ยอดสินค้าโอทอปจากแพร่สู่เชียงใหม่ ในงาน “แพร่โอทอปเทรดแฟร์” 28-30 ส.ค.นี้ ที่ห้างเซ็นทรัลพลาซาเชียงใหม่แอร์พอร์ต

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 28 สิงหาคม 2563 ณ บริเวณลานชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต จังหวัดเชียงใหม่ นายโชคดี อมรวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “แพร่โอทอปเทรดแฟร์”

โดยมีนางอัญชลี บุญณราช รองประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดแพร่ ร่วมเป็นเกียรติในงาน พร้อมด้วยนางศลิษา ม่วงใหม่ พัฒนาการจังหวัดแพร่ ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน ผู้อำนวยการกลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน พัฒนาการอำเภอ นำแขกผู้มีเกียรติและกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ให้การต้อนรับ

กิจกรรมในงาน ประกอบด้วย การจำหน่ายผลิตภัณฑ์จังหวัดแพร่ 16 บูธ การจัดแสดงผลิตภัณฑ์เด่นของจังหวัดแพร่ และกิจกรรมสินค้านาทีทอง พร้อมกิจกรรมร่วมสนุก ลุ้นรับของที่ระลึก ทุกวัน ในงานยังมีแขกผู้มีเกียรติคือนายสงค์ศักย์ คำดีรุ่งริรัตน์ ผอ.สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จ.เชียงใหม่ เดินทางมาร่วมงานด้วย

ทางสำนักงานพัฒนาชุมชน จ.แพร่ จัดงาน “แพร่โอทอปเทรดแฟร์” จัดขึ้นระว่างวันที่ 28-30 ส.ค.2563 ก็ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย ชาวเชียงใหม่ และชาวต่างชาติเดินทางไปจับจ่ายซื้อสินค้า OTOP จ.แพร่ได้

เพื่อเป็นการส่งเสริมช่องทางการตลาดการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP และส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนสร้างอาชีพ สร้างรายได้ตลอดจนการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สินค้า OTOP ที่สำคัญเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP จ.แพร่ ที่สำคัญยังได้ใช้เวทีนี้เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์เรื่องการผลิตและการตลาดต่อไป.

ผู้ช่วยฯวิสนุ ตั้งเป้ายึดทรัพย์ขบวนการค้ายาเสพติด 6,000 ล้านบาท เสริมมาตรการเข้มข้น

 

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 23 สิงหาคม 2563ที่ห้องประชุมนานาชาติ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว ต.สุเทพ อ.เมือง จว.เชียงใหม่ พล.ต.ท. วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสัมมนาเพื่อพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ด้านการสืบสวน สอบสวน ขยายผลในคดียาเสพติด ที่เกี่ยวข้องทางด้านการเงิน (โครงการแกะรอยเส้นทางการเงิน(ภาคทฤษฎี)

โดยมีพล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ. 5 พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต รอง ผบช.ภ. 5 นำตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค5จำนวน 800 นาย เข้าร่วมประชุมสัมมนาในครั้งนี้เพื่อพัฒนา เพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ด้านการสืบสวน สอบสวน ขยายผลในคดียาเสพติด ที่เกี่ยวข้องทางด้านการเงิน ตามที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนด มาตรการรวมถึงแนวทางในการแก้ไขยาเสพติดอย่างเป็นระบบ เพื่อให้มีผลการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม เนื่องจากอาชญากรรมด้านยาเสพติดสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสงบสุขของประชาชนโดยรวม

 


พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เผยว่าการอบรมในวันนี้ตามนโยบายของรัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกับหน่วยภาคีเครือข่าย ปปส.ร่วมกับตำรวจภธรภาค 5 จัดสัมมนาโครงการที่จะติดอาวุธให้กับพนักงานสืบสวนสอบสวนในการขยายผลดำเนินการกับเครือข่ายยาเสพติด สามารถยึดทรัพย์ขยายผลต่างๆให้เกิดประสิทธิภาพในการที่จะถอนรากถอนโคนพ่อค้ายาเสพติดให้สิ้นซากไปให้ได้ ก็ต้องอาศัยการยึดทรัพย์ ในครั้งนี้จึงเป็นการติดอาวุธให้เจ้าหน้าที่หน่วยต่างๆในการตรวจสอบขยายผลต่างๆ

ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงมาตรการยึดทรัพย์ขบวนการค้ายาเสพติด แต่กลุ่มคนพวกนี้เมื่อพ้นโทษมาแล้วจะย้อนกลับมานำเงินมาซื้อทรัพย์สินที่ถูกยึดคืนจะมีมาตการอย่างใด พล.ต.ท.วิสนุ ตอบว่าทางตำรวจมีมาตรการรองรับอยู่แล้ว ตัวการใหญ่จะไม่มาเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เวลาการจับกุมจะจับกุมได้แต่คนกลาง แต่คราวนี้รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนถอนรากถอนโคนขยายไปที่ต้นทางและปลายทางให้ได้ ทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดทั้งหมด ก็มี ปปส.ใช้มาตรการหลังการฟอกเงิน เขาจะเอากลับไปไม่ได้อีกแล้ว

“ในปีนี้เราสามารถยึดทรัพย์ได้พันกว่าล้านบาท แต่ในปี 2564 ตั้งเป้าให้ได้ถึง 6,000 พันล้านบาท เพราะฉนั้นการที่จะได้มา 6,000 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จะต้องทุ่มเท ต้องมีความรู้ มีความเอาใจใส่ ทำงานร่วมกัน เครือข่ายข้อมูลต่างๆต้องมาบูรณาการร่วมกันทั้งฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ปปส. ปปง กรมศุลกากร และรูปแบบของขบวนการค้ายาเสพติดใช้หลากหลายวิธีในการอำพราง โดยเฉพาะการดำเนินธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งใช้วิธีการอำพรางอย่างแยบยลและสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้ยากต่อการติดตาม ตรวจสอบและจับกุมดังนั้นเจ้าหน้าที่เราก็ต้องมีความชำนาญมากขึ้นในการทำลายเครือข่ายและเส้นทางการเงิน เหมือนเช่นในครั้งนี้จะต้องมีการติดอาวุธในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ขบวนการค้ายาเสพติดจะไปไม่รอดไม่ว่าจะลำเลียงซ่อนโดยวิธีการใดก็ตาม”ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าว

การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อผลิตภัณฑ์ไมซ์ใหม่-พร้อมจัดการท่องเที่ยวแบบ New Normalณ เดอะช้างเชียงใหม่ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อผลิตภัณฑ์ไมซ์ใหม่-พร้อมจัดการท่องเที่ยวแบบ New Normalณ เดอะช้างเชียงใหม่ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 ได้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อผลิตภัณฑ์ไมซ์ใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ Thailand 7 MICE Magnificent Themes 2020 Concept : Fun Knowledge ณ เดอะช้างเชียงใหม่ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจัดขึ้นโดย TCEB สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ Thailand Convention&Exhibition Bureau โดยมีนายวิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธาน และมีผู้ประกอบการแหล่งท่องเที่ยวต่างๆที่เป็นสมาชิกฯ ได้เข้าร่วมฟังการบรรยาย

โดยมีวิทยากรที่มีประสบการณ์ในวงการท่องเที่ยวหลายท่าน ได้มาให้ความรู้ ซึ่งการประชุมในครั้งนี้มีเป้าหมายในการจัดการเส้นทางท่องเที่ยวให้กลุ่มนักเดินทาง MICE ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและมีความต้องการสินค้าท่องเที่ยวที่มีความเป็นพิเศษ ทางผู้จัดงานจึงต้องการเตรียมความพร้อมก่อนที่กลุ่ม MICEจะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยหลังเหตุการณ์โควิด19 ได้คลี่คลายลงแล้ว และนักท่องเที่ยวกลุ่ม MICE สามารถเดินทางมายังไทยได้ตามปกติ

ทั้งนี้ ปางช้างแม่สา ได้เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการฯ และได้ทำการปรับรูปแบบการท่องเที่ยวปางช้างเป็นแบบ New Normal พร้อมต้อนรับนักเดินทางกลุ่ม MICE ซึ่งสามารถสร้างความอุ่นใจแก่นักท่องเที่ยว และมีส่วนช่วยในการลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 อีกด้วย


นางอัญชลี กัลมาพิจิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ปางช้างแม่สา ได้เผยว่าในการจัดการประชุมในครั้งนี้ถือว่าได้ผลมากมีทั้งผู้ประกอบการและวิทยากรที่มาให้คำแนะนำในการต่อยอดในเรื่องของการที่จะทำอย่างให้เราสร้างแบรนด์ขึ้นมาใหม่และก็มีคนเข้าท่องเที่ยวในสถานที่แห่งนี้ สอนให้เรารู้จักวิธีการบอกเล่าให้เรารู้จักกลุ่มเฉพาะของนักท่องเที่ยวที่สามารถมาใช้จ่ายได้มากกว่านักท่องเที่ยวปกติ นั่นก็คือกลุ่มพิเศษเข้ามาเพื่อที่จะประชุมสัมมนาแล้วก็ยังมีเวลาว่างที่จะมาท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆมาทำกิจกรรมต่างๆ

วันนี้มิติของการทำกิจกรรมของช้างได้เปลี่ยนไปแล้ว เราจะมีวิธีบอกเล่ากันอย่างไร เราก็ต้องเชิญผู้ประกอบการมา เชิญชวนให้มีการสัมมนาหรือมาฟังผู้ประกอบการพูดอย่างวันนี้ จะได้พูดทำความเข้าใจกับคนที่อยู่ในวงการเดียวกันคนที่อยู่ในวงการท่องเที่ยว ถึงวันนี้เรายังรอคอยนักท่องเที่ยวที่จะมา แต่นั่นก็คือการเตรียมความพร้อมสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มที่ตรงเป้า กลุ่มที่มีความสุขกลุ่มที่เข้าพอจะมีศักยาภาพที่มาท่องเที่ยวในมิติใหม่ของการท่องเที่ยวของประเทศไทย

สุดประทับใจ ภาพทำบุญตักบาตรกลางทุ่งนาบ้านโต้งหลวง อิ่มบุญอิ่มธรรมชาติที่งดงามยิ่ง

นักท่องเที่ยวที่ไปพักที่โฮมสเตย์บ้านโต้งหลวง หมู่ 9 ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ สถานที่เลี้ยงช้างชราของเดอะช้าง ของปางช้างแม่สา ในเช้าตรู่ต่างพากันตื่นแต่เช้ามาชมทุ่งนาขั้นบันได สลับกับดอยยามหน้าฝนไอเมฆสายหมอกลงมาหยอกล้อเล่นกันดอย พร้อมอากาศที่เย็นสบายออกหนาวที่แสนบริสุทธิ์ ของยามเช้า และภาพที่สุดประทับใจสมกับคำว่าเที่ยวหลักร้อยวิวหลักล้านที่เห็นต่อหน้าและสัมผัสสูดกลิ่นอายธรรมชาติที่แสนงาม ชนิดตรึงตาตรึงใจไปนานเท่านาน

 

 

ที่สำคัญในปรากฎการณ์ที่จะจารึกไว้ในกาลครั้งหนึ่งของชีวิต..เมื่อได้ร่วมทำบุญตักบาตรร่วมกับชนเผ่าชาวดอยดาราอั้ง หรือปะหล่อง ที่ในหมู่บ้านและกลางทุ่งนาบ้านโต้งหลวง ซึ่งเป็นโอกาสที่หาไม่ได้เพราะ เป็นช่วงที่พระสงฆ์จากสำนักสงฆ์ในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นควาญช้างของปางช้างแม่สา ที่ไปบวชถวายในช่วงก่อนวันแม่แห่งชาติ ที่ จังหวัดปทุมธานี ได้กลับมาเยี่ยมโปรดสัตว์ช้างที่เคยเลี้ยงได้มาจำวัดที่บ้านโต้งหลวง ได้ออกมาเดินบิณฑบาตรผ่านหมู่บ้านและทุ่งนาในยามเช้า ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามของนาขั้นบันไดและป่าดอยช่วงฤดูฝน มีชนเผ่าดาราอั้งในชุดแต่งกายประจำเผ่าที่งดงามมายืนเรียงรายเส้นทางกลางทุ่มนาเพื่อใส่บาตรพระ

 

และที่สุดประทับใจเมื่อเส้นทางที่เดินผ่านมีช้างชราวัย 70 ปีชื่อพังอ้วน ที่มารอใส่บาตรและรับการโปรดสัตว์ของพระที่เคยเลี้ยงมา และทางพระสงฆ์ที่เคยเป็นควาญช้างได้โปรดสัตว์ให้อาหารในบาตรป้อนช้างเป็นภาพที่ประทับใจนักท่องเที่ยวมากและพระสงฆ์ยังเข้าบิณฑบาตรในหมู่บ้านให้ชาวบ้านได้มาร่วมใส่บาตรตลอดเส้นทางชนิดอิ่มบุญกันถ้วนหน้า

คุณอัญชลี กัลมาพิจิตร กรรมการผู้จัดการปางช้างแม่สา ที่มาร่วมใส่บาตรได้กล่าวว่าได้มาร่วมทำบุญตักบาตรโดยมีพระสงฆ์9 รูปที่บวชเฉลิมพระเกียรติ เมื่อก่อนวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งพระที่ไปบวชเป็นพนักงานและควาญช้างแม่สา ได้เดินทางกลับมาโปรดสัตว์ ซึ่งถือเป็นบารมีที่ยิ่งใหญ่ หลังจากที่เราอยู่ในช่วงวิกฤติโควิด19 อย่างรุนแรงที่สุด ทำให้สภาพเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไม่ดีเลย ดังนั้นในเช้าวันนี้จึงถือโอกาสทำบุญและนิมนต์พระมาทำบุญตักบาตรร่วมกับชนเผ่าดาราอั้งหรือปะหล่องเพื่อเป็นสิริมงคลของชีวิต

กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่16 ร่วมกับชมรมคนพร้าวรักษ์ป่าปลูกป่าเพื่อเป็นอาหารสัตว์และส่งเสริมการท่องเที่ยว

กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่16 ร่วมกับชมรมคนพร้าวรักษ์ป่าและหน่วยงานทุกภาคส่วนปลูกป่าในพื้นที่อำเภอพร้าวและในไม้พื้นถิ่นภายในเขื่อนแม่งัดอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่เพื่อเป็นอาหารสัตว์และส่งเสริมการท่องเที่ยว

article on pixarsart
วันที่14 สิงหาคม 2563 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ร่วมกับชมรมคนพร้าวรักษ์ป่า สมาคมยางนาและขี้เหล็กสยาม ชมรมผู้ประกอบการเรือนแพ ภาคีเครือข่ายอ.แม่แตง และโครงการธรรมชาติปลอดภัย เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมกันปลูกต้นไม้ภายใต้“โครงการปลูกไม้พื้นถิ่นส่งเสริมการท่องเที่ยวและเป็นแหล่งอาหารสัตว์ป่า” ขึ้นในพื้นที่เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล โดยร่วมกันปลูกไม้พื้นถิ่นหลากสีและไม้อาหารสัตว์จำนวน 2,100 ต้น ระยะทาง 500 เมตร เพื่อแสดงความจงรักภักดี และปลูกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสัตว์ป่า ตลอดจนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันที่มีต่อประชาชนชาวไทย

นายเกรียงศักดิ์ ถนอมพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) เปิดเผยว่า โครงการปลูกไม้พื้นถิ่นนั้นเป็นส่งเสริมการท่องเที่ยวเนื่องจากเป็นการช่วยส่งเสริมบรรยากาศ และสภาพสิ่งแวดล้อมที่เหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ในพื้นที่เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล

สำหรับพันธุ์ไม้พื้นถิ่นหลากสีที่นำมาปลูกมี 8 ชนิดได้แก่ ทองกวาว รวงผึ้ง ราชพฤกษ์ ตะแบก เสลา อินทนิลน้ำ งิ้วป่าดอกแดง และเสี้ยวดอกขาว ส่วนพันธุ์ไม้อาหารสัตว์ได้แก่ ต้นขี้เหล็ก มะขามป้อม และหว้า โดยจะทำการปลูกแซมไปกับไม้พื้นถิ่นเดิม บริเวณด้านในเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ ซึ่งในอนาคตบริเวณดังกล่าวจะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ชมบรรยากาศดอกไม้หลากสีที่สลับกันบานตลอดทั้งปี สำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้าไปพักที่เรือนแพ และยังเป็นแหล่งอาหารให้กับสัตว์ป่าซึ่งได้มีกิจกรรมปล่อยสัตว์ป่าในพื้นที่ในปีที่ผ่านมาทั้งกวางผาและไก่ฟ้า


สำหรับอุทยานแห่งชาติศรีลานนา ถือเป็นอุทยานแห่งชาติสีเขียวอันดับต้นๆของภาคเหนือ ซึ่งมีระบบจัดการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในแต่ละปีจึงมีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติเดินทางเข้ามาพักผ่อนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการท่องเที่ยวในเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล เนื่องจากมีทิวทัศน์ที่สวยงาม และเป็นแหล่งรวมกิจกรรมทางน้ำ เช่น การพักเรือนแพ พายเรือฯ ดังนั้นการปลูกไม้พื้นถิ่นหลากสีครั้งนี้คาดว่าจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจและกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศให้กับเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนาด้วย

ขณะที่ในช่วงเช้าที่ผ่านมาชมรมคนพร้าวรักษ์ป่ากับประชาชนทุกภาคส่วน ชาวอำเภอแม่แตง อำเภอพร้าว อำเภอเชียงดาว กว่า 1,200 คน ร่วมกันปลูกป่า ป่าเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2563 ที่บริเวณริมสองข้างทาง ตรงป้อมพิทักษ์ธรรม ต.โหล่งขอด อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ไปตามเส้นทางสู่อุทยานน้ำตกบัวตอง เป็นระยะทาง 12 กิโลเมตร เพื่อร่วมกันถวายความจงรักภักดี และปลูกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า ตลอดจนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันที่มีต่อปวงชนชาวไทย

สำหรับพันธุ์ไม้ที่นำมาปลูกได้แก่ ราชพฤกษ์ กัลปพฤกษ์ มะค่าโมง อินทนินท์น้ำ เสี้ยวดอกขาว จำนวน 5,989 ต้น ซึ่งการปลูกตลอด 2 ข้างจากป้อมพิทักษ์ธรรม ต.โหล่งขอด อ.พร้าว ต่อยาวไปตามเส้นทางสู่อุทยานน้ำตกบัวตอง ต.แม่หอพระ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ นอกจากจะช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวแล้ว พันธุ์ไม้ดอกหลากสีที่นำมาปลูกยังช่วยสร้างสีสันและความสวยงาม เป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่งด้วย

สายลมโชยผ่าน ทุ่งสวรรค์งามดอยสวย ฟ้าใสที่่ บ้านโต้งหลวงชมช้างย่ำทำนา เหล่าไฮโซล้านนาเชียงใหม่ลุยโคลนปลูกข้าวเลี้ยงช้าง

สายลมโชยผ่าน ทุ่งสวรรค์งามดอยสวย ฟ้าใสที่่ บ้านโต้งหลวงชมช้างย่ำทำนา เหล่าไฮโซล้านนาเชียงใหม่ลุยโคลนปลูกข้าวเลี้ยงช้าง

บนผืนนากลางหุบเขาในพื้นที่ของบ้านโต้งหลวง ในพื้นที่ปางช้างแม่สา หมู่ 9 ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ที่อากาศกำลังเย็นสบาย ดอยเขียวฤดูฝนดูขจีเย็นตา ท้องนาน้ำเจิ่งนอง เหล่าบรรดาช้างที่ปลดโซ่ไร้ตะขอ มายืนเรียงรายที่ใกล้ทุ่งนาเพื่อเตรียมตัวจะช่วยลงเหยียบผืนนา เพื่อร่วมดำนาปลูกข้าว เพื่อรับวันแม่ที่จะมาถึง และเหล่าบรรดาชนเผ่าปะหล่อง หรือดาราอั้ง ที่แต่งกายในชุดชนเผ่าที่เตรียมจะลงปลูกนา ยืนเรียงรายบนคันนา

และวันนี้ดูคึกคักเป็นพิเศษ เมื่อบรรดานักท่องเที่ยวที่จะมาร่วมปลูกนา ในครั้งนี้ไม่ธรรมดาเสียแล้ว แต่ละท่านสุภาพสตรีเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงของเชียงใหม่ในทุกวงการ หรือจะเรียกว่ากลุ่มไฮโซล้านนาก็สามารถเรียกได้เต็มปาก ทุกท่านมาในชุดชาวนา เสื้อม่อฮ่อม กางเกงสะดอสีน้ำเงิน นำโดยคุณกนกพร พรรณเทวี ภริยาท่านรองวิรุฬ พรรณเทวี รอง ผวจ.เชียงใหม่ทุกท่านดูมุ่งมั่นโดยเฉพาะทราบว่าการลงนาปลูกข้าวในครั้งนี้ ทำในวันแม่ และยังปลูกเพื่อนำข้าวไปเลี้ยงช้างจำนวน ถึง 78 เชือกของปางช้างแม่สา ในช่วงกระแสไวรัสโควิด 19 รายได้ของปางช้างแม่สาเป็นศูนย์


โดยการปลูกข้าวเลี้ยงช้างในวันนี้มีช้างมาร่วมในการปลูกนาโดยเดินในนาเพื่อให้ดินผู้มาปลูกข้าวได้ร่วมกันปลูกท่ามกลางธรรมชาติที่งดงาม มา เมื่อช้างลงย่ำนาแล้ว ทางคุณอัญชลี กัลป์มาพิจิตร กรรมการผู้จัดการปางช้างแม่สา ได้นำภาพของนายชูชาติ กัลมาพิจิตร ผู้ก่อตั้งปางช้างแม่สา ผู้เป็นบิดาที่ล่วงลับไปแล้ว มาตั้งไว้บนเนินดินที่จัดเตรียมแถลงข่าวให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ในการดำนาปลูกข้าว โดยได้เล่าถึงผลกระทบของช้างคลาญช้างและพนักงานในปางช้างแม่สา ที่ได้รับ ผลกระทบด้านการท่องเที่ยวจากวิกฤตโรคระบาดโควิด 19 ที่ทำให้ต้องหยุดให้บริการนานเกือบ 4 เดือน

แม้วันนี้จะกลับมาเปิดการท่องเที่ยวได้อีกครั้ง แต่รูปแบบก็ต้องปรับเปลี่ยนไปตามวิถีใหม่ ทุกวันนี้ปางช้างมีนักท่องเที่ยวในวันจันทร์ถึงศุกร์วันละประมาณ 100 คน ส่วนวันหยุดสุดสัปดาห์หรือหยุดยาวจะมีเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 300-400 คน แต่ก็ถือว่าลดลงไปมากหากเทียบกับช่วงเวลาปกติ รายได้ที่ลดลงทำให้ปางช้างต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบหลายอย่าง


สำหรับบริเวณพื้นที่บ้านโต้งหลวง ด้านหลังปางช้างแม่สา ที่ก่อนหน้านี้เปิดให้เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวชมวิถีชีวิตชนเผ่า แต่วันนี้ต้องเปลี่ยนรูปแบบ ให้พี่น้องชนเผ่ามาช่วยกันปลูกข้าว ปลูกผัก และ ทำปศุสัตว์เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ สร้างคลังอาหารเลี้ยงตัวเอง โดยจะให้พนักงานของปางช้างมาช่วยในวันจันทร์ถึงศุกร์ที่มีนักท่องเที่ยวน้อย


ขณะที่อาหารสำหรับเลี้ยงช้างที่มีอยู่ประมาณ 80 เชือก จะเลี้ยงด้วยหญ้าวันละ 15 ตัน เสริมด้วยกล้วย ออ้อย และ ข้าวเหนียวนึ่งผสมเกลือปั้นเป็นก้อนให้ช้างกิน โดยแต่ละวันจะใช้ข้าวเหนียววันละ 1 กระสอบ คาดว่าข้าวที่ปลูกเอง จะได้ข้าวเปลือก 300 กระสอบ เมื่อสีแล้วจะได้ข้าวสาร 100 กระสอบ สามารถเลี้ยงช้างได้ประมาณ 100 วัน หรือประมาณ 3 เดือน จะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้ประมาณ 1.1 แสนบาท

คุณอัญชลี บอกว่า สถานการณ์ที่เปลี่ยนไปทำให้ปางช้างต้องปรับทิศทาง ต้องหันมาทำอย่างอื่นด้วย อย่างเช่นทำเกษตรเลี้ยงช้าง ตามรอยเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อเลี้ยงตัวเองและหารายได้เสริม คิดว่าตอนนี้มาถูกทางแล้ว เราต้องยอมรับความจริง เพราะหากจะหวังแต่รายได้จากการท่องเที่ยวคงไม่ได้อีกต่อไป

หลังจากที่ได้เล่าถึงความเป็นมาจนมาถึงงานวันนี้งานดำนาปลูกข้าวในวันแม่ และจะไปเกี่ยวในวันพ่อ จึงเป็นการร่วมแรงร่วมใจกันในหลายๆฝ่าย ตั้งแต่กลุ่มนักท่องเที่ยว กลุ่มผู้มีชื่อเสียงในทุกอาชีพของเชียงใหม่รวมทั้งพนักงาน ควาญช้างและชนเผ่าดาราอั้ง หรือชนเผ่าปะหล่อง ได้มาร่วมกันในการดำนาปลูกข้าวเพื่อช่วยเลี้ยงช้างและให้ผ่านพ้นวิกฤตไปด้วยกัน


เมื่อทราบถึงวัตถุประสงค์การจัดงานดำนาปลูกข้าว แล้วการปลูกข้าวท่ามการบรรยากาศที่สุดงดงาม ท่ามกลางดอบสวย ฟ้างามและนาแบบขั้นบันไดที่มีเหล่าช้างน้อยใหญ่มาร่วม และเหล่าบรรดาไฮโซล้านนาทที่พร้อมใจเดินลุยโคลนดำนาปลูกข้าวได้ทั้งความรู้ของวิถีชีวิตชาวนา ได้ทั้งความสนุกสนาน ได้ลิ้มรสกับความงดงามทางธรรมชาติ ที่หาชมได้ยากยิ่ง สมกับคำว่า ทุ่งท้องนาเป็นแดนสวรรค์ มองทางไหนก็มีแต่น้ำใจของทุกคนที่มาร่วมกันในวันนี้ ปลูกวันแม่ เกี่ยววันพ่อ ตามรอยเศรษฐกิจพอเพียง และรู้คุณค่าที่ว่า” ข้าวเม็ดเดียวมีค่าเท่ากับชีวิต” เป็นวิถีชีวิตที่ลืมไม่ลงที่บ้านโต้งหลวง แห่งนี้

อร่อยข้ามภพ..เมี่ยงคำโบราณครัวคุณแอ๊ว”สดทุกที่ อร่อยทุกวัน เคี้ยวมันๆวันต่อวัน”

อร่อยข้ามภพ..เมี่ยงคำโบราณครัวคุณแอ๊ว”สดทุกที่ อร่อยทุกวัน เคี้ยวมันๆวันต่อวัน”

วันนี้มีโอกาสได้ชิมเมี่ยงคำโบราณ โดย พล.ต.ต.ประเสริฐ จันทราพิพัฒน์ หรือ “ผู้การฯเสริฐ”ที่เคารพนับถือ ได้ส่งเมี่ยงคำโบราณครัวคุณแอ๊ว”ที่ได้ชื่อว่า”สดทุกที่ อร่อยทุกวัน เคี้ยวมันๆวันต่อวัน”มาให้ลิ้มลองรส โดยทำเป็นกล่องแยกส่วนประกอบเครื่องเคียงออกจากกันเป็นสัดส่วน

แค่เห็นกล่องบรรจุมองทะลุเห็นข้างใน แล้วมันสดจริงๆและน่ากินที่สุด เมื่อทำการเปิดดูและนำเครื่องเคียงมาวางตามร่องที่บรรจุอย่างลงตัว เห็นใบชะพลูที่สดใหม่และเป็นใบชะพลูช่วงฤดูฝนความสมบูรณ์ของใบอ่อนละใบแก่เขียวสดจริงๆ ตามด้วยกุ้งแห้งตัวโตๆ มะพร้าวคั่ว ถั่วลิงสง หอมแดงที่หั่นเป็นชิ้น ขิง มะหนาวและพริกขี้หนูที่เขียวสดงามตายิ่ง ทุกอย่างที่เห็นล้วนเป็นสมันไพรไทยที่มีคุณค่าทางยา และที่เป็นดาวเด่นก็คือน้ำจิ้มสูตรพิเศษที่แยกใส่พาชนะรองรับพร้อมช้อนเล็กไว้พร้อม

คงไม่รอช้ากับสิ่งที่เห็นต่อหน้ารีบนำใบชะพลูมาวาง ตามด้วยเครื่องเคียงทั้งหมดใส่พอประมาณคำ และราดด้วยน้ำจิ้ม จนพอดีคำต่อการนำใส่ปาก สัมผัสแรกจากปลายลิ้นและฟันที่กระทบรสชาด ที่เขาการันตีไว้ว่า”สดทุกที่ อร่อยทุกวัน เคี้ยวมันๆวันต่อวัน”ทำให้ต้องรีบลองลิ้มรส คำแรกมันได้รสชาดของความสดและกลิ่นพร้อมการผสมผสานของเครื่องเคียงที่ลงตัวยิ่งมันอร่อยอย่างประหลาดและสดชื่น ต้องรีบทำอีกชิ้นทันทีคำต่อคำ จนอยากหยุดเวลาความอร่อยถูกใจไว้ และขอเคี้ยวให้คงรสชาดในปากไว้อย่างต่อเนื่องคำต่อคำ


ขอบอกเลยว่านอกจากความอร่อยแล้ว ยังมีโชประโยชน์ทางอาหารอย่างยิ่ง เมี่ยงคำถือว่าเป็นอาหารโบราณชนิดข้ามภพมีมีคุณค่าทางสมุนไพรทุกอย่างที่เป็นองค์ประกอบของเมี่่ยงคำ ที่มีส่วนในการบำรุงร่างกาย บำรุงธาตุ การบำรุงโลหิต ยังมีประโยชน์สำคัญต่อร่างกายหลายอย่าง เป็นมิตรต่อสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง


สำหรับระบบการผลิตและลงบรรจุภัณฑ์ได้ ผ่านการรับรองจาก อย. หน่วยอาหาร สธ. เป็นการการันตี ยืนยันว่า เมี่ยงคำสูตรโบราณ จากฝีมือครัวคุณแอ๊ว มีรสชาด อร่อยสะอาด ถูกหลักอนามัย ปรุงด้วย สมุนไพรไทย มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เป็นการปรับธาตุ ในร่างกายให้เกิดสมดุลย์ เป็นผลดีต่อร่างกายซึ่ง


ทางห้างริมปิง สาขานิ่มซิตี้ ได้เปิดโอกาสให้ อาหารว่าง “เมี่ยงคำ สูตรโบราณ ครัวคุณแอ๊ว”ได้ ไปเปิดบูท เสนอขาย เมี่ยงคำสูตรโบราณ ในราคากล่องละ 129 บาทเท่านั้น หรือจะสั่งโดยตรงที่เมี่ยงคำโบราณ ครัวคุณแอ๊ว โทร.081-5311369 หรือไลน์ wowpalmm_ y โดยหากซื้อ 3 กล่อง 300 บาทส่งฟรี ภายใน 2 ชั่วโมงถึงบ้าน ของอร่อยมีคุณค่าทางอาหาร สั่งเร็วได้เร็ว ต้องลิ้มรส”สดทุกที่ อร่อยทุกวัน เคี้ยวมันๆวันต่อวัน”เมี่ยงคำโบราณ ครัวคุณแอ๊ว

ขนส่งเชียงใหม่เปิดประมูลหมายเลขทะเบียนรถ ครั้งที่ 26 ของจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 301 หมายเลขหมวดอักษร งข “เงินทองไหลมา ขุมทรัพย์มั่งมี”

ขนส่งเชียงใหม่เปิดประมูลหมายเลขทะเบียนรถ ครั้งที่ 26 ของจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 301 หมายเลขหมวดอักษร งข “เงินทองไหลมา ขุมทรัพย์มั่งมี”

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 8 สิงหาคม 2563 ที่ห้องประชุมใหญ่ โรงแรมดิเอ็มเพรส จังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ได้เปิดประมูลป้ายทะเบียนรถเลขสวยจังหวัดเชียงใหม่ หมวดอักษร งข “เงินทองไหลมา ขุมทรัพย์มั่งมี” ครั้งที่ 26 ของจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 301 หมายเลข โดยมีนายธานี สืบฤกษ์รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เป็นประธานในพิธีเปิดการประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวยของจังหวัดเชียงใหม่​ ครั้งที่​ 26​ หมวดอักษร​ งข​ “เงินทองไหลมา ขุมทรัพย์มั่งมี”

มี นางวราภรณ์ วรพงศธร. ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับประธานในพิธีฯ โดยมีนายคมสัน สุวรรณอัมพา รอง ผวจ.เชียงใหม่ นายสมหวัง ทองขาวผู้ตรวจราชการกรม , หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่, หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเชียงใหม่ และขนส่งจังหวัดใกล้เคียง ตลอดจนผู้ประกอบการ บริษัท ห้างร้านต่าง ๆ และประชาชนที่สนใจเข้าร่วมพิธีเปิดและร่วมประมูลเป็นจำนวนมากซึ่งจัดการประมูลทั้ง 2 ช่องทาง คือ ทางวาจา และทาง internet ระหว่างวันที่ 8-9 สิงหาคม 2563

นายธานี สืบฤกษ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ได้เผยว่าตั้งแต่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19ทางกรมการขนส่งทางบกและ“กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน” (กปถ.) ก็หยุดการประมูลตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม 2563 ดังนั้นการมาประมูลที่เชียงใหม่ถือเป็นครั้งแรกในส่วนภูมิภาค ถือเป็นการกลับมาประมูลใหม่ในยุควิถีชีวิตใหม่ โดยได้ตระหนักถึงเรื่องความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนที่มาร่วมการประมูล โดยจะมีมาตรการพิเศษ ในการป้องกันการติดเชื้อ

 

โดยผู้ที่จะเข้ามาประมูลต้องผ่านการคัดกรอง การตรวจไว้อุณภูมิ ต้องใช้หน้ากากอนามัยทุกคนและใช้นั่นในระยะห่างกัน เราป้องกันอย่างเต็มที่ โดยรายได้จากการประมูลทะเบียนรถเลขสวยทุกบาททุกสตางค์ จะนำเข้า “กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน” (กปถ.) เพื่อนำไปสนับสนุนและส่งเสริมด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และให้ความช่วยเหลือผู้พิการอันเนื่องมาจากการประสบภัยที่เกิดจากการใช้รถใช้ถนนเป็นเงินค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการฯ

ดังนั้น ผู้ที่ประมูลทะเบียนรถเลขสวย นอกจากจะมีโอกาสได้ครอบครองหมายเลขทะเบียนรถที่ตนเองชื่นชอบแล้ว ยังได้มีโอกาสร่วมทำบุญกุศล และสร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคมส่วนรวมอีกทางหนึ่งด้วย

สำหรับบรรยากาศของการประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวย ปรากฎว่าได้รับความสนใจจากชาวเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง โดยการจัดระบบเข้มงวดในเรื่องการเว้นระยะห่างและตรวจวัดอุณหภูมิและบริการเจลล้างมือ ในช่วงการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด 19 อย่างเข้มข้น ซึ่งหมายเลขที่ได้รับความสนใจยังเป็นเลข 4 ตัว ตั้งแต่ 1111 จนถึง 9999

ซึ่งปรากฎว่ามีเศรษฐีหน้าใหม่ เข้ามาประมูลป้ายที่โดดเด่นที่สุดก็คือ งข 8888 เชียงใหม่และ งข 9999 เชียงใหม่โดย ทะเบียน งข 9999 เชียงใหม่มีการประมูลสูงสุดในราคา 500,000 บาท ถือว่าราคาประมูลถูกที่สุดเท่าที่มีการประมูลมาในเชียงใหม่เพราะป้ายทะเบียนเลขสวยนี้ส่วนมากจะเกิน 1 ล้านบาทขึ้่นไปทุกครั้ง

โดยในครั้งนี้ผู้ประมูลได้ก็คือนายกันต์พจน์ จงชัยสิทธิกุล อายุ28 ปีผู้บริหารบริษัทจงชัยไลท์ติ้ง จำหน่ายอุการณ์ไฟฟ้ารายใหญ่จัดส่งทั่วประเทศอยู่ที่ จ.เชียงราย โดยได้ประมูลได้ 3 ป้ายมี 6666,8888,และ9999 สร้างความฮือฮาในการประมูลในครั้งนี้มาก//

ทหารอากาศเอาจริงปิดสนามกอล์ฟ พิมานทิพย์เช่าพื้นที่ทหาร ให้ยุติกิจการ และให้ออกจากพื้นที่

กรณีกองบิน 41 ในนามของกองทัพอากาศ เจ้าของพื้นที่สนามกอล์ฟพิมานทิพย์ (สตาร์โดม) อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้ทำการขอยึดพื้นที่ให้เอกชนเช่าทำสนามกอล์ฟด้วยสัญญาเช่า 30 ปี และจ่ายค่าเช่าเป็นรายเดือน แต่ปรากฎว่าเมื่อผู้เช่าดำเนินการมาได้13 ปี มีปัญหาในการปรับสัญญาเช่าโดยมีการของขึ้นค่าเช่าแต่ไม่สามารถตกลงกันได้ทางกองทัพอากาศจึงได้สั่งให้ยุติการใช้สนามไว้ก่อน โดยให้ออกพื้นที่ภายในวันที่ 31 ก.ค.นี้

ความคืบหน้าในเรื่องนี้เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 1 สิงหาคม.นี้ ที่ทางเข้าสนามกอล์ฟพิมานทิพย์ (สตาร์โดม) อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ทางทหารอากาศของกองบิน 41 ได้ทำการปิดประตูทางเข้าสนามกอล์ฟโดยได้นำรั้วลวดหนามมาปิดไว้อีกชั้นห้ามไม่ให้ผู้ใดเข้าไปเด็ดขาด โดยมีป้ายตามที่ทางกองบิน 41 ได้อนุญาตให้ “บริษัท เดอะ สตาร์โดมจำกัด” ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของกองบิน 41 และสัญญาอนุญาตได้สิ้นสุดลงแล้วเมื่อ 30 เมษายน 2563 นั้น บัดนี้ ได้สิ้นสุดระยะเวลาตามที่ทางกองบิน 41 ได้อนุโลมในการใช้ประโยชน์ในพื้นที่แล้ว กองบิน 41 ขอแจ้งให้ทราบโดยทั่วกันว่า การให้บริการสนามฝึกช้อมกอล์ฟในนาม “เดอะ สตาร์โดม และสนามฝึกซ้อมกอล์ฟพิมานทิพย์” จะสิ้นสุดลงอย่างป็นทางการใน 31 กรกฎาคม 2563 นี้ และกองบิน 41 จะปิดพื้นที่อย่างไม่มีกำหนดตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไปกองบิน 41 สงวนสิทธิ์ไม่มีความกี่ยวข้องกับการดำเนินการหรือสิทธิประโยชน์ใดๆ ระหว่างผู้ประกอบการพนักงาน ลูกจ้างหรือลูกค้าที่มีต่อ”เดอะ สตาร์โดม และสนามฝึกข้อมกอล์ฟพิมานทิพย์” ทั้งสิ้น จึงแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน

ซึ่งทางพนักงานสนามกอล์ฟและผู้ที่จะมาใช้สนานได้ทยอยกันมา แต่เมื่อเห็นมีการปิดประตูและมีรั้วลวดนาม มีทหารอากาศนอกเครื่องแบบยืนคุมอยู่และได้ชี้แจงให้กับพนักงานและผู้มาใช้สนามให้รับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้น โดยในเรื่องนี้ทางกองทัพอากาศจะเป็นผู้ออกแถลงชี้แจงเอง และเจ้าหน้าที่ทหารที่มาดูแลยังฝากบอกไปถึงพนักงานของสนามกอล์ฟ และเจ้าของร้านค้าภายในสนามกอล์ฟว่าไม่ได้ถูกลอยแพตามที่เป็นข่าว แต่ขอให้เวลาทางฝ่ายทหารเจ้าของสถานที่ซึ่งอยู่ในช่วงเจรจากัน โดยฝ่ายทหารอาจจะดำเนินการบริหารจัดการเองและจะขอปรับปรุงภายใน 3 เดือนและจะเปิดอีกครั้งสำหรับพนักงานสนามกอล์ฟและผู้ประกอบการค้าภายในก็ยังคงสามารถกลับมาทำงานเหมือนเดิม เพียงแต่อาจจะเปลี่ยนการบริหารกันใหม่ต้องรอผลการเจรจากันหรือจะฟ้องร้องทางกฎหมายก็ว่ากันไป

นายนภดล สิทธิตัน กรรมการผู้จัดการทั่วไปของสนามกอล์ฟสตาร์โดม พร้อมด้วยพนักงานทั้งเจ้าหน้าที่และแคดดี้อีกหลายคน มารอออเต็มหน้าทางเข้าด้วยความกังวล เนื่องจากคงจะทราบชะตากรรมว่าต้องตกงานกันหลายคน ทำให้บางคนถึงกับอดกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหวพากันร้องไห้เสียใจ ซึ่งนายนภดล ก็ได้กล่าวให้กำลังใจกับทางพนักงานรวมทั้งแคดดี้ว่าไม่ต้องห่วงเพราะจะต้องดำเนินการกันต่อไป พนักงานทุกคนจะต้องได้ทำงานต่อขอไม่ให้ทุกคนกังวลใจ ซึ่งเรื่องนี้ทราบว่าทางผู้บริหารอยู่ระหว่างดำเนินการตามสิทธิอันชอบธรรมที่อันพึงจะได้รับสิทธินั้นอยู่ ขอให้ทุกคนอย่าได้กังวลใจ รอฟังข่าวความคืบหน้าต่อไป

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวเข้าชมอุทยานอีกครั้งได้ในวันที่ 1 สิงหาคมนี้

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 30 ก.ค.นี้ ที่ด่านตรวจจุดที่ 1 ทางขึ้นสู่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่นายเกรียงศักดิ์ ถนอมพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 นายกริชสยาม คงสตรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ และนายสุทิน จันทร์งาม นายอำเภอจอมทอง พร้อมเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เปิดกิจกรรมทดสอบระบบเตรียมความพร้อมก่อนเปิดการท่องเที่ยว ของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

ให้มีความพร้อมให้บริการในรูปแบบ New Normalหลังจากปิดการท่องเที่ยว เนื่องจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิท-19 ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2563 เป็นต้นมา รวมระยะเวลากว่า 4 เดือน และจะเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวเข้าชมอุทยานอีกครั้งได้ในวันที่ 1 สิงหาคมที่จะถึงนี้ โดยกิจกรรมในวันนี้ เป็นการทดสอบความพร้อมของระบบการตรวจคัดกรอง และการป้องกันการแพร่เชื้อโควิท-19 ในด้านต่างๆ ทั้งความพร้อมของสถานที่ อุปกรณ์ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ตลอดจนข้อปฏิบัติของนักท่องเที่ยว ซึ่งในการทดสอบนี้หากมีอุปสรรคปัญหาใดๆ จะได้แก้ไขข้อบกพร่องได้อย่างทันท่วงที เพื่อให้เกิดความพร้อมในการรับนักท่องเที่ยวอย่างสมบูรณ์ที่สุดและปลอดภัยที่สุด

ทั้งนี้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้กำหนดให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการตามมาตรการควบคุมโรคของของกระทรวงสาธารณสุข อย่างเคร่งครัดคือเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและนักท่องเที่ยว ต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย ขณะปฏิบัติหน้าที่ตลอดเวลา, ต้องมีการตรวจคัดกรองนักท่องเที่ยวก่อนเข้าภายในอุทยาน, ต้องควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยว จัดพื้นที่รอคิว และต้องมีการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลตามมาตรการ Social Distancing, นักท่องเที่ยว ต้องลงทะเบียนเข้า – ออก พื้นที่โดยใช้แอปพลิเคชั่นไทยชนะ

นอกจากนี้ยังต้องจัดให้มีการคัดแยกขยะ และการกำจัดขยะติดเชื้ออย่างเหมาะสมด้วย โดยมีข้อแนะนำสำหรับการเตรียมความพร้อมของนักท่องเที่ยว ที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์นั้น ควรเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อม และขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ตลอดจนการตรวจสอบสภาพยานพาหนะให้มีความพร้อม ปฏิบัติตามกฎจราจร เพื่อให้การท่องเที่ยวของทุกท่าน มีความสะดวก ปลอดภัย และมีความสุขตามแบบฉบับ เที่ยวอุทยานแห่งชาติวิถีใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม


ล่าสุดในวันที่ 1 สิงหาคม มีนักท่องเที่ยวจองเข้ามาอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์แล้ว 649 คน ซึ่งมีการกำหนดว่าในช่วงเวลาเดียวกัน มีนักท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ได้ไม่เกิน1,310 คน และคาดว่าในวันแรกจะมีนักท่องเที่ยวเข้าไปไม่ต่ำกว่า 2,000 คน


สำหรับอุทยานแห่งชาติตอยอินทนนท์ เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย มีป่าไม้ป่าที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้ผืนป่าแแห่งนี้เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ของประชาชนในอำเภอจอมทองได้ใช้ประโยชน์ ทั้งการอุปโภคบริโภคและการเกษตร ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางมามากกว่า 900,000 คน โดยขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูฝน ผืนป่าของดอยอินทนนท์มีความเขียวขจี มีทะเลหมอกที่สวยงาม ประกอบกับป็นช่วงเวลาที่นาขั้นบันไดในบ้านแม่กลางหลวง และบ้านป่าบงเปียงมีความสวยงามโดดเด่น พร้อมรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ เชื่อได้ว่าการเดินทางมาท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก จะเป็นการกระจายรายได้ให้แก่พี่น้องประชาชนชาวอำเภอจอมทอง ซึ่งเป็นการกระตุ้นเศรษกิจในระดับจังหวัดและระดับภูมิภาคได้เป็นอย่างดี


นายสุทิน จันทร์งาม นายอำเภอจอมทอง กล่าวว่า การทดสอบเปิดอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของ จ.เชียงใหม่ ดอยอิทนนท์เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย มีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ ทำให้ผืนป่าแห่งนี้เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ประชาชนใช้ประโยชน์ในการอุปโภคบริโภคและทำการเกษตร ดอยอินทนนท์ยังมีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาเที่ยวจำนวน 900,000 คนต่อปีอีกด้วย ก่อให้เกิดการกระจายรายได้แก่ราษฏรในระดับท้องถิ่นและระดับอำเภอ ร่วมทั้งระดับจังหวัดด้วย

การปิดการบริการท่องเที่ยวเนื่องจากโรคโควิด-19 ระบาดมารวม 4 เดือนแล้วนั้น และจะเปิดในวันที่ 1 ส.ค.2563 นี้จะส่งผลดีต่อบรรยากาศการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจของ อ.จอมทองและประเทศไทยด้วย ตนขอฝากถึงการเปิดทดสอบการท่องเที่ยวยอดดอยอินทนนท์แล้วนั้นก็ขอให้การท่องเที่ยววิถีใหม่ ร่วมกันป้องกันโรคโควิด-19 ให้มีมาตราการต่างๆซึ่งเป็นไปตามมาตราฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดทุกปราการด้วย

ด้านนายเกรียงศักดิ์ ถนอมพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 กล่าวว่า การเปิดกิจกรรมทดสอบการเตรียมพร้อมก่อนการเปิดการท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ครั้งนี้ ดอยอินทนนท์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของกรมอุทยานแห่งชาติ 1 ในจำนวน 155 แห่งทั่วประเทศไทย และได้ปิดการให้บริการการท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 24 มี.ค.2563 ที่ผ่านมา เนื่องจากเกิดการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 และในวันที่ 1 ส.ค.2563 นี้จะเปิดทดสอบการเตรียมพร้อมก่อนการเปิดการท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกคนมีความพร้อมทุกๆด้านทั้งอุปกรณ์และผู้ปฏิบัติงาน และในช่วงทดสอบนี้หากมีอุปสรรคปัญหาใดๆจะได้นำไปแก้ไขข้อบกพร้องต่างๆเพื่อมห้เกิดความพร้อมในการรับนักท่องเที่ยวอย่างสมบูรณ์ที่สุด และทางเจ้าหน้าที่อุทยานเองได้เตรียมรถกู้ชีพกู้ภัยเตรียมความพร้อมไว้แล้วด้วย

“ที่ทำสัญต้องปฏิบัติตามมาตราการการป้องกันโรคโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด คือให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและนักท่องเที่ยวต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยขณะปฏิบัติหน้าที่ตลอดเวลา ต้องมีการคัดกรองนักท่องเที่ยวก่อนเข้าใช้บริการ ควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยวจัดพื้นที่รอคิวและต้องเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล นักท่องเที่ยวลงทะเบียนเข่า-ออกพื้นที่โดยใช้แอปพลิเคชั่นไทยชนะ และขอให้จัดเก็บคัดแยกขยะและกำจัดขยะติดเชื้อที่เหมาะสมรวมทั้งขอให้นักท่องเที่ยวนำขยะคืนถิ่นด้วย”

“ส่วนนักท่องเที่ยวเอง ก็ต้องเตรียมความพร้อมด้านยานพาหนะ ให้ปฏิบัติตามกฏจราจร และที่สำคัญให้เตรียมความพร้อมของร่างกาย เพราะบนยอดดอยอินทนนท์จะหนาวเย็นตลอดทั้งวัน และขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวดอยอินทนนท์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.2563 เป็นต้นไปในรูปแบบเที่ยวอุทยานแห่งชาติวิถีใหม่ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 กล่าว

นายกรชสยาม คงสตรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ กล่าวเชิญชวนเที่ยวดอยอินทนน์ กล่าวว่า มาถึง อ.จอมทองเข้าวัดไหว้พระที่วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร ส่วนจุดเช็คอินที่ดอยอินทนนท์รับลมหนาวมีสถานที่สำคัญคือ ขึ้นไปกราบพระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ เดินทางไปเที่ยวบ้านแม่กลางหลวงชมนาขั้นบันใด และนาขั้นบันใดที่ป่าปงเปียง อ.แม่แจ่ม เที่ยวศูนย์พัฒนาโครงการหลวง ขุนแปะ น้ำตกแม่ยะ น้ำตกวชิรธาร ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมได้ทุกวัน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ กล่าว