 ปี นางเพ็ญพร ศิริมิรินทร์ มารดาของนายวิวัฒน์ชัย และนายสุพจน์ หรือปุ๊ เหรียญทอง อายุ 34 ปี นายธนกฤต หรืออ้น กันทราวิรัตน์ อายุ 36 ปี ซึ่งแบ่งหน้าที่เป็นผู้ขนยาเสพติดและผู้ขับรถนำและสำรวจเส้นทาง ซึ่งหลบหนีไปทั้งหมดจากการรวบรวมพยานได้เข้าตรวจสอบบ้านและที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของนางเพ็ญพร บริเวณซอยวิภาวดีรังสิต 41 เขตดอนเมือง จำนวน 4 หลังในบริเวณเดียวกัน มูลค่าประมาณ 15,000,000 บาท พร้อมตรวจยึดอายัดทรัพย์สิน ได้แก่ รถยนต์ 2 คัน และบัญชีธนาคาร 5 บัญชี ยอดเงินรวม 436,602 บาท

ในส่วนการขยายผลจับกุมที่จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบบ้านใน ต.สันสลี อ.เวียงป่าเป้า ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของนายธนกฤต มากมีธนกุรชร โดยใช้เป็นที่ตั้งของ หจก.พ.เจริญพานิชย์ พร้อมเข้ายึดอายัดทรัพย์สิน ได้แก่ รถจักรยายนต์ 1 คันรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล 2 คัน มูลค่ารวมราว 1,000,000 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินเป็นที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ปฏิบัติการยึดอายัดในวันนี้ประมาณ 20 ล้านบาท


ต่อมา ตำรวจภูธรภาค 5 และ สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 5 ได้ตรวจสอบพบทรัพย์สินในชื่อเครือญาติครอบครองเพิ่มเติม เป็นที่ดินมีโฉนดและสิ่งปลูกสร้าง ในพื้นที่ จว.เชียงราย และ จว.เชียงใหม่ สามารถตรวจยึดอายัดทรัพย์สินเป็นที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 37 แปลง มูลค่า 320,000,000 บาท, อายัดเงินฝาก จำนวน 49 บัญชี มูลค่า 7,000,000 บาท และรถยนต์ 3 คัน มูลค่า 1,000,000 บาท รวมมูลค่าประมาณ 328,000,000 บาท จึงทำการตรวจยึด อายัดไว้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ ต่อไป


โดยสรุปผลปฏิบัติการยุทธการฟ้าสางที่ล้านนา@เวียงป่าเป้า จ.เชียงรายเมื่อเช้าวันที่ 30 พ.ย. ตำรวจภูธรภาค 5 และ สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 5 ได้ตรวจสอบพบทรัพย์สินในชื่อเครือญาติครอบครองเพิ่มเติม เป็นที่ดินมีโฉนดและสิ่งปลูกสร้าง ในพื้นที่ จว.เชียงราย และ จว.เชียงใหม่ สามารถตรวจยึดอายัดทรัพย์สินเป็นที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 37 แปลง มูลค่า 320,000,000 บาท, อายัดเงินฝาก จำนวน 49 บัญชี มูลค่า 7,000,000 บาท และรถยนต์ 3 คัน มูลค่า 1,000,000 บาท รวมมูลค่าประมาณ 328,000,000 บาท จึงทำการตรวจยึด อายัดไว้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.มาตรการ


นอกจากนี้ในการแถลงข่าวทางตำรวจได้นำของกลาง ที่มีผลการจับกุมในพื้นที่เชียงใหม่,เชียงรายและลำปาง มีทั้งไอซ์จำนวจ 60 ก.ก.ที่จับกุมในพิ้นที่เชียงรายและ ยาบ้าจำนวน 2.8 ล้านเม็ด และรถยนต์ที่ยึดจากขบวนการลำเลียงยาเสพติดจำนวน 10 คันมาโชว์ในการแถลงข่าวในครั้งนี้

 

 

หาชมยาก ช้างเดินนวดข้าวแทนคน ที่เดอะช้าง ปางช้างแม่สาเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 ที่เดอะช้างวิลเลจ ปางช้างแม่สา อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ นางอัญชลี กัลมาพิจิตร ผู้บริหารปางช้างแม่สา พร้อมด้วยชาวบ้าน ซึ่งเป็นชนเผ่าดาราอั้ง ปะหล่อง ปกาเกอญอ และควาญช้าง ร่วมกันทำพิธี นำช้างนวดข้าวข้าวเหนียวอินทรีย์ที่ผ่านการเก็บเกี่ยวเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจประเพณีพื้นถิ่นเข้าร่วมชมการนวดข้าวอย่างคับคั่ง ท่ามกลางสภาพอากาศเย็นสบายในฤดูหนาว

ทั้งนี้พิธีนวดข้าวดังกล่าว ควาญช้างได้นำช้าง 3 เชือก ประกอบด้วย น้องดอย ออก้า พูนทรัพย์ อายุระหว่าง 7-10 ปี ลงสู่ลานนวด ซึ่งมีการนำต้นข้าวที่เก็บเกี่ยวมากองรวมกันเป็นวงกลม ให้ช้างขึ้นไปช่วยกันย่ำ ขณะที่เด็กๆและชาวบ้านก็ได้มาช่วยกันทำกิจกรรมนวดข้าวไปพร้อมกับช้างกันอย่างสนุกสนาน ถือเป็นครั้งแรกของโลกและผลจากการใช้ช้างนวด เม็ดข้าวแยกจากรวงรวดเร็ว กว่าใช้แรงงานคนหลายเท่าตัวโดยข้าวที่นวดออกมาจะนำไปตำแยกเปลือกออกเพื่อนำกลับมาเลี้ยงทั้งช้างทั้งคน

โดยทางนางอัญชลี ได้สาธิตการปั้นข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้ว ปั้นเป็นก้อนกลมใส่เกลือ เพื่อนำไปมอบให้เป็นอาหารช้างในชีวิตประจำวัน เป็นอาหารเสริมกำลัง นอกเหนือไปจากอาหารเลี้ยงช้างอื่นๆ เช่นหญ้าสด หญ้าแห้ง ซึ่งวันนี้ได้มอบให้เป็นรางวัลแก่ช้าง 3 เชือกในฐานะตัวแทนของช้างกว่า 70 เชือกของปางช้างแม่สา

 

นางอัญชลี กล่าวว่า การนำช้างมานวดข้าวเปลือกถือเป็นการฟื้นประเพณีที่มีมาแต่โบราณในการใช้ช้างไถนาปลูกข้าวแทนการใช้แรงงานคน ซึ่งการใช้ช้างย่ำ จะได้ปริมาณข้าวขาวที่รวดเร็วกว่าการใช้วัวควาย หรือคน ทั้งนี้ข้าวเปลือกอินทรีย์ที่นำไปนวดในวันนี้ ได้ถูกนำไปทำการตำเพื่อให้ได้เป็นเมล็ดข้าวเหนียวขาวจำนวน 100 กระสอบ เพื่อใช้เลี้ยงครอบครัวชนเผ่า และช้างทุกเชือก เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19

ควาญช้างขอขมาพระแม่โพสพ ก่อนเกี่ยวข้าวเลี้ยงช้าง โดยมีฝูงช้างมาช่วยเกี่ยวให้กำลังใจ ท่ามกลางความสนุกสนานของนักท่องเที่ยว

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 22 พ.ย.นี้ ที่เดอะช้าง วิลเลจ ของปางช้างแม่สา ในบ้านโต้งหลวง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ทางผู้อาวุโสพ่อแก้ว ศรีหมอก นำกรวยดอกไม้ธุปเทียนอาหารคาวหวานบอกกล่าวที่หัวนาที่เคยทำพิธีปลูกข้าวเดิมขออนุญาติเก็บเกี่ยวข้าวจากเจ้าที่ที่ดูแลปกป้องที่นาและขอให้ได้ผลผลิตที่ดี

โดยนำควาญช้างชนเผ่าดาราอั้ง ปะหล่อง และปกาเกอะญอ หรือ กะเหรี่ยง กว่า 50 คน สวมชุดชนเผ่า และนางอัญชลี กัลมาพิจิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปางช้างแม่สา จำกัด ร่วมขอขมาพระแม่โพสพ ก่อนลงมือเกี่ยวข้าวในแปลงนาอินทรีย์ 15 ไร่ เพื่อใช้เลี้ยงช้างของปางช้างแม่สากว่า 78 เชือก

โดยมีนายวรญาณ บุญณราช รองผู้ว่าราชการ จ.แพร่ เดินทางมาร่วมงานมีนักท่องเที่ยวมาชมพิธีด้วย จากนั้นทั้งหมดได้ร่วมกับเกี่ยวข้าวในแปลงนา เพื่อนำผลผลิตข้าวเหนียวอินทรีย์ที่ได้ทั้งหมด ไปเลี้ยงช้างในปางช้างแม่สา และเดอะช้างวิลเลจทั้ง 78 เชือก โดยข้าวในแปลงนา 15 ไร่ กำลังชูช่อเหลืองอร่ามพร้อมเก็บเกี่ยว หลังจากเริ่มปลูกเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา จากนั้นทั้งหมดได้ร่วมกับเกี่ยวข้าวในแปลงนา เพื่อนำผลผลิตข้าวเหนียวอินทรีย์ที่ได้ทั้งหมด ไปเลี้ยงช้างในปางช้างแม่สา และเดอะช้างวิลเลจทั้ง 78 เชือก


นางอัญชลี เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ส่งผลกระทบทำให้ปางช้างแม่สา และหมู่บ้านเดอะช้างวิลเลจ หรือเดิมชื่อ หมู่บ้านโต้งหลวง ได้รับผลกระทบ การท่องเที่ยวหยุดชะงักนักท่องเที่ยวกลายเป็นศูนย์ แต่ในหมู่บ้านยังมีชนเผ่าปะหล่อง และปกาเกอะญอ ที่เป็นกลุ่มคนเลี้ยงช้างอาศัยอยู่หลายครอบครัว ปางช้างแม่สา จึงปรับเปลี่ยนรูปแบบหันมาพึ่งพาตัวเองตาม หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อปลูกข้าวและพืชผักไว้เป็นคลังอาหาร สำหรับเลี้ยงคน และส่วนหนึ่งใช้เลี้ยงช้างที่มีอยู่ทั้งหมด 78 เชือก

 

ดยอาหารหลักของช้างกว่าร้อยละ 70 คือ หญ้า กล้วย และอ้อย ส่วนอีกร้อยละ 30 เป็นอาหารเสริม คือ ข้าวเหนียวนึ่งคลุกเกลือ ซึ่งแต่ละวันช้างต้องกินข้าวเหนียวอย่างต่ำวันละ 1 กระสอบ ผลผลิตที่เราได้วันนี้ไม่ต่ำกว่า 300 กระสอบ สามารถดูแลช้างไปได้ราว 3 – 4 เดือน ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้กว่า 1 แสนกว่าบาทสำหรับผลผลิตข้าวเหนียวพันธุ์สันป่าตองที่ปลูกในแปลงนาทั้งหมด ไม่ใช่สารเคมี ใช้ปุ๋ยมูลช้างอินทรีย์ในการบำรุงต้นกล้า จึงเป็นข้าวเหนียวอินทรีย์ เพราะเราใช้ในการเลี้ยงช้าง จึงต้องปลอดภัย สำหรับผู้ที่มาเกี่ยวข้าวเป็นควาญช้างและครอบครัว

โดยวันนี้มีนักท่องเที่ยวมาชมและร่วมในการเกี่ยวข้าวบรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนานและที่สำคัญมีความสวยงามทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแฝงอยู่และบรรดาช้างพังช้างพลายที่เข้าร่วมสร้างสีสันงานเกี่ยวข้าวเลี้ยงช้าง9เชือกมีพลายหนึ่งช้างงายาวงดงามนำทีมมีพลายหน้อย ,พลายอ๊อด ,สีดอล้านคำ ,พังวันเพ็ญ2,พังอ้วน ,พังบัวคำ ,พังคำตัน ,พังพูนทรัพย์ยืนตามบริเวณแนวคันนาเพื่อให้กำลังใจแก่การเกี่ยวข้าวในครั้งนี้ที่จะนำข้าวเหนียวที่ได้ในครั้งนี้ไปนึ่งเลี้ยงช้าง

ช้างชนช้าง ศึกเลือกตั้ง นายก อบจ.เชียงใหม่ “บุญเลิศ เชียงใหม่คุณธรรม”ชน”พิชัย พรรคเพื่อไทย”

ศึกช้างชนกันที่สนามเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เสียงมโหรทึกครึกโครมมาแต่เช้าของวันที่ 2 พฤศจิกายน ที่บริเวณลานหน้าที่ทำการ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่(อบจ.เชียงใหม่)

เมื่อมีกลุ่มผู้สนับสนุนการเมืองท้องถิ่นฝ่ายละไม่ต่ำกว่า 500 คนในมือถือดอกไม้นานาพรรณมายืนแบ่งฝ่ายกันอย่างชัดเจน มีป้ายสนับสนุนที่ชัดเจน เห็นชื่อนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ อดีตนายก อบจ.เชียงใหม่ ที่นำธงกลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม ประกาศตัวชัดเจนไม่ฝักไฝ่พรรคการเมืองฝ่ายไหนทั้งสิ้น มารอกันเต็มไปหมดส่งเสียงเชียร์ บุญเลิศ บุญเลิศ จนกระหึ่มไปหมด และตามด้วยกองเชียร์ของ นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร หรือ สว.ก๊อง ที่ลงในสีเสื้อของพรรคเพื่อไทย ที่มีแฟนคลับมาเชียร์อย่างเหนียวแน่น บรรยากาศการส่งเสียงเชียร์ดังกระหึ่มไม่แพ้กัน และสองสองฝ่ายยืนเผชิญหน้ากัน แต่เต็มไปด้วยไมตรีจิตอันดียิ่งต่อกัน

 

จนถึงเมื่อเวลา 08.30 น. ที่หอประชุมสภา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ การเปิดรับสมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่โดยมีผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ 2 ราย มาลงทะเบียนเพื่อยื่นใบสมัครก่อนเวลา คือนายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ”สว.ก๊อง” อดีต ส.ว. เชียงใหม่ ที่มาลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทย ตามด้วยนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ อดีตนายก อบจ.เชียงใหม่

ซึ่งประกาศตัวชัดเจน นำกลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม มาชูธงอีกครั้งเพื่อรักษาตำแหน่งนายก อบจ.เชียงใหม่ ด้วยเชื่อมั่นในฝีมือที่ผ่านมาในการพัฒนาเคียงข้างพี่น้องประชาชนทุกอำเภอว่า จะกำชัยชนะไว้ได้ในที่สุด ซึ่งทั้งสองฝ่ายนำทีมผู้สมัคร ส.อบจ.มาสมัครครบทั้ง 42 เขต นอกจากนี้ยังมีผู้สมัคร ส.อบจ. กลุ่มประชารัฐเชียงใหม่ มาสมัครในวันแรก 18 เขต จากทั้งหมด 42 เขต แต่ผู้สมัครนายก อบจ. เชียงใหม่ของกลุ่มประชารัฐเชียงใหม่ชื่อ นายบดินทร์ กินาวงศ์ หัวหน้ากลุ่มประชารัฐเชียงใหม่ ยังไม่เดินทางมายื่นใบสมัคร

จากนั้นการจับหมายเลขระหว่างผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ 2 คนในวันแรก หลังยื่นใบสมัครแล้ว ปรากฎว่า นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร จับสลากได้หมายเลข 1 ส่วนนายบุญเลิศ บูรณถปกรณ์ ได้หมายเลข 2 ท่ามกลางเสียงกองเชียร์ที่รอฟังการจับหมายเลข อยู่ด้านล่างต่างส่งเสียงเฮลั้น พร้อมทั้งชูนิ้วขึ้นตามหมายเลขที่ฝ่ายของตนจับได้ และมีทั้งสองลงมาพบกับแฟนคลับต่างส่งเสียงตะโกนเชียร์กันดังลั่นอย่างสนุกสนานยิ่ง โดยทั้งนายบุญเลิศ และนายพิชัย ได้จับมือกันจะทำหหน้าที่ในการหาเสียงอย่างบริสุทธิ์ สมานฉันฑ์ ไม่ซื้อเสียง ไม่โจมตีใส่ร้ายป้ายสีกัน หลังเลือกตั้งเสร็จไม่ว่าฝ่ายไหนจะแพ้หรือชนะ ทั้งสองก็ยังจะคงเป็นพี่น้องกัน ช่วยกันทำงานเพื่อบ้านเพื่อเมืองเชียงใหม่

นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ อดีตนายกอบจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ตนได้เบอร์ 2 แสดงถึงความโชคดี ชู 2 นิ้ววิคตอรีหมายชัยชนะ สิ่งสำคัญคืนนโยบายที่จะให้กับคนเชียงใหม่เป็นสิ่งสำคัญ นโยบนายเรื่องสิ่งแวดล้อมและคุณภาพของคนเรื่องการศึกษารวมถึงเรื่องต่างๆที่ตนยังทำคั่งค้างไว้ไม่เสร็จ เพราะคิดว่าเราคงต้องใช้เวลาในอีก 4 ปีข้างหน้าสานต่อเพื่อให้ภาระกิจสำเร็จในทุกๆด้านโดยเฉพาะปัญหาหมอกควันและฝุ่นpm2.5 ซึ่งคาดว่าปีนี้สถานการณ์จะหนักกว่าปีที่ผ่านมาเนื่องจากความแห้งแล้งและปริมาณน้ำน้อย อย่างไรก็ตามมีความมั่นใจเต็มร้อยว่าจะได้กลับมาบริหารอบจ.เชียงใหม่อีก โดยในส่วนของผู้สมัครส.อบจ.80%เป็นคนเดิมส่วน การหาเสียงจะเน้นแบบคนรุ่นใหม่ ไม่โจมตีกัน ได้คุยกับผู้สมัครอีกฝ่ายแล้วว่าจะมีการรณรงค์หาเสียงแบบคนรุ่นใหม่

“ผมในฐานะนำกลุ่มเชียงใหม่คุณธรรมมีความพร้อม 100%เราส่งครบ 42 เขต ผู้สมัครของเราทุกคนคุณภาพคับแก้ว และตนก็ตั้งใจทำงานเพื่อท้องถิ่นอย่างชัดเจน จึงมีความมั่นใจว่าจะกลับมารับใช้พี่น้องประชาชนอีกครั้ง”อดีต นายก อบจ.เชียงใหม่ 2 สมัยกล่าว

ทางด้าน “สว.ก๊อง”นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร ผู้สมัครหมายเลข 1 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้รู้สึกกังวลอะไร เพราะได้คุยกับทางนายบุญเลิศแล้วว่าเรารู้จักกันมานาน เป็นพี่เป็นน้อง เสร็จเลือกตั้งก็เป็นพี่น้องกันเหมือนเดิม และมีความมั่นใจมากเพราะลงพื้นที่มาตั้งแต่ปี 57 ลงพื้นที่พบพี่น้องประชาชนครบทั้ง 25 เขตและหลังจากสมัครจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่โรงยิมเนเซี่ยม 2 สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี

นายมงคล สุกใส ประธานกกต.ประจำอบจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ในระหว่างวันที่ 2-6 พ.ย.63 เป็นช่วงรับสมัครผู้บริหารท้องถิ่นทั้ง 42 เขต โดยวันนี้เป็นวันแรกของการรับสมัคร ในฐานะประธานกกต.ท้องถิ่นขอยืนยันว่ากระบวนการรับสมัครและเลือกตั้งได้มีการเตรียมการและซักซ้อมมาหลายวันโดยเฉพาะกระบวนการก่อนออกใบสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งได้มีการซักซ้อมทีมงานและยืนยันว่าจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทุกคนเข้าใจบทบาทของตัวเอง

สีสันประเพณีเดือนยี่เป็งเมืองเจียงใหม่งดงามตระการตา

งานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี 2563 จัดขึ้นในวันที่ 31 ต.ค.-1 พ.ย. โดยจุดตามจุดใหญ่ของเมืองเชียงใหม่ โดยไฮไลท์อยู่ในช่วงเวลา 19.00 น.กิจกรรมต๋ามปะติ๊ด ส่องฟ้าฮักษาเมือง รอบคูเมืองด้านใน และที่บริเวณอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ เป็นจุดที่งดงามเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว มีการฟ้อนเทียนของช่างฟ้อน 600 คนและตกแต่โคมล้านนาอย่างงดงาม รวมทั้งเป็นจุดที่ตั้งของกระทงใหญ่ที่งดงาม

 

ตามวัดต่างๆรอบบริเวณนั้นไม่ว่าเป็นวัดหมื่นตูมที่มีการจุดผางปะติ๊ดลานวัดสวยงามมาก วัดศรีสุพรรณ มีการจุดผางปะติ๊ดตักบาตรดอกบัวที่พระอุโบสถเงินแห่งแรกของโลก วัดอินทขิล มีการประดับโคมและลอยกระทงในอ่างน้ำหน้าอุโบสถและที่ วัดโลกโมฬี ถือเป็นจุดที่สร้างสีสันโดยมีการประดับโคมและจุดผางปะติ๊ดและการแสดงทางวัฒนธรรมที่งดงาม

บริเวณแม่น้ำปิงหน้าเทศบาลนครเชียงใหม่มีประชาชนรวมทั้งพี่น้องชาวไทยใหญ่ไปลอยกระทงในแม่น้ำปิงจำนวนมาก ถือว่างานประเพณีเดือนยี่เป็งถึงแม้นักท่องเที่ยวต่างชาติจะแทบไม่มีแต่ก็มีนักท่องเที่ยวชาวไทยและไทยใหญ่ที่อยู่ในเมืองเชียงใหม่ออกมาร่วมงานจนทำให้คึกคักขึ้นมาได้ แต่ที่หายไปก็คือโคมไฟที่มีการห้ามปล่อยอย่างเด็ดขาดในตัวเมืองเชียงใหม่ แต่ดอกไม้ไฟยังคงมีการเล่นกันแต่ไม่มากเท่าที่ควรแต่สีสันแม่น้ำปิงยังคงสวยงามตายิ่ง

 

  น.ส.ภัคนันท์ วินิจชัย ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ ได้เผยว่างานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ถือว่ามีความคึกคัก ถึงแม้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติปะปราย ในปีนี้เราจัดแบบนิวนอร์มอล โดยที่วัดโลกโมฬีมีการจัดแสดงทางวัฒนธรรม และตามจุดต่างๆอีก 7 จุดที่มีการนำกระทงใหญ่ไปตั้งไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ชม ปีนี้ถือว่าคึกคักจึงขอเชิญชวนมาเที่ยวในวันที่ 1 พ.ย.ยังมีอีกวัน//

พังแม่บุญชู ช้างวัย80 ปีปางช้างแม่สาล้ม เหตุชราและหนาว

 

เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 26 ต.ค.นี้ นางอัญชลี กัลมาพิจิตร กรรมการผู้จัดการปางช้างแม่สา จำกัด ได้รับรายงานจาก นสพ.รณชิต รุ่งศรี นายสัตวแพทย์ประจำปางช้างแม่สา ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ว่า ช้างพังแม่บุญชู วัย 80 ปีที่อยู่ในส่วนของเดอะช้าง หรือสถานที่เลี้ยงช้างชรา ได้เสียชีวิตอย่างสงบหลังจากทางทีมงานสัตว์แพทย์ได้ทำการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ในช่วงเช้ามืด จากสาเหตุที่อากาศที่หนาวเย็นและช้างก็อายุมากแล้ว

 


เมื่อได้รับทราบแล้วจึงได้ไปดูพบว่ามีควาญช้าง ลุงโบระ อายุ 79 ปี ควาญช้างชาวปกากญอของพังแม่บุญชูกำลังกล่าวลาแม่บุญชู พร้อมนำกล้วยและขมิ้น สัมป่อย และหญ้า พร้อมเงิน 10 บาทมาวางไว้ที่บนหัวแม่บุญชูอยู่ในอาการเศร้าโศกที่สูญเสียช้างที่ดูแลมานานแล้วไป จากนั้นจึงแจ้งทางปศุสัตว์แม่ริมให้รับทราบ และได้นิมนต์พระสงฆ์จากวัดแม่สา จำนวน 4 รูปมาทำพิธีสวดบังสกุลให้ไปสู่ภพที่ดี พร้อมกันนี้ได้ทำพิธีบอกเจ้าที่เจ้าทางและวิญญาณช้างให้รับทราบว่าตายแล้วขอให้เกิดอย่างภพที่ดีหากยังอยู่ก็ขอคุ้มครองทั้งช้างและคนในปางช้างแม่สาด้วย

ลุงโบระ ได้กล่าวลาช้างบุญชูขอให้ไปเกิดเป็นคนที่มีฐานะร่ำรวย อย่าเกิดเป็นคนจน และระหว่างทางขอให้นำเสบียงอาหารมีกล้วยและหญ้าไปกินด้วยอยู่ด้วยกันมาตลอดเวลา 5 ปีที่ได้ดูแลช้างแม่บุญชูถึงจะมีนิสัยดื้อ แต่ก็อยู่ร่วมกันมาจนตายจากกัน


นางอัญชลี กัลมาพิจิตร ได้เผยว่าการเสียชีวิตของพังแม่บุญชูในเช้าวันที่ 26 ตุลาคม นี้โดยก่อนหน้านี้ตนได้ทำบ้านพักให้ทางแม่บุญชูแล้วและได้ย้ายพังแม่บุญชูมาอยู่ที่หมู่ บ้านโต้งหลวงระยะหนึ่งแม่บุญชูก็อาศัยอยู่ที่บริเวณนั้นและได้รับการดูแลเป็นอย่างดีไม่มีงานทำไม่มีกิจกรรมใดๆทั้งสิ้นโดยจะให้เป็นบ้านหลังสุดท้ายของแม่บุญชู แต่ช่วงนี้เป็นช่วงที่อากาศหนาวเย็นบนดอยจึงได้ย้ายแม่บุญชูมายังเดอะช้างซึ่งมีต้นไม้ใหญ่และมีควาญดูแล 24 ชั่วโมง

โดยมีช้างชราเชือกอื่นๆอีก 15 เชือก โดยพังแม่บุญชู เมื่อเช้าวันนี้ลุกไม่ได้จึงให้ทางทีมสัตวแพทย์มาดูแลให้น้ำเกลือก็จะฟื้นตัว แต่เนื่องจากแม่บุญชูอายุมากแล้วจึงจากไปตามอายุขัย เหตุการณ์นี้สร้างความเศร้าสลดแก่พวกเราคนเลี้ยงช้างเป็นอย่างมาก แต่เราก็ได้ดูแลแม่บุญชูอย่างเต็มที่แล้ว แม่บุญชูอยู่ที่ปางช้างแม่สามาไม่น้อยกว่า 40 ปีและควาญที่เลี้ยงแม่บุญชูก็คือลุงโบระ ที่เลี้ยงมา 5 ปีซึ่งมีความรักและความผูกพันกันมากตนมาให้กำลังใจคนเลี้ยงช้างทุกคนรวมทั้งจะให้ลุงโบละ ดูแลช้างตัวต่อไปอีก

นสพ.รณชิต รุ่งศรี นายสัตวแพทย์ปางช้างแม่สา ได้กล่าวว่าการเสียชีวิตเกิดจากอากาศที่เริ่มเปลี่ยงแปลงและอายุแม่บุญชูก็เยอะสรุปเลยง่ายก็เสียชีวิตด้ววยโรคชรา เนื่องจากสภาพร่างกายและภูมิร่างกายไม่สามารถทนต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ร่างกายอ่อนแอจนถึงเช้าวันนี้ไม่สามารถลุกยืนได้เองทางสัตวแพทย์พยายามเข้าช่วยอย่างเต็มที่แต่เสียชีวิตลงอย่างสงบ

เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อพสกนิกรชาวเชียงใหม่

ประชาชนชาวเชียงใหม่ กว่า 5,000 คน สวมใส่เสื้อเหลืองเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพครบรอบ 120 ปี สมเด็จย่า และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อพสกนิกรชาวเชียงใหม่

 

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 21 ต.ค.นี้ ที่ บริเวณลานน้ำพุ ด้านหน้าศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยประชาชนชาวเชียงใหม่กว่า 5,000 คน ร่วมกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพครบรอบ 120 ปี สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า และรวมพลังคนเชียงใหม่ ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยสวมใส่เสื้อเหลืองเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพียง พร้อมกันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นำประชาชนกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี

สมเด็จย่าทรงเป็นพระบรมราชชนนี ของพระมหากษัตริย์ไทย 2 พระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และ พระบาทสมเด็จ พระมหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งเป็นกษัตริย์รัชกาลที่ 8 และ รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี รวมทั้งทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และประชาชนนานัปการ ทรงเอื้ออาทรต่อทุกข์สุขของราษฎรโดยถ้วนทั่ว ไม่ว่าผู้นั้นจะมีเชื้อชาติหรือศาสนาใด

โดยเฉพาะพระองค์ท่านได้ทรงตั้งหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ พอ.สว. ขึ้นในพื้นที่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นแห่งแรก เพื่อออกไปให้บริการประชาชนในพื้นที่ทุรกันดาร หลังจากที่เสด็จเยี่ยมราษฎร แล้วทรงพบว่าราษฎรเหล่านั้นเมื่อเจ็บป่วยไม่มีโอกาสได้รับการรักษาจากแพทย์แผนปัจจุบันจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่แก่ราษฎรในพื้นที่ สร้างความปลื้มปิติ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

“ยี่เป็งโกมล้านนา ปู่จาผางผะตี๊บ ที่หนองบัวพระเจ้าหลวง “อ.ดอยสะเก็ด งดงามตระการตายิ่ง

แอ่วประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ต้องไป”ยี่เป็งโกมล้านนา ปู่จาผางผะตี๊บ ที่หนองบัวพระเจ้าหลวง “งดงามตระการตายิ่ง

งานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่หรือประเพณีลอยกระทง ที่เทศบาลตำบลเชิงดอย อำเภอดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ในปีนี้ทางนายชุติพนธ์ (เฉลิม) สารแปง นายก เทศมนตรีเทศบาลตำบลเชิงดอย อำเภอดอยสะเก็ด ประกาศจัดงานประเพณียี่เป็งโกมล้านนา ปู่จาผางผะตี๊บ ที่หนองบัวพระเจ้าหลวง ในแบบNew Normal แต่แฝงด้วยความยิ่งใหญ่ทางประเพณีวัฒนธรรมที่สืบต่อกันมาตามบทเพลง”วันเพ็ญเดือนสิบสองน้ำจะนองเต็มตะลิ่ง พวกเราชายหญิงสนุกกันจริงมาลอยกระทง “โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 30 ต.ค.-1 พ.ย.2563

โดยจะเนรมิต หนองบัวพระเจ้าหลวง ที่โด่งดังเป็นตำนานของล้านนาตามบทเพลงท่อนหนึ่งของ นักร้องอมตะบุษยา รังสี ที่ร้องเพลงหนองบัวบรรยายให้เห็นภาพได้อย่างไพเราะจับใจ”..ราตรีเพิ่งเยือนเห็นเด่นเดือนเหมือนจิตเราน้ำงามด้วยเงาจากฟ้า ดวงบนนั่นไกลนัก เกินจักเอื้อมคว้าเดือนแก่นนี้มา ให้ชมธารนามผอง หนองบัวแห่งใดไม่เหมือนหนองบัวที่ใจ เรานี้ได้ เคยสุขสมถึงตัวร้างไปหัวใจขอจมหนองบัวรื่นรมย์ หนองบัวที่ชมจันทร์แมน..

รำลึกถึงบทเพลงหนองบัว แล้วต้องมาเที่ยวชม “ยี่เป็งโกมล้านนา ปู่จาผางผะตี๊บ ที่หนองบัวพระเจ้าหลวง “ที่หนองบัวพระเจ้าหลวงให้ได้ชมอุโมงค์โคมไฟล้านนาหลากสีที่ประดับประดาโดยรอบสถานที่จัดงานมากกว่า 5 พันดวง บริเวณคุ้งน้ำรอบสององค์พญานาคจะมีการผางประทีป ดั่งดาวบนดิน กว่าพันดวง เพื่อส่องสว่างสวยงามบริเวณทั่วหนองบัว มีโคมลอยหรือว่าวไฟที่ให้ผู้มาร่วมงานปล่อยขึ้นสู่ท้องฟ้าจนระยิบระยับเพื่อบูชาดวงเดือนและส่องทางสวรรค์ โดยทั่วงานจะมีการแสดงทางประเพณีวัฒนธรรมที่สวยงามยิ่ง การันตีจาพภาพในปีที่ผ่านๆมาจะงดงามประทับใจเมื่อได้ร่วมสัมผัสบรรยากาศประเพณีแบบเก่าแก่แต่แฝงไว้ด้วยความงดงามจนเกินบรรยาย

นายชุติพนธ์ (เฉลิม) สารแปง นายก เทศมนตรีเทศบาลตำบลเชิงดอย อำเภอดอยสะเก็ด ได้กล่าวถึงงานในปีนี้มีพิธีเปิดงานประเพณียี่เป็งโกมล้านนา ปู่จาผางผะตี๊บ ที่หนองบัวพระเจ้า ที่เทศบาลตำบลเชิงดอยร่วมกับอำเภอดอยสะเก็ดและชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจกันจัดขึ้น เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น และยังเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยว ในยุคชีวิตวิถีใหม่หรือ นิวนอร์มอล

ซึ่งมีการจัดทำโคมผัดหรือโคมหมุนขนาดใหญ่ให้ชม มีซุ้มประตูพญานาค อุโมงค์โคมไฟล้านนา มีการแสดงทางวัฒนธรรมของกลุ่มแม่บ้านดอยสะเก็ด และชนเผ่าต่างๆที่มาร่วมแสดงในงานพร้อมประดับโดยรอบงานกว่า 5 พันดวง นอกจากนี้จะมีผางประทีปจุดคืนละ 5 พันดวง เพื่อส่องสว่างสวยงามบริเวณหาดหนองบัวพระเจ้าหลวงตลอดการจัดงานระหว่างวันที่30ตุลาคม.ถึ
ง1พฤศจิกายน 2563 นี้

การจัดงานเทศกาลโกมล้านนา ปู่จาผางผะตี๊บ จัดเป็นปีที่5 ซึ่งปีนี้จัดยิ่งใหญ่กว่าทุกปี โดยรูปแบบงานประเพณีโกมล้านนา ปู่จาผางผะติ๊บหนองบัวพระเจ้าหลวง ยังคงแฝงด้วยคติธรรมและความเชื่อของคนล้านนา” มาเต๊อะมาแอ่วกั๋นหื้อได้เน้อ”